บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7

ตอนที่ 7

“มันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน ที่จะต้องรับเด็กคนนั้นมาเป็นลูก”

“ถ้าลูกได้ยินคำพูดเมื่อกี้คงจะเสียใจน่าดูเลย”

“เธอเลือกพ่อให้ลูกของเธอแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องอะไรจากฉัน ต่อให้ตรวจดีเอ็นเอฉันก็ไม่ใช่พ่อของเด็กด้วยซ้ำ”

“เฮอะ พูดแทงใจดำกันชะมัดเลย” หญิงสาวยิ้มเพียงเล็กน้อย เธอหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วเอ่ยขึ้นต่อ “ไอ้ขยะนั่นมันทิ้งฉันกับลูกไปแล้ว พอมันรู้ว่าฉันป่วย มันก็หนีไปอยู่กับนังตัวเมียตัวใหม่”

“ก็เหมือนที่เธอเคยทำไม่ใช่รึไง เธอเองก็เคยทำแบบนั้นกับฉันหนิ”

ทศพลก็หยิบแก้วไวน์มาดื่มจนหมดแก้วเช่นกัน ตอนนี้ในใจเขามันทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ และทั้งแค้นผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ ผู้หญิงที่ชื่อขวัญตาคนที่เขาเคยรัก

“แทงใจดำกันอีกแล้วนะ”

“เธอไม่ควรติดต่อฉันมาอีก จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ต้องติดต่อมา”

ร่างสูงลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วกำลังจะเดินไป ทว่าเธอคนนั้นก็เอ่ยขึ้นแล้วลุกขึ้นตามมา ก่อนจะกอดเขาจากทางด้านหลัง

“คุณพูดไปอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่อยากให้ฉันติดต่อไปหา ทำไมคุณถึงยังใช้เบอร์เดิมไม่เปลี่ยนล่ะ”

“ไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องเปลี่ยน เธออย่าคิดไปเองเลยนะขวัญตา” ทศพลบอกพลางแกะมือของขวัญตาที่กอดเขาอยู่นั้นออกอย่างไม่ไยดี

“โกรธฉันมากใช่ไหมที่ทิ้งคุณไป แค้นกันมากขนาดนั้นเลยใช่ไหม” ขวัญตาเอ่ยออกมา เธอเดินอ้อมมายืนดักอยู่ทางด้านหน้าของทศพล “ให้อภัยฉันสักครั้งเถอะนะทศ ครั้งนี้ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่มีทางทิ้งคุณไปไหนอีกแน่นอนค่ะ ฉันสัญญาจากใจจริง”

“โทษที พอดีว่าฉันแต่งงานแล้ว”

“...” ประโยคนั้นทำเอาขวัญตาพูดไม่ออก

ตัดมาที่อีกฝั่ง

ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น สองสาวอยู่ที่ร้านเหล้าปั่นแห่งหนึ่ง แถวๆ ระแวกบ้านของจี๊ด

“วันนี้มึงนึกคึกยังไงถึงมากินเหล้าปั่นได้” น้ำมนต์เอ่ยถามจี๊ดที่ตอนนี้นั่งดูดเหล้าปั่นจากหลอดเหมือนดูดน้ำเปล่า

“คือตอนที่อยู่ตลาดอะ...”

“เออ แล้วยังไง?”

“ตอนที่กูบอกมึงว่าจะไปห้องน้ำอะ จริงๆ กูไปที่ร้านขายหมี่ไก่ฉีกของพี่แทนอีกรอบเว้ย”

“แล้วมึงไปทำไม??”

“คือกูกะว่าจะแอบไปดูพี่เขา แต่เชี่ย...แม่งดันไปเห็นพี่เขายืนโอบเอวกับพี่ผู้ชายคนนั้นอะ”

“ฮะ? คือยังไงนะ มึงเห็นพี่แทนโอบเอวกับพี่คนที่เอาหมี่ให้เราน่ะเหรอ”

“เออดิ แม่ง! สาววายอาจจะถูกใจสิ่งนี้ แต่ไม่ใช่กูไง อยากกรี๊ด!” หมดกันที่เธอทั้งปลื้มทั้งชอบ หน้าตาหล่อๆ หุ่นล่ำๆ ไม่คิดว่าจะชอบผู้ชายด้วยกัน

“เอาดีๆ มีสติก่อน บางทีสิ่งที่มึงเห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ ถามเขาก่อนตัดสินดีกว่าปะวะ” น้ำมนต์บอกกับเพื่อนสาว ที่ตอนนี้นั่งเฮิร์ททำทรงเหมือนคนอกหัก

“เห็นเต็มสองตาว่าโอบกันขนาดนั้นเนี่ยนะ มึงยังจะให้กูมีหน้าไปถามอีกเหรอ แบบถามว่า...พี่คะพี่ไม่ใช่ชายแท้ใช่ไหม พี่ชอบผู้ชายใช่ไหม แบบนี้นี้อะเหรอ ฮึ่ย ไม่เอาหรอก”

“แล้วมึงก็จะมานั่งเฮิร์ทแบบนี้เนี่ยนะ”

“ก็แค่แป๊บเดียวแหละ มึงก็รู้ว่ากูลืมง่าย”

“ตามใจมึงเลย กูไม่กินนะ เดี๋ยวไม่มีใครหิ้วมึงกลับ” น้ำมนต์บอกแล้วนั่งกอดอกมองเพื่อนสาวที่ดูดเหล้าปั่นๆ แบบดูดเอาๆ

ผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆ จี๊ดที่ตอนแรกนั่งพร่ำเพ้อเหมือนอกหัก ตัดมาตอนนี้เมาแอ๋ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ น้ำมนต์จัดการจ่ายเงินค่าเหล้าที่เพื่อนกินไปทั้งหมด แล้วมานั่งคิดวิธีว่าจะเอาเพื่อนกลับบ้านยังไงดี สภาพนี้ถ้าเอาซ้อนท้ายมอไซค์ไป มีหวังได้ล่วงไปกองกับพื้นถนนแน่นอน

“น้องจะเอาเพื่อนกลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย” พี่ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร้านเอ่ยถาม “ให้พี่ไปส่งไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูเอามันกลับเอง” น้ำมนต์ตอบปฎิเสธ เธอไม่ค่อยสนิทกับเจ้าของร้านเท่าไร เลยรู้สึกเกรงใจพี่เขา

“ถ้าอยากให้ช่วยก็บอกพี่ได้นะ”

“ขอบคุณมากนะคะพี่”

น้ำมนต์พยุงจี๊ดให้ลุกขึ้นยืน แล้วจัดท่าก่อนจะพาเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างๆ ร้านเหล้าปั่น คนตัวเล็กกำลังจะแบกคนที่ตัวเล็กเหมือนกัน ขึ้นนั่งซ้อนท้ายอยากลำบาก

“อีจี๊ด!!” น้ำมนต์ตะโกนเสียงดัง เมื่อร่างที่เมาจนไร้สติของจี๊ดกำลังจะร่วงลงจากมอเตอร์ไซค์

พึ่บ!

โชคดีที่อยู่ๆ ตำรวจหนุ่มมาช่วยประคองร่างของจี๊ดไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นได้ร่วงคู่แน่นอน

“ทำไมเพื่อนเราถึงได้เมาขนาดนี้?” จอมทัพเอ่ยถามน้ำมนต์

“อกหักค่ะ” น้ำมนต์ตอบ

“อกหักเหรอ เพราะอกหักก็เลยมากินเหล้าปั่นจนเมาว่างั้นเถอะ”

“เหล้าปั่นก็ทำคนเมาได้นะคะคุณสารวัตร ถ้ากินเยอะเกินลิมิต”

“ฉันรู้ แต่พวกเธอยังเด็กกันอยู่เลย”

“พวกหนูอายุยี่สิบกันแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้วนะ”

“จำไว้นะ ไม่ว่าจะยังไง ก็อย่าปล่อยให้เมาจนไม่มีสติแบบนี้ ผู้หญิงแบบพวกเธอถ้าเมามันจะไม่ปลอดภัย เธอรู้ไหม”

“รู้แล้วค่า หนูจะจำไว้นะคะคุณสารวัตร”

“ถ้างั้นก็ปล่อยตัวเพื่อนเธอมาเลย เดี๋ยวฉันจะอุ้มไปขึ้นรถให้เอง”

“ขึ้นรถ?”

“รถตำรวจน่ะ พอดีฉันมาออกตรวจแถวนี้แล้วเจอพวกเธอเข้าพอดี”

“แล้วมอไซค์ล่ะคะ ขืนไม่มีกลับไปอีจี๊ดมันได้โดนพ่อแม่บ่นหูชาแน่นอน”

“แล้วที่มาเมาแบบนี้ไม่โดนรึไง?”

“ก็โดนแหละค่ะ” น้ำมนต์ตอบเสียงอ่อน

“จ่า” จอมทัพตะโกนเรียกเสียงดังก่อนจะมีตำรวจนายหนึ่งเกินข้ามฟากมา “จ่าช่วยขี่รถมอไซค์คันนี้ให้ผมหน่อยได้ไหม”

“สารวัตรจะให้ผมขี่ไปไหนเหรอครับ?”

“ขี่ตามผมมา”

“รับทราบครับ”

“ส่วนเธอมาขึ้นรถไปกับฉันเถอะ” จอมทัพบอกกับน้ำมนต์พลางอุ้มจี๊ดขึ้น แล้วพาเดินข้ามฟากไปขึ้นรถกระบะตำรวจที่จอดอยู่

เวลาต่อมา

หลังจากที่ส่งจี๊ดถึงบ้านแล้ว จอมทัพก็ขับมาส่งน้ำมนต์ต่อ ตอนนี้ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ภายในรถ ส่วนตำรวจอีกนายนั่งอยู่ที่หลังกระบะ

“ปกติเมาแบบนี้กันบ่อยไหม” จอมทัพถามน้ำมนต์ที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ

“ไม่บ่อยหรอกค่ะ เห็นแบบนี้ก็ไม่ได้ทำตัวเสเพลแบบนั้นบ่อยๆ หรอกนะ” น้ำมนต์ตอบแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างรถ เธอกำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง

“ฉันไม่ได้จะว่าแบบนั้น”

“หนูถามอะไรหน่อยได้ไหมคุณสารวัตร”

“อื้ม ถามมาสิ”

“หนูดูเป็นสก๊อยขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็...”

“นั่นไง หนูไม่น่าถามเลย”

“ฉันยังไม่ทันได้พูดเลย แค่จะบอกว่าก็ไม่ได้เหมือนสักหน่อย แต่ถึงจะเหมือนเธอก็น่ารักมากนะ” ตำรวจหนุ่มยกยิ้มเมื่อพูดจบ

“ฮะ? เมื่อกี้คุณสารวัตรบอกว่าหนูน่ารักมากอย่างนั้นเหรอ” น้ำมนต์รู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ จอมทัพก็มาชมเธอว่าน่ารักมาก ผิดกับคนที่บ้านเลย ที่เอาแต่ว่าเธอว่าสก๊อย

“ใช่ เธอน่ารักนะ”

“หนูก็รู้ตัวอยู่แหละค่ะ ว่าตัวเองน่ะ...น่ารักมากแค่ไหน” พูดจบ หญิงสาวก็นั่งอมยิ้มมาตลอดทาง

ไม่นานนักก็ขับมาถึงบ้าน คนตัวเล็กเปิดประตูลงจากรถแล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณตำรวจหนุ่ม

“ขอบคุณนะคะคุณสารวัตรจอม” น้ำมนต์เอ่ยพลางยกมือไหว้

“อืม ไม่เป็นไร เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวฝนจะตกซะก่อน” จอมทัพยิ้มรับแล้วบอกให้น้ำมนต์รีบเข้าบ้าน เพราะดูเหมือนว่าฝนกำลังจะตกหนักในไม่ช้า

“...” เธอพยักหน้าแล้วไขกุญแจที่ประรั้ว ก่อนจะเข้าไปในบ้าน

ตำรวจหนุ่มที่เห็นว่าหญิงสาวนั้นได้เข้าบ้านไปแล้ว เขาก็ขับรถออกมา เพื่อที่จะกลับสถานีตำรวจ

ด้านน้ำมนต์ตอนนี้กำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำ เธอถอดเสื้อผ้าแล้วเอาผ้าขนหนูมาพันรอบร่างกาย ก่อนจะไปอาบเธอก็ขอแวะนั่งเล่นโทรศัพท์สักแป๊บ

คนตัวเล็กนั่งลงที่ปลายเตียง แล้วกดโทรศัพท์พิมพ์แช็ตคุยกับเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน มือพิมพ์ไปปากก็ยิ้มออกมาบ้าง หัวเราะบ้าง

พึ่บ!

อยู่ๆ ไฟทุกดวงที่มีภายในบ้านก็ดับหมด รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้านก็ล่มด้วย ตอนนี้มันมืดจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร มีเพียงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องหน้าของเธออยู่

“มาดับอะไรตอนนี้เนี่ย”

น้ำมนต์เอ่ยพลางกดเปิดไฟฉายของโทรศัพท์ เอามันส่องไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดมาสวมใส่ ร่างเล็กเปิดประตูเดินออกมาที่หน้าบ้าน ก่อนจะพบว่าไฟถนนทุกดวงก็ดับหมดเช่นกัน รวมไปถึงไฟของบ้านหลังอื่นๆ ก็ด้วย

ครืนๆ

เสียงฟ้าร้องดังสนั่น หญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมาเพราะว่าเธออยู่บ้านคนเดียว

เปรี้ยง!

และคราวนี้เป็นเสียงฟ้าผ่าพร้อมมีสายฟ้าเผยออกมาให้เห็นไม่ไกล คนตัวเล็กกลัวแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน เธอนั่งกอดเข่าอยู่ที่โถงนั่งเล่น พยายามกดโทรศัพท์เพื่อจะโทร.ออก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel