ตอนที่ 8
ตอนที่ 8
“ทำไมไม่รับล่ะ”
น้ำมนต์เอ่ยออกมา เธอโทร.ไปหาทศพลแต่ว่าเขาไม่ยอมรับสาย เธอตัดสินใจโทร.ออกไปหาเขาอีกรอบ ทว่าเขาก็ยังคงไม่รับเช่นเดิม
“ไอ้ลุงเสี่ยคนนิสัยไม่ดี แค่รับสายมันยากนักรึไงฮะ รู้ไหมว่าอยู่คนเดียวในช่วงเวลาแบบนี้น่ะ...มันน่ากลัวแค่ไหน มันน่ากลัว...”
หญิงสาววางโทรศัพท์ลง แล้วมองไปรอบๆ โถงนั่งเล่นที่มันทั้งมืดและดูน่ากลัวมากๆ ไหนจะเสียงฟ้าร้องที่อยู่ข้างนอกนั่นอีก ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าใครสักคนที่มาอยู่เป็นเพื่อนเธอ
ในขณะนั้นก็มีแสงไฟส่องเป็นวงเล็กๆ และร่างสูงของใครบางคนก็เดินเข้ามาภายในบ้าน
“มานั่งทำอะไรตรงนี้” เป็นทศพลที่เข้ามา เขาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งกอดเข่าอยู่ข้างโซฟา
“โผล่มาได้แล้วเหรอไอ้ลุงเสี่ย” เมื่อเห็นว่าเป็นเขาเธอก็พูดออกมาด้วยความโกรธ เธอโกรธที่เขานั้นไม่รับสายเธอ โกรธที่เขานั้นทิ้งเธอไว้บ้านคนเดียว!
“ทำไม ทีแบบนี้รู้สึกกลัวรึไง ไอ้เรื่องอื่นไม่เห็นจะกลัวเลยหนิ” เขาบอกพร้อมเดินไปในห้องเก็บของ ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับถือตะเกียงน้ำมันมาในมือ “ของในบ้านมีทำไมไม่รู้จากเอาออกมาใช้”
“หนูจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันอยู่ตรงไหนในหลืบของบ้าน อีกอย่างใครจะไปรู้ว่าลุงเสี่ยจะมีตะเกียงน้ำมันอยู่ด้วย” เธอตอบ ร่างเล็กเดินเข้าไปหาเขาที่กำลังจุดตะเกียงน้ำมัน สักพักเปลวไฟก็ปลิวไสวไปมา พอทำให้มีแสงสว่างขึ้นมาจากเดิม
“บางอย่างมีไว้แล้วใช้ประโยชน์ได้ก็ควรมี แต่บางอย่าง…” เขาหยุดพูดแล้วมองมาที่เธอ “มีแล้วไม่มีประโยชน์ ก็ไม่รู้จะมีทำไม”
“นี่หลอกด่าหนูปะ?”
“เปล่า ด่าตรงๆ”
“เชอะ หนูไม่มีประโยชน์ตรงไหนกัน หนูน่ะ…”
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นอีกครั้ง คนตัวเล็กกระโดดกอดคนตรงหน้าด้วยความตกใจกลัว ใบหน้าเธอซุกอยู่ที่แผงอกของเขา สองมือก็โอบเอวหนาไว้แน่น
“นี่เธอ…”
“…”
ทศพลยืนนิ่งแล้วมองดูน้ำมนต์ที่ตอนนี้กอดตัวเขาแน่นแล้วมีอาการตัวสั่น นี่เธอคงจะกลัวจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งหรอกใช่ไหม มือใหญ่ทำท่าเหมือนจะโอบกอดตอบ แต่ก็แค่ทำท่า เขาเตือนสติตัวเองว่าอย่าอ่อนไหวเด็ดขาด เขาจะไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับพวกผู้หญิงหน้าไหนอีกแล้ว
“ก็แค่เสียงฟ้าร้อง กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง” ว่าจบเขาก็จับตัวเธอออก ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินออกไปสูบบุหรี่ที่ด้านนอก
น้ำมนต์ยืนนิ่งแล้วบอกกับตัวเองในใจ เธอทำบ้าอะไรอยู่ มีสิทธิ์อะไรมาแสดงความกลัวให้เขาเห็น มีสิทธิ์อะไรไปกอดเขาหน้าด้านๆ แบบนั้นกันฮะ
เธอมันไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นหรอกนะ…
และอยู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากหน้าบ้าน เสียงตะโกนเรียกชื่อเธออยู่ซ้ำๆ
“นี่น้ำมนต์ อยู่หรือเปล่า”
น้ำมนต์พอจะจำเสียงได้ เธอเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจทศพลที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ เดินผ่านเขาไปยังประตูรั้วก่อนจะเปิดออก ก็พบว่าเป็นสารวัตรจอมทัพที่กำลังเรียกชื่อเธออยู่
“คุณสารวัตรจอม…”
“ขอโทษที่เสียมารยาทตะโกนเสียงดังนะ พอดีฉันกดกริ่งแล้ว แต่คิดว่าไฟดับมันน่าจะไม่ดัง เลยตะโกนเรียกคงจะได้ผลกว่า”
“อ๋อ ว่าแต่คุณสารวัตรมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เห็นว่าไฟดับหมดหมู่บ้าน เลยเป็นห่วง”
“เป็นห่วงหนู...” น้ำมนต์ทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนจะถามขึ้นต่อ “แล้วนี่รู้จักชื่อหนูได้ยังไง หนูจำได้ว่ายังไม่เคยบอกเลยนี่นา”
“เห็นเพื่อนเธอเรียกไง แล้วนี่โอเคใช่ไหม?”
“ก็เห็นอยู่ว่าโอเค” เป็นทศพลที่ตอบแทน
จอมทัพมองดูทศพลที่ยืนทำหน้าดุอยู่ข้างน้ำมนต์ เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีสถานะอะไรกับเธอ แต่ที่รู้ๆ น่าจะไม่ใช่พี่กับน้องแน่นอน
“ฉันไม่อยู่แค่สองวัน นี่นัดกันมาหาที่บ้านเลยเหรอ เฮอะ!” ทศพลเอ่ยถามน้ำมนต์ เขาไม่อยู่นี่เธอเล่นมีชู้เลยใช่ไหม
“คอ วอ ยอ” น้ำมนต์บอกกับทศพล
“นี่กล้าด่าฉัน?!”
“หนูไม่ได้ด่า แต่ลุงเสี่ยช่วย คิด วิเคราะห์ และแยกแยะทีเถอะ ไม่ใช่คิดอะไรไปเองตามใจชอบ”
“ที่เธอพูดก็มีเหตุผล ก่อนจะด่วนสรุปอะไรนั้นหัดฟังอีกฝั่งพูดก่อน” จอมทัพเองก็เห็นดีกับที่น้ำมนต์บอกเมื่อครู่ เขาพอจะเดาได้แล้วล่ะนะว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เขาคงจะเป็นแฟนของเธอแน่นอน
“เสือก! ปิดประตูรั้วแล้วเข้าบ้านซะ” ทศพลเอ่ยด่าจอมทัพพร้อมออกคำสั่งกับน้ำมนต์ แล้วเดินเข้าไปในบ้านด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว เขารู้สึกโมโหมาก ที่เธอนั้นไปคลุกคลีกับผู้ชายคนอื่นในขณะที่เขาไม่อยู่
“นั่นแฟนเหรอ?”
“ผัวค่ะ แต่งงานแล้ว”
“...” จอมทัพอึ้งเล็กน้อยที่ได้ยินน้ำมนต์พูดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นผัว
“คือ...ลุงเสี่ยแกเป็นคนบ้าๆ แบบนี้แหละค่ะ ยังไงหนูก็ขอโทษด้วย ที่เขาด่าคุณสารวัตรไปเมื่อกี้”
“ไม่เป็นไร แต่เห็นเขาโมโหอยู่นะ เธอจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ไม่เป็นหรอก หนูเข้าบ้านก่อนนะ”
“อื้ม”
“ขอบคุณที่เป็นห่วงหนูนะ”
น้ำมนต์ปิดประตูรั้วแล้วเดินเข้าไปในบ้าน แต่ในระหว่างทางก็ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ เพราะเธอรู้ตัวดีว่าจะต้องโดนทศพลต่อว่าจนหูชาแน่นอน
“มีอะไรจะสารภาพไหม?” ทศพลถามเมื่อเห็นว่าน้ำมนต์เดินเข้ามา
“ไม่มีค่ะ หนูไม่ได้ทำอะไรผิดหนิ มันมีอะไรให้ต้องสารภาพด้วยล่ะ” น้ำมนต์ตอบพลางนั่งลงที่โซฟา
“กล้าพูดมาได้ไงว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วที่เมื่อกี้ผู้ชายมาหาถึงหน้าบ้านคืออะไร ผัวก็มีอยู่ทนโท่ ยังจะทำตัวแรด”
“โห นี่ด่าว่าแรดเลยเหรอ แล้วมาด่าหนูทั้งที่หนูไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเนี่ยนะ ลุงเสี่ยเป็นประสาทปะ”
“ดูเหมือนเธอกำลังจะยั่วประสาทฉัน!”
ทศพลดึงแขนน้ำมนต์อย่างแรง แล้วกระชากร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่า
“หนูเจ็บนะ!”
“ให้โอกาสอีกรอบ บอกมาว่าไอ้เหี้ยนั่นเป็นชู้กับเธอใช่ไหม?”
“ถ้าหนูบอกไปแล้วลุงเสี่ยจะเชื่อไหมล่ะ จะเชื่อหนูบ้างไหม”
“ก็บอกมา”
“หนูกับคุณสารวัตรไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาแค่มาช่วยพาจี๊ดกลับบ้าน เพราะมันเมาหนัก”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ มันมาบ้านนี้ถูกได้ไง?”
“เขามาส่งหนู”
“แล้วไงต่อ”
“แล้วเมื่อกี้ที่เขามาก็เพราะเป็นห่วง เห็นอยู่บ้านคนเดียว และไฟก็ดันมาดับ”
“ถ้าเธอไม่ให้ท่ามันจะมาเหรอ”
“หนูไม่ได้ให้ท่านะ หนูก็แค่คุยกับเขาเหมือนคุยกับคนรู้จักปกติ”
“ฮึ โคตรแรดเลย!”
“โอเค ด่ามาเถอะ มันไม่เข้าตัวหนูหรอก เพราะว่าหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น อีกอย่างถ้าบอกอะไรไปแล้วไม่เชื่อ ทีหลังก็อย่ามาสั่งให้บอก”
น้ำมนต์ผลักตัวทศพลออกเต็มแรง ก่อนเธอจะเดินเข้าไปอยู่ในห้องนอนเพียงคนเดียว ทั้งที่มืดสนิทเพราะไฟฟ้ายังไม่มา
“ไอ้แก่บ้าอำนาจ! ถ้าไม่เชื่อแล้วจะมาถามทำหอกอะไร หืมมมม อยากจะ...กรี๊ดดดด”
“ฉันได้ยินนะ!”
“ก็ด่าให้ได้ยิน!”
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ที่กว่าไฟฟ้าจะกลับมาติดตามปกติ หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ในห้องนอนตามเดิม ส่วนเสี่ยหนุ่มนั่งจิบเหล้าอยู่ที่หน้าบ้านพร้อมสูบบุหรี่ไปด้วย
“เฮอะ ยัยเด็กนี่กล้าดียังไงวะ ถึงได้ให้ผู้ชายมาส่งถึงบ้านของฉัน”
ทศพลเอ่ยออกมาพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนจะนั่งอยู่สักแป๊บแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน เขาจับคนตัวเล็กที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นไล่สำรวจดูตามเนื้อตามตัวของเธอ
“ทำบ้าอะไรเนี่ย”
น้ำมนต์ถามด้วยความงง เธอนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ดีๆ เขาก็เดินเข้ามา แล้วหันตัวเธอไปทางซ้ายทีทางขวาที
พึ่บ!
เสี่ยหนุ่มจับเมียนอนคว่ำหน้าลงบนเตียง ก่อนจะจัดการถอดกางเกงของเธอออกพร้อมออกคำสั่ง
“ทำให้ตัวเองอยู่ในท่าหมา”
“ทำไมหนูต้องทำด้วย ไอ้คนโรคจิต!”
“ฉันจะโรคจิตมากกว่านี้อีก ถ้าเธอยังไม่ยกก้นขึ้นมาสักที”
“บ้าอำนาจ!” เธอด่าเขาแต่ก็ยอมยกก้นขึ้น แล้วจัดตัวเองให้อยู่ในท่าหมาตามคำสั่ง
มือหนาจับเข้าไปที่ของสงวนของเธอ จากนั้นก็ใช้นิ้วแยกกลีบกุหลาบออกจากกัน เพื่อที่จะดูว่ามันได้ใช้งานไปหรือเปล่าในระหว่างที่เขาไม่อยู่
“นี่ลุงเสี่ยจะทำแบบนั้นทำไม มันน่าอายนะ”
“ฉันก็แหวกดูไง ว่าเธอได้ไปเอากับไอ้ห่านั่นหรือยัง แต่ดูเหมือนว่ามันจะแห้งสนิท เพราะฉะนั้นเดี๋ยวฉันจะเติมน้ำให้เอง”
