บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6

ตอนที่ 6

“เธอพูดจริง?” ทศพลถามปลายฝันก่อนจะผละหน้าออกให้อยู่ในระยะห่างที่สมควร

“เจ็ดปีที่ฉันทำงานกับเสี่ยมาเนี่ย ถ้าให้พูดตรงๆ มันก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้างสิ ฉันก็คน ก็มีหัวใจนะเสี่ย”

“ฉันไม่โสดเธอก็รู้”

“แล้วถ้าโสดล่ะ”

“ฉันจะไม่อยู่สองสามวันนะ ฝากเธอดูงานทางนี้แทนด้วย” ทศพลไม่ตอบที่ปลายฝันถาม แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยแทน

“บอกได้ไหมคะว่าจะไปไหน?”

“ไปกรุงเทพฯ”

“ไปไกลจังเลยนะคะ”

“อื้ม ฝากดูทางนี้ด้วยแล้วกัน”

“ได้ค่ะ อย่าลืมของฝากจากเมืองกรุงด้วยนะคะ”

“เดี๋ยวจะดูมาให้แล้วกัน”

วันต่อมา

เศษกระดาษวางเรียงอยู่เกือบจะเต็มโต๊ะ ภายในกระดาษแต่ละแผ่นนั้นมีแต่ตัวเลขสิบหลักพร้อมระบุชื่อ

กุ๊บกิ๊บ 09x-xxx-xxxx

ชมพิงค์ 09x-xxx-xxxx

ไข่มุก 06x-xxx-xxxx

องุ่น 06x-xxx-xxxx

มิลค์ 09x-xxx-xxxx

ยังมีอีกหลายเบอร์ และทั้งหมดนี้เธอเอาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงของทศพล เธอไม่ได้เป็นคนที่ชอบรื้อค้นอะไรทำนองนี้ แต่พอดีเสื้อผ้าเธอเป็นคนซัก และก่อนจะซักก็ต้องเช็กดูก่อนว่ามีของสำคัญอะไรหลงอยู่หรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอต้องเจอเป็นประจำเลยคือกระดาษที่เต็มไปด้วยเบอร์โทร.ของสาวๆ

“หล่อเหลือเกินนะไอ้ลุงเสี่ย สาวๆ ให้เบอร์กันเต็มไปหมด” เธอยืนเท้าเอวบ่น ก่อนจะหยิบเศษกระดาษพวกนั้นมาเก็บไว้ในกล่องเพื่อให้เจ้าตัวเขา เผื่อบางทีเขาอาจจะอยากโทร.ไปคุยกับสาวๆ พวกนั้นก็ได้

หลังจากที่เก็บซักเสื้อผ้าและทำงานบ้านจนเสร็จสรรพหมด คนตัวเล็กก็ไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมที่จะออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสาวคนดีคนเดิม

ไม่นานนักเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นหูก็ดังลั่นมาตั้งแต่หน้าปากซอย ตามด้วยเสียงแหลมๆ ตะโกนเรียกชื่อ

“อีน้ำกูมาแล้ว!”

“เออ กูรู้แล้ว มึงไม่ต้องแหกปากทุกครั้งก็ได้”

“มันเป็นซิกเนเจอร์เว้ย เร็วๆ ดิมึง”

“มึงจะรีบไปไหน”

“ต้องรีบสิเดี๋ยวไม่ทัน”

“ไม่ทันอะไร”

“เออน่า มึงรีบเดินมาแล้วขึ้นรถไวๆ เถอะ อย่าเพิ่งมาถามอะไรตอนนี้ เร็วๆ”

“เออๆ”

น้ำมนต์รีบเดินแล้วจัดการล็อกรั้วบ้านก่อนจะขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของจี๊ด ทว่าเธอยังไม่ทันได้นั่งตูดติดเบาะดี เพื่อนสาวก็บิดคันเร่งแล้วออกตัวรถไปอย่างไว ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหนของนาง

ตลาดนัด…

“นี่อีจี๊ด มึงเร่งกูเพราะอยากจะมาแค่ตลาดนัดเนี่ยนะ” น้ำมนต์เอ่ยพร้อมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่เพื่อน ถ้าจะมาแค่ตลาดนัดไม่เห็นต้องรีบอะไรเลยหนิ

“ใช่” จี๊ดตอบสั้นๆ เธอมองสังเกตไปที่คอของน้ำมนต์แล้วเอ่ยขึ้น “นี่มึงโดนหมากัดคอมารึไง?”

น้ำมนต์ชะงักไปแล้วเอามือลูบที่คอ เธอลืมไปเลยว่าเมื่อวานตอนที่มีอะไรกับทศพลนั้น เขากัดคอของเธอนี่หว่า “ลืมไปเลย ว่าแต่รอยใหญ่มากไหมมึง”

“ก็นิดๆ เป็นรอยฟันอะ นี่มึงโดนเสี่ยทศจับกินอีกแล้วใช่ไหม”

“อื้ม” น้ำมนต์ตอบเพียงสั้นๆ

“ไอ้เสี่ยบ้ากามนี่นะ รักก็ไม่รักยังจะมีหน้ามานอนกับเพื่อนของกูอีก นิสัยเสียจริงๆ” จี๊ดของขึ้น เธอรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ที่เพื่อนเธอต้องมายอมโดนกระทำอยู่แบบนี้

“ช่างเหอะน่า กูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“แต่...”

“อย่างน้อยกูก็มีบ้านดีๆ อยู่ มีเงินใช้ มีคนจ่ายค่าเทอมนะ อาจลำบากใจนิดหน่อยแต่ก็สบายกาย”

“แต่มึงห้ามปล่อยให้ท้องเด็ดขาดเลยนะ กูไม่อยากให้หลานกูมีพ่อนิสัยแย่แบบเสี่ยทศ”

“ไม่ท้องหรอกน่า ลืมไปแล้วรึไงว่ากูฝังเข็มยาคุมไว้” น้ำมนต์ตอบ เธอนั้นฝังเข็มยาคุมมาเมื่อปีที่แล้ว รู้ว่ามันคุมกำเนิดไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็จริง แต่อย่างน้อยเธอก็คิดว่าวิธีนี้ดีสำหรับเธอแล้วล่ะ

“มั่นใจได้ไงว่าจะไม่ท้อง?”

“เอาน่า มาตลาดเพื่อจะมายืนคุยกับกูเรื่องท้องไม่ท้องเนี่ยนะ” น้ำมนต์รีบตัดบท ขืนคุยเรื่องนี้ต่อวันนี้ก็ไม่จบสักที

“เออ เลิกคุยก็ได้” จี๊ดเปิดเบาะรถมอเตอร์ไชค์เพื่อหยิบเสื้อคลุมออกมาแล้วยื่นมันให้น้ำมนต์ “เอาเสื้อไปใส่คลุมไว้ รูดซิบให้สุดมันก็ปิดคอมึงมิดแบบไม่เห็นรอยละ”

“โอเค” น้ำมนต์รับเสื้อมาจากเพื่อน จากนั้นก็สวมใส่แล้วรูดซิปขึ้นจนสุด เพื่อให้มันปิดแบบไม่ต้องเห็นรอยกัดที่คอของเธอ

สิบห้านาทีต่อมา

ตอนนี้คนแห่กันมาต่อแถวรอซื้อหมี่ไก่ฉีก มันก็ดูเป็นอะไรที่ธรรมดา ทว่าที่ไม่ธรรมดาคือพ่อค้าที่มาขายนั่นเอง เขาเป็นรุ่นพี่ที่เรียนอยู่มหา’ลัยเดียวกันกับน้ำมนต์และจี๊ด รุ่นพี่คนนี้ชื่อว่าแทนไท เป็นผู้ชายที่โคตรหล่อแบบหล่อมากๆ

“มึงเอากี่กล่องอีน้ำ?” จี๊ดหันมาถามน้ำมนต์

“กล่องเดียวก็พอแล้ว กูกินคนเดียว” น้ำมนต์ตอบ

“อีนี่ มึงเอาหลายๆ กล่องหน่อยสิ อุดหนุนพี่เขา”

“เอ้าอีนี่ ก็กูกินคนเดียว มึงจะให้ซื้อไปทำบ้าอะไรหลายๆ กล่อง”

“ซื้อไปทำอะไรก็ได้ กูซื้อห้ากล่อง มึงซื้อห้ากล่อง โอเคตามนี้นะมึง”

“นี่...” น้ำมนต์ยังไม่ทันจะได้ตอบตกลงก็มาถึงคิวพวกเธอพอดี

“รับแบบไหนดีครับ”

“หนูเอาหมี่ไม่เผ็ดห้ากล่องค่ะ แล้วเพื่อนหนูเอาหมี่แบบเผ็ดห้ากล่อง”

“โห รวมเป็นสิบกล่องนะครับ”

“ใช่ค่ะ”

“รอแป๊บนะครับน้องคนสวย”

“ค่ะ” จี๊ดยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมแล้วในตอนนี้ คนหล่อๆ มาเรียกว่าคนสวย ใครบ้างจะต้านดาเมจไหว อีกอย่างเธอเองก็แอบปลื้มรุ่นพี่คนนี้อยู่ก่อนแล้ว

“เฮ้อ...” น้ำมนต์ที่เห็นอาการเพื่อนออกนอกหน้านอกตา ก็ถอนหายใจพลางส่ายหน้าไปมา บ้าผู้ชายจริงๆ เลยนังเพื่อนคนนี้

ไม่นานเท่าไรนัก หมี่ไก่ฉีกที่สั่งไปทั้งหมดสิบกล่องก็ได้พอดี

“กล่องละหกสิบ สิบกล่องก็หกร้อยบาทครับ” คราวนี้เป็นพี่อีกคนหนึ่งที่เอาของให้ไม่ใช่รุ่นพี่คนนั้น

“นี่ค่ะ” จี๊ดเป็นคนจ่ายเงิน แต่สายตาก็เอาแต่จ้องมองรุ่นพี่ที่ตอนนี้ยืนรับออเดอร์อย่างยุ่งๆ อยู่

“รับมาหกร้อยพอดีนะครับ”

“ค่ะ”

“ส่วนนี่ แทนฝากให้น้องครับ”

ชายหนุ่มยื่นถุงกระดาษที่มีคุกกี้อยู่ข้างในให้กับหญิงสาวตรงหน้า

จี๊ดรับมาแล้วยิ้มเล็กยิ้มน้อย “ขอบคุณนะคะ”

“ครับ”

จากนั้นสองสาวก็เดินออกมาจากร้าน แล้วเดินไปหาที่นั่งภายในตลาด

“กรี๊ดดดด เขาให้คุกกี้กูด้วยมึง” จี๊ดยกถุงคุกกี้ขึ้นมาโชว์ แล้วกรี๊ดกร๊าดออกมาด้วยความดีใจ

“เขาให้คุกกี้มึง เขาไม่ได้ให้ใจเนาะ รบกวนมีสติก่อนค่ะอีจี๊ด” น้ำมนต์ช็อตฟีลเพื่อน ก่อนจะหยิบหมี่ไก่อีกออกมาหนึ่งกล่องแล้วเปิดกินในทันที

“มึงเป็นการไฟฟ้าขนาดย่อมรึไงฮะอีน้ำ ช็อตฟีลเก่ง” จี๊ดย่นหน้าใส่เพื่อนแบบทีเล่นทีจริง “เออ ว่าแต่อีกกี่วันมหา’ลัยถึงจะเปิดวะมึง”

“เห็นอาจารย์แจ้งในไลน์ว่าวันที่ห้า”

“นี่วันที่สอง ก็เหลืออีกสองวันอะดิ”

“ใช่ ทำไมอะ อย่าบอกนะว่ามึงจะชิ่งหยุดต่อน่ะ”

“เปล่า กูก็แค่อยากจะเจอพี่เขา”

“มึงชอบพี่เขาจริงๆ ดิ” น้ำมนต์ถามเพราะเห็นว่าจี๊ดดูจะตามหวีดรุ่นพี่คนนี้เป็นพิเศษ กับผู้ชายคนอื่นแค่แซวเล่นเป็นพักๆ ละก็หายไม่พูดถึงต่อ

“คิดว่าชอบจริงนะ พี่เขาตรงสเปกกูทุกอย่างเลย โดยเฉพาะความหล่อ”

“โอเค พูดมามากมายความหมายคือเขาหล่อ แค่นั้นเลยใช่ไหมสำหรับมึง?”

“ใช่ และกูว่าจะตามจีบพี่เขาด้วยแหละ มึงว่าไง”

“ก็...”

“โอเคที่เห็นด้วยกับกูนะ”

น้ำมนต์ได้แต่ขมวดคิ้วติดกันแล้วมองจี๊ดที่ตอนนี้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าไม่พอ ยังจะเอาหมี่ที่ซื้อมานั้นมานั่งกอดๆ ดมๆ อยู่อย่างนั้น

ตัดมาที่กรุงเทพฯ ณ ร้านอาหารหรู...

ชายหนุ่มนั่งจิบไวน์ชิลๆ แล้วมองออกไปทางนอกหน้าต่างร้าน ผู้คนเดินสวนกันไปมา รถราก็แล่นเต็มท้องถนน วิถีเมืองกรุงฯมันดูวุ่นวายดีจริงๆ

“ไม่เจอกันตั้งห้าปี ไม่คิดจะมองหน้ากันหน่อยเหรอคะ” เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้น มือเรียวหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ แล้ววางลงที่เดิม “ถ้าไม่อยากเห็นกันขนาดนั้น คุณจะถ่อมาตั้งไกลทำไมกันนะ”

“พูดเพ้ออะไรของเธอ ที่ฉันถ่อมาก็เพราะใครกันล่ะที่บอกว่าป่วยใกล้จะตาย”

“ฉันก็ป่วยจริงๆ หนิ ใบเข้ารับการรักษาก็ให้คุณดูไปแล้ว ส่วนไอ้เรื่องใกล้ตายนั่นขอโทษแล้วกันที่ฉันโกหก”

“ฮึ เธอนี่เก่งเรื่องโกหกหลอกลวงจริงๆ สินะ”

ทศพลวางแก้วไวน์ลง แล้วมองดูผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่ดูทั้งเจ็บทั้งแค้น

“แต่คุณก็ยังเลือกที่จะฟังคำโกหกของฉัน”

“เลิกพล่ามแล้วบอกมาสักทีว่าเธอต้องการอะไร”

“รับขวัญเกล้าเป็นลูก” เธอบอกในสิ่งที่ต้องการแล้วมองชายตรงหน้าด้วยท่าทีที่จริงจัง “นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจากคุณ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel