ตอนที่ 02
พี่ๆ ปีสองเรียกรวมตัวกันตอนห้าดมงครึ่งเพื่อรับเสื้อเพื่อใส่ในช่วงการรับน้องตอนเย็นต่อไป ผมและเพื่อนใหม่ทั้งสามคนเดินมาต่อแถวเพื่อรับเส้อจากพี่ปีสอง เป็นเสื้อสีเทาและมีลายวาดของดอกไม้อยู่ตรงกลาง และขลิบสีชมพูที่แขนเสื้อเป็นเสื้อฟรีไซน์ไม่ว่าใครก็ใส่ได้ดีที่คณะผมไม่มีคนตัวใหญ่ ผม ว่าน เต็ม ธิดา เดินมาที่ห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน แต่ยังไม่ทันจะเปลี่ยนกันเสร็จเลยก็ถูกเรียกให้ไปรวมแล้ว เพราะตอนนี้หกโมงเย็นผมรีบใส่เสื้อและวิ่งออกมาแต่ถูกดันตัวเอาไว้กับเต็มและว่าน ส่วนธิดาเดินไปเข้าแถวทันแต่ก็หันมามองพวกผมตาละห้อย ตรงที่ผมยืนอยู่มีทั้งหมดแปดคนที่ไปเข้าแถวไม่ทัน กลุ่มพี่ผู้ชายปีสองที่คุมพวกผมอยู่ก็เอากระปุกสีขึ้นมาทาไปที่หน้าพวกผมทุกคนทั้งยังเอายางมารัดผมของพวกเราอีก หน้าตาแต่ละคนดูไม่ได้เลย แล้วพี่ๆ เขาก็ปล่อยให้มานั่งที่ได้ และฟังพี่ปีสองคนอื่นๆ บอกเกี่ยวกับกิจกรรมของวันนี้ เด็กปีหนึ่งคณะอักษรปีนี้มีทั้งหมด98คน พี่ๆ ให้ลุกขึ้นยื่นแนะนำตัวทุกคน
“เอาละครับน้องๆ พี่จะให้แนะนำตัวที่ละคนแต่ต้องต่อท้ายด้วยสโลแกนพรีเซนตัวเองด้วย อย่างเช่นพี่ชื่อแมนก็จะเป็น สวัสดีครับผมชื่อแมน คนโก้ขับวีโก้ชอบไหมครับ” เสียงโหร้องแซวจากเด็กปีหนึ่งและเพื่อนๆ
“พอๆๆ พี่รู้ว่าน้องๆ ชอบพี่โอเคครับเริ่มแนะนำตัวกันเลย แถวที่1เริ่มได้” ผมกับเพื่อนที่ถูกกักตัวไว้เมื่อกี้อยู่แถวที่9แถวสุดท้ายและเป็น8คนสุดท้ายพอดี พอถึงพวกผมพี่ๆ ด้านหน้าก็ให้พูดไปส่ายเอวไปด้วยเพื่อป็นการทำโทษที่มาเข้าแถวสาย ผมเป็นคนที่สี่ข้างหน้าเป็นว่านผมตรงกลางข้างหลังก็เต็มและเพื่อนร่วมคณะอีกสามคน
“สวัสดีครับ ชื่อว่าน ปากไม่หวานแต่ลีลาดี” ว่านมันพูดไปหยักคิ้วหลิ่วตาใส่พวกสาวๆ ข้างหน้าแถมยังสายเอวได้พริ้วสุดๆ เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ เป็นอย่างมากทั้งรุ่นพี่แต่และปีก็ยังกัดฟันกร๊ดกราดกันเลย พอว่านนั่งลงผมก็ลุกขึ้นยืนส่งยิ้มให้ก่อนอย่างเขินๆ
“สวัสดีครับ เราชื่อคิวเท็นนะ ไม่หยิ่งไม่ง่ายแล้วก็ไม่ยาก” เสียงโห่จากรุ่นพี่ปีสองปีสามดังขึ้นตะโกนถามกันใหญ่ว่าไม่ยากจริงหรือเปล่าผมเลยยิ้มให้แล้วนั่งลง เสียงสาวๆ ก็ชมผมกันว่าน่ารัก
“เอวหวานมากเลยครับนองคิวเท็น” พี่แมนปีสองตะโกนแซวผมผมจึงตอบกับไปจนหน้าพี่แกเหวอไปเลย แล้วตามด้วยเสียงกรี๊ดของสาวๆ
“พี่ชิมแล้วเหรอครับถึงรู้ว่าเอวผมหวาน” และยิ้มให้
“สวัสดีครับผม เต็ม เต็มที่กับทุกเรื่องโดยพาะกับสาวๆ” เสียงกรี๊ดจนหนูแถบแตกเป็นของเต็ม เพราะเต็มหล่อมากเอวดีมากๆ หันไปมองนี่เต็มตาผมเลยนะ แต่ก็ยังไม่เท่ากับสองแฝดของผมหรอกอันนั้นเต็มปากเต็มรูเลยด้วย ยิ่งคิดยิ่งขนลุก พอผ่านการแนะนำตัวกันเสร็จแล้วพี่ๆ ก็พาไปแนะนำสถานที่ต่างๆ พาเข้าฐานกิจกรรมเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้พักและให้โน๊ตเพลงมาเพื่อนฝึกร้องกัน จนหมดเวลาตอนนี้สองทุ่มแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบข้อความที่ส่งจากเฮียคิริน
(เลิกแล้วโทรมานะคะ ตอนนี้พวกเฮียอยู่ที่คลับมีอะไรโทรมานะ รักหนู)
ผมอ่านจบก็ส่งสติกเกอร์รูปหมีส่งจูบไปให้และเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเดินไปเข้าแถวต่อ ธิดากลับไปแล้วเพราะไม่เข้าว้ากต่อ
“มึงก็ระวังตัวไว้กูเห็นพวกพี่ปีสามจ้องมึงกันเป็นแถว” ว่านบอก
“รู้แล้วไปเถอะไปเข้าแถวกัน”
“อยู่ใกล้พวกกูเอาไว้แล้วกันมีอะไรจะได้ช่วยทัน” เต็มบอก
พอมายืนเข้าแถวกันจากตอนแรกมีเด็กปีหนึ่งทั้งหมด98คนตอนนี้เหลือเพียงครึ่งหนึ่ง การที่จะเข้ารวมว้ากพี่ๆ เขาถามความสมัครใจถ้าไม่ว้ากก้ได้แล้วแต่คนจะเลือกไม่มีบังคับ ผมเลือกที่จะว้ากแล้วจริงๆ มีว้ากรอบดึกอีกแต่เป็นของสาวประเภทสองที่เขาว่าฌหดมากถ้าอยากแต่งหญิงหรือเปิดเผยเพศสภาพที่สาม ผมไม่คิดว่าจะต้องเข้าอันนั้นเพราะผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกันแค่มีแฟนเป็นผู้ชายเท่านั้น
“จัดแถว!!!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลังทำให้พวกผมประมานสี่สิบคนรีบจัดแถว
“นับ!”
“1-2-3-4-5”
“มีแรงนับแค่นี้เหรอ นับใหม่ ดังๆ”
“1-2-3-4-5-6-7”
“ดังๆ พวกคุณมีเท่าไร เสียงผมคนเดียวยังดังกว่าเลย นับ!!!”
“1-2-3-4-5------39-40-41-42”
“ดี นั่งลงได้” กิจกรรมดำเนินต่อมาเลยๆ จนพี่ๆ เขาพามาที่หน้าตึกอักษรให้พวกผมยืนรวมตัวกันตรงนี้รอก่อน สักพักพี่ๆ ว้ากก็เดินเข้ามา มีใครเป็นโรคหอบ โรคหัวใจ เดินออกมา ถ้าพวกผมเป็นอะไรเขารับผิดชอบไม่ไหว ดังนั้นใครที่รู้ตัวเดินออกมามีคนเดินออกไปสามคน
“เอาละต่อไปเป็นการวัดใจกอดคอกันเร็ว” เสียงดังเอ่ยสั่ง พวกผมที่เหลือกอดคอกันอย่างรวดเร็ว
“สก็อตจั้ม50ครั้ง”
“สก้อตจั้ม50ครั้ง”
“เอาใหม่ เสียงดังๆ พูดให้พร้อมกัน”
“สก็อตจั้ม50ครั้ง...1-2-3”
“ต่อไปพวกผมได้เอาบ้างบ้างอย่างไปไว้ในตึก1ที่ชั้นสอง ผมอยากให้พวกคุณเข้าไปหาทีละคน ผมจะบอกห้องให้แต่ละคนจะได้ห้องไม่เหมือนกัน ดังนั้นคนแรกมาเลย” ผมยืนฟังพี่ว้ากอธิบาย ตอนนี้มือผมเย็นเฉียบใช่ผมกลัว ในตึกมันมืดแถมยังต้องเข้าไปเอาของในห้องแคบๆ นั้นอีก ผมไม่รู้ว่าผมยืนนิ่งคนวนกับความกลัวของตัวองนานเท่าไรจนเต็มสะกิด
“ไอ้เท็น มึงโอเคไหมเนี้ย หน้าซีดเชียวมึง ไปต่อไปตามึงแล้วกูไปมาแล้วไม่มีอะไร”
“คือเราว่า” จะพูดออกไปว่าไม่ไหวทำไม่ได้ก็พูดไม่ออก สีหน้าสายตาของพี่ปีสามกลุ่มนั้นมองมาที่ผมและพูดแบบไม่มีเสียง ‘โดนแน่’
“คนต่อไป อย่าชักช้าเร็วครับเพื่อนคนอื่นรอ อยากกลับเที่ยงคืนกันหรือยังไง เร็ว” ผมก้าวเดินไปช้าๆ พี่คนหนึ่งขอโทรศัพท์ของผมและยืนไฟฉายให้ ขาผมก้าวแถบไม่ออก ผมจะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะ ผมสูดลมหายใจเดินเข้าไปด้านในตก เสียงรอบข้างเงียบจนวังเวง มันมืดมากผมหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความกลัว ความรู้สึกผมตอนนี้เหมือนพื้นที่สีดำมืดนี้มันบีบตัวให้แคบลงมาเรื่อยๆ แรงก้าวขาสั่นตลอดเวลาไฟฉายส่งไปเพียงด้านหน้าลืมที่พี่เขาบอกด้วยว่าให้ไปห้องไหนแล้วเอาอะไร
กึก!!!
ผมหันไฟส่องรงที่เสียงดังทันทีหัวใจเต้นรัวเหมือนกลองที่ตีไม่หยุด แต่ตอนนี้หัวใจของคิวเท็นจะหยุดเต้นแล้ว
“ฮึก เฮียเราหายใจไม่ออก เฮียเรากลัว เฮียฮึก” เท้าก็ก้าวเดินไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ๆ ประตูห้องหนึ่งก็เปิดออก ผมตกใจจนต้องหลั้นหายใจเป็นเงาของคนสามคนที่เดินออกมา เป็นพวกพี่ว้าก ผมพ่นลมหายใจป้าดน้ำตาที่ไหลออกมาลวกๆ
“บอกชื่อ รหัสมา” พี่โจ้บอก
“คิวเท็น 840056 ครับ”
“เอามือมา” พี่ภาสสั่งผมก็ยืนมือไปให้พี่ภาสก็เอาอะไรมากดที่แขนผม
“มึงเป็นตุ๊ดหรอว่ะ” พี่โซ่ถามคนนี้แหละที่ว่าผมหยิ่ง
“เปล่าครับ”
“ชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย” ไม่จบยังถามต่อ
“เรื่องนี้เกี่ยวกับรับน้องไหมครับ”
“ไม่เกี่ยวกูอยากรู้เฉยๆ”
“งั้นผมขอตัวนะครับ ภาระกิจเสร็จแล้วใช่ไหม” ผมหันไปถามพี่โจ้ที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เล่นตัววะ เอาซะตรงนี้ดีไหม”
“ไอ้โว่มึงอย่าหาเรื่องใส่ตัว” ผมหันหลังเดินออกไปอีกทางตามที่พี่ภาสบอกโดนไม่สนใจไอ้พี่โซ่ ไม่รู้จักกันสักหน่อยทำไมทำตัวหยาบคายอย่างนี้ก็ไม่รู้ แต่สลัดเรื่องบาออกจากหัวเงยหน้ามาอีกทีก็ ต้องตกใจผมเดินมาตรงไหนเนี้ยแสงไฟของไฟฉายก็เบ่าลงทุกทีจนกระทั้งดับไป ผมถอยหลังชนกับอะไรก้ไม่รู้หล่นลงมา ผมลนลานสายตาเอ่อไปด้วยน้ำตา ตอนนี้ผมคิดถึงเฮียคิรินกับเฮียคิรามาก ผมกลัว กลัวมากจนตัวสั่นยืนหรือเดินต่อไม่ได้นั่งลงร้องไห้กับพื้น
“ฮึกๆ ฮือๆ เฮียช่วยเราด้วย ฮือ เรากลัว เฮีย คิริน คิราช่วยด้วย ฮือ”
อีกด้าน
ผมมองดูเวลาตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้วผมเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อยและลงมาที่ชั้นล่างตรงไปที่สนามแข่ง เปิดประตูห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เข้าไปเจอไอ้สองผัวเมียนั่งพรอดรักกันอย่างไม่แคร์สายตาไอ้คิที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ไอ้ครามกับไอ้โช ผละออกจากกันหันมามองผมที่เข้ามาใหม่
“มึงขึ้นไปเอากันบนห้องเถอะ กูเห็นแล้วกูจะอ้วก” ผมบอก
“ทำไม กูจะเอากันตรงนี้แหละ” ไอ้ครามบอก
“เหอะ มึงนี้เนอะแล้วหมาตัวไหนว่าเมื่อหลายเดือนก่อนมาตัดเพ้อว่าเกลียดไอ้โชที่ใช้กำลังบังครับ ดูตอนนี้แม่งแทบจะขึ้นไปนั่งขย่มอยู่บนตอไอ้โชอยู่แล้ว”
“สัดคิ มึงหุบปากไปเลย” ไอ้โชหัวเราะก่อนจะตีตูดเมียมันและพากันออกไปข้างนอกคงจะไม่ไหวกันแล้วแหละผมว่า หลังจากวันนั้นที่ผมพาน้องไปเดินย่อยอาหารแล้วเจอฉากเสียตัวของไอ้ครามพอดี ไอ้โชมันก็เลยมาปรึกษาว่ามันทำเหี้ยอะไรกับไอ้ครามไปบ้างแต่ผมก็เข้าใจและให้มันปรับความเข้าใจกันแล้วสรุปคือมันก็ชอบกันอยู่แล้วแค่ไม่กล้าบอกกันและกันแล้วไอ้โชดันไปลงมือรุนแรงข่มเหงไอ้ครามเพราะความหึงห่วง จนตอนนี้ตัวพวกมันแถบจะไม่ห่างกันเลยด้วยซ้ำ
“งานเสร็จแล้วเหรอวะ”
“ยังแต่เหลือไม่เยอะแล้ว ใกล้สี่ทุ่มแล้วจะไปรับน้องจะไปไหม”
“อืมไป ตรงนี้ก็เหลือแข่งอีกสองรอบค่อยให้ไอสองผัวเมียมันลงมาจัดการทีหลังได้”
ผมกับคิราเดินทางไปที่มหาลัยโดยใช้เวลาไม่นานเท่าไรพอมาถึงยังเหลือเวลาอีกสิบนาทีด้วยซ้ำ ผมจึงพากันเดินมาที่หน้าตึกดูอยู่ห่างๆ จากกลุ่มนักศึกษาที่ยืนอยู่ภายในตึก ผมยกนาฬิกาดูอีกทีนี้มันสี่ทุ่มจะครึ่งแล้วทำไม่ยังไม่เลิกอีก ผมกับคิราเลยเดินเข้าไปด้านในเหมือนยินเสียงเด็กปีหนึ่งโวยวายอะไรกับพวกพี่ว้าก
“เพื่อนมึงอยากหนี้กลับไปแล้วก็ได้ ปวดแหกหรือเปล่า”
“ของมันก็อยู่นี้แหละ โทรศัพท์มันก็อยู่กับพวกพี่ มันเข้าไปตั้งนานจนทุกคนเขาออกมากันหมดแล้ว พี่เอาเพื่อนผมไปไหนหรือเปล่า”
“ใจเย็นๆ มึง ไอ้เท็นหายเข้าไปจะเป็นชั่วโมงแล้วไอ้พวกพี่เหี้ยนี่ก็พวกเองไม่ใช่หรอวะว่ามันจะเล่นไอ้เท็น มึงทำอะไรมัน” ว่านเดินตรงเข้าไปหาภาสที่ยืนอยู่ภาสก็จะเข้ามาเอาเรื่องที่ถูกกล่าวหา พอได้ยินเด็กคนนั้นเรียกชื่อผมก็ตงิดใจแปลกๆ เลยเดินเข้าไปถาม
“มีเรื่องอะไรกันไอ้โจ้”
“เฮียคิน!!”
“เฮียหวัดดี” ปีสามคนอื่นๆ ก็ยกมือไหว้ผมกับคิรา แล้วหันไปพูดกับไอ้เด็กสองคน
“เพื่อนมึงคงกลับไปแล้วแหละ พวกกูก่อนออกมาก็เดินสำรวจหมดแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในตึก” ไอ้แมนบอก
“ไอ้โจ้เห็นคิวเท็นไปเข้าห้องน้ำเหรอ” คิราถาม
“พี่รู้จักคิวเท็นหรอ” ผมอ่านชื่อที่ป้าย มันชื่อเต็ม
“เอ่อ เฮียมารับน้องมันหรอ”
“เออดิ ไหนว่าเลิกสี่ทุ่มนี้มันจะห้าทุ่มอยู่แล้วถ้าพวกอาจารย์รู้พวกมึงโดนแน่ แล้วคิวเท็นไปไหน”
“ก็ไอ้พวกเหี้ยนี้ให้พวกผมเดินเข้าไปในตึกเพื่อไปเอาของ ไอ้เท็นเข้าไปตั้งนานแล้วยังไม่ออกมาเลยไม่รู้แม่งเป็นอะไรหรือเปล่า”
“มึงว่าไงนะ ไอ้โจ้!!” ผมหันมองไอ้โจ้กำคอเสื้อมันแน่นฝากให้ดูยังเสือกดูแลให้กูไม่ได้อีก
“ไอ้คินกูว่าเข้าไปดูน้องเถอะ พวกมึงเจอตีนกูแน่ถ้าเมียกูเป็นอะไรไป” พวกปีสามยืนหน้าซีดกันเป็นแถวเมื่อคิราชี้หน้าเรียงรายตัวก่อนจะวิ่งเข้าไปในตึก ไล่เปิดไฟทุกชั้น เต็มกับว่านก็ตามเข้าไปด้วย คิรินปล่อยคอเสื้อไอ้โจ้และตามคิราเข้าไป ปีสามที่เหลือก็ปล่อยให้น้องกลับบ้านก่อนและตามเข้าไปช่วยหาในตึกและรอบๆ อีกแรง
“คิวเท็น!!”
“ไอ้เท็น!!”
“หนูได้ยินเฮียไหมตอบหน่อย”
“คิวเท็น ได้ยินเฮียไหม คิวเท็น” ผมวิ่งหาตามห้องเรียนต่างๆ สลับก็เตรียมตอนนี้ไฟทั้งตึกถูกเปิดหมดเพื่อตามหา
“เจอแล้ว!! เฮียๆ เจอคิวเท็นแล้ว” พอผมได้ยินเสียงไอ้โจ้ตะโกนเรียกก็รีบวิ่งตามไปดู ที่บันไดหนีไฟ เหมือนฟ้าผ่าลงมาเลยเมื่อเห็นคนตัวเล็กนอนสลบอยู่ที่พื้นบันได หัวแตกจนมีเลือดซึมออกมา ใบหน้าซีดเซียวเหงื่ออกท่วมตัว ผมรีบช้อนตัวน้องขึ้นทันทีและวิ่งออกมาด้านหน้าตามด้วย
“คิวเท็น!! ไอ้คิไปเอารถมากจะพาน้องไปโรงพยาบาล”
“ไอ้โจ้มึงกับเพื่อนเตรียมตัวไว้เลยกูกลับมาเอาเรื่องพวกมึงแน่” คิราพูดจบก็วิ่งไปที่รถและตรงเข้ามารับคิรินที่อุ้มคิวเท็นเอาไว้ไปส่งโรงพยาบาลอย่างเร็ว ว่านเดินเข้าไปเอาโทรศัพท์ใของคิวเท็นในมือของพี่ปีสามผู้หญิงที่หน้าซีดปากสั่นก่อนจะคว้ากระเป๋าของตนเองและของคิวเท็นและเต็มขับรถตามไปที่โรงพยาบาล
“ไอ้โจ้ ไอ้น้องคนนั้นเป็นเมียเฮียคินหรือเฮียคิว่ะ” เพชรเอ่ยถาม
“มันเป็นเด็กเฮียเขาเหรอวะ ถึงว่าหยิ่งชิบ รู้ว่าปวดแหกยังจะเข้าทดสอบอีก” ภาสบอก
“เด็กเหี้ยอะไรละ เมียแต่งเลยนี้แหละ ทั้งรักทั้งหวง แล้วที่สำคัญผัวน้องมันก็เฮียสองคนนั้นแหละ”
“จริงดิ เวรเถอะ” โซ่บ่นออกมา
“พวกมึงกับกูรอเจอตีนพวกเฮียได้เลย สัด!”
“มึงรู้จักทำไมไม่บอกว่ากูจะได้ไม่แกล้ง มึงก็รู้พวกเฮียแม่งน่ากลัว”
“คราวที่แล้วก็ไม่รู้ว่าน้องมันเป็นเด็กเฮียแล้วให้ลงแข่งรถ แล้วน้องมันแขนหัก มึงดูนี้” โจ้เปิดเสื้อให้ดูชี้ไปที่สีข้างของตนเอง
“อะไรวะ”
“เฮียแม่งเตะกูซี่โครงหักและพาส่งโรงบาลเมื่อกลางปีที่แล้ว เนี้ยรอยผ่ายังอยู่เลยไอ้สัด คราวนี้ไส้กูแตกแน่”
+++++++++++++
