บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3

ตอนที่ 3

ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงซึ่งได้เวลาถวายเพลพระ ทุกคนต่างนำกับข้าวที่นำมา ซึ่งจัดใส่ถาดอยู่ก่อนหน้ายกไปถวายแก่พระ

ส่วนน้ำมนต์นั้นนั่งอยู่กับที่แล้วมองดูทศพลกับผู้ช่วยส่วนตัวของเขา ตอนนี้สองคนนั้นกำลังยกกับข้าวถวายให้พระด้วยกัน

“มึงมาช่วยกูถวายข้าวให้พระมา” จี๊ดบอกพลางดึงมือเพื่อนให้มาร่วมถวายด้วยกัน

เมื่อถวายเพลพระเสร็จ ทุกคนก็กลับมานั่งที่แล้วนั่งรอพระฉัน

“มึงโอเคปะเนี่ย” จี๊ดถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวดูซึมๆ ไป

“โอเคสิ กูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เธอตอบแล้วเปลี่ยนท่านั่งเป็นหันหลัง ไม่อยากจะเห็นเขาที่ตอนนี้นั่งอยู่ห่างจากจุดที่เธอนั่งไม่เท่าไร

เวลาล่วงผ่านมาจนเที่ยง หลังจากที่ถวายเพลพระและพระฉันเสร็จแล้ว ผู้คนก็ต่างเอาอาหารที่เหลือมาแบ่งกัน แล้วนั่งร่วมวงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

“มากินข้าวกันมึง” จี๊ดเอ่ยชวนเพื่อน

“มึงกินเลย พอดีกูไม่หิวอะ” น้ำมนต์ตอบปฏิเสธเพราะว่ายังไม่หิว

“เออๆ งั้นกูกินข้าวแป๊บ”

“อืม เดี๋ยวกูไปนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำรอนะ”

“โอเค”

น้ำมนต์เดินออกมาจากศาลาวัดแล้วเดินตรงไปที่ศาลาริมแม่น้ำ เมื่อมาถึงเธอก็นั่งลงแล้วหยิบมวนบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ปาก

“เป็นเด็กเป็นเล็กใครให้สูบบุหรี่” อยู่ๆ ก็มีมือของใครไม่รู้มาหยิบมวนบุหรี่ออกจากปากของเธอ

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะแย่งบุหรี่คืนมา เธอจัดการกัดเพียงครึ่งท่อนก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ

“ไม่ให้สูบก็เลยกิน?!”

“มันใช่บุหรี่จริงที่ไหนกันล่ะคุณตำรวจ”

“ก็เห็นอยู่”

“นี่มันหมากฝรั่งต่างหาก อายุเท่าไหร่คะเนี่ยถึงไม่รู้ว่านี่มันไม่ใช่บุหรี่จริงๆ” เธอบอกพร้อมกับกินหมากฝรั่งอีกครึ่งท่อนที่เหลือแล้วเคี้ยวๆ

“ขอโทษที ฉันนึกว่ามันเป็นบุหรี่จริงๆ มันคล้ายซะขนาดนั้น” เขาตอบแล้วมานั่งลงข้างๆ เธอ ก่อนจะถอดหมวกหม้อตาลของตำรวจลงข้างตัว “แล้วนี่ทำไมมานั่งอยู่คนเดียว ทำไมไม่ไปกินข้าวกับเขากัน”

“ถามหนูทำไมล่ะคะ นี่จะแอบมาสืบอะไรหรือเปล่า” เธอตอบแล้วเขยิบตัวออกห่างจากตำรวจหนุ่มนั่นแล้วเอ่ยขึ้นต่อ “หนูไม่คุ้นหน้าเลย มาใหม่เหรอ?”

“ใช่ ฉันมาใหม่”

“มาจากไหนเหรอ”

“กรุงเทพฯ”

“โห กรุงเทพฯ ทำไมคุณตำรวจถึงมาที่อุบลฯล่ะ มันไกลและวิถีชีวิตแตกต่างกันมากเลยนะ”

“ก็มีคำสั่งให้ย้ายก็ต้องย้าย นี่แหละคือคำตอบ”

“ยศจ่าปะคะ?”

“ร.ต.อ.”

“รักตัวเอง?”

“ฮะ...” ตำรวจหนุ่มถึงกับหัวเราะเบาๆ

“เอ้า ร.ต.อ. ก็เท่ากับแปลว่า รักตัวเอง หนูบอกไม่ถูกเหรอคุณตำรวจ”

“เธออายุเท่าไหร่และเรียนอยู่ระดับชั้นไหนกันนะ”

“อายุยี่สิบ เรียนอยู่ปีสอง”

“เธอก็น่าจะรู้นะว่า ร.ต.อ. มันแปลว่า ร้อยตำรวจเอก หรือที่เรียกว่า สารวัตร น่ะ”

“จะไปรู้ได้ยังไง หนูไม่ได้มีผัวเป็นตำรวจสักหน่อย”

“...”

“ไปก่อนนะคุณตำรวจ”

ว่าจบน้ำมนต์ก็เดินออกมาจากศาลาริมน้ำ แล้วเดินตรงไปหาจี๊ดที่กำลังเดินลงมาจากศาลาวัด

“นี่กูห่อกับข้าวมาให้มึงด้วยอีน้ำ” จี๊ดบอกพลางยื่นถุงกับข้าวให้เพื่อน

น้ำมนต์รับมาแล้วยกขึ้นดูก่อนจะเห็นว่ากับข้าวทุกอย่างมันถูกเทรวมๆ กันอยู่ภายในถุง นี่ห่อให้คนจริงดิ?

“มึงมั่นใจนะว่าห่อมาให้กูน่ะอีจี๊ด ไม่ใช่ห่อไปให้หมา” น้ำมนต์เอ่ยปากถามแล้วมองหน้าเพื่อน

“ให้หมา”

“อีนี่นะ ให้หมาแล้วมึงจะมาบอกให้กูทำไม”

“ก็กูอยากแหย่มึงไง”

“สนุกมากมั้ง”

“สนุกสิ”

“กับข่าวอร่อยไหมคะเสี่ย” เสียงเอ่ยของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้บทสนทนาของสองสาววัยรุ่นชะงักไป

“อร่อยอยู่ ใช้ได้เลย” เสี่ยหนุ่มตอบคนที่ถาม

“ฉันตื่นมาทำเองตั้งแต่ตีห้าเลยนะคะ”

“เก่งจัง”

“เชอะ! เก่งจังอย่างนั้นเหรอ ชมคนอื่นจังเลยนะ แต่กับหนูเนี่ยลุงเสี่ยไม่เคยจะชมเลยสักครั้ง” น้ำมนต์เอ่ยขึ้นแล้วเบะปากใส่ทั้งทศพลและปลายฝัน

“นั่นสิ นี่เสี่ยทศลืมไปแล้วปะว่าอีน้ำเนี่ยมันเป็นเมีย” จี๊ดเอ่ยสมทบแล้วชี้นิ้วไปที่น้ำมนต์ก่อนจะสลับไปที่ปลายฝัน “ส่วนนั่นน่ะแค่ลูกจ้าง”

“เข้าขากันดีจริงๆ เชียวนะ พวกยัยเด็กสก๊อย” เป็นทศพลที่เอ่ยขึ้น

“...” ปลายฝันแอบขำเมื่อได้ยินว่าเด็กสาวสองคนนั้นถูกเรียกว่าสก๊อย

“ทำไม สก๊อยแล้วมันไปหนักหัวพวกไอ้แก่อีแก่แถวนี้รึไง” จี๊ดถึงกับของขึ้น เธอยืนเท้าเอววีนอย่างไม่กลัว

“ไปกันเถอะมึง กูเริ่มเหม็นกลิ่นสาปแก่แถวนี้แล้วล่ะ อี๋ เหม็น!”

น้ำมนต์เองก็ไม่น้อยน่า เสิร์ฟคำด่าอ้อมๆ แบบเจ็บๆ ใส่ทศพลกับยัยผู้ช่วยของเขาไปหนึ่งแมทช์ ก่อนจะจูงมือพาเพื่อนรักเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์แล้วกำลังจะขี่ออกไป ทว่าตำรวจหนุ่มดันเดินเข้ามาหาพวกเธอแล้วรั้งไว้ด้วยการจับแขนของเธอเอาไว้

“...” เธอมองตำรวจหนุ่มอย่างงงๆ

“นี่จะมาจับกันถึงในวัดเลยเหรอคะคุณตำรวจ” จี๊ดเอ่ยพลางกำลังคร่อมอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์

“วันนี้ไม่จับหรอก แต่ครั้งหน้าจับนะ ถ้าพวกเธอขี่รถโดยไม่ใส่หมวกกันน็อกแบบนี้”

“แต่ตอนนี้คุณตำรวจก็จับอยู่นะคะ” น้ำมนต์เอ่ย

“หืม”

“ก็จับแขนหนูอยู่นี่ไง”

“อ๋อ ขอโทษที” เมื่อรู้ตัวเขาก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากแขนของเธอ เขาล้วงหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกงก่อนจะยัดมันใส่มือของเธอ “ถึงบุหรี่นั่นจะเป็นหมากฝรั่งก็จริง แต่คนอื่นมาเห็นก็คงจะคิดว่าเธอกำลังสูบบุหรี่จริงๆ อยู่ เพราะฉะนั้นเอาอมยิ้มนี่ไปอมแทนแล้วกันนะ” ว่าจบเขาก็ปล่อยมือออกแล้วลูบศีรษะเธอหนึ่งทีก่อนจะเดินไปขึ้นรถกระบะที่มีตราตำรวจ

“โหย อมของหลวงแทนได้ไหมคะเนี่ย” จี๊ดเอ่ยขึ้นแล้วมองตามหลังตำรวจหนุ่มนั่น

“อีนี่พูดจาอะไรทุเรศมาก อมของหลวงบ้าบออะไรกันเล่า” น้ำมนต์เอ่ยแล้วมองดูลูกอมในมือ ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกง

“ใช่สิ ก็มึงอมแต่ของเสี่ยไง”

“อีจี๊ด!” เพื่อนคนนี้ชอบพูดจาอะไรก็ไม่รู้ ทำเอาเธอไม่รู้จะไปต่อยังไง

“พอดูดีๆ แล้วหล่อฉิบหายเลยมึง”

“อืม ก็หล่ออยู่”

“ว่าแต่มึงไปรู้จักกับเขาได้ไงวะ เหลามาสิ”

“ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง”

“เออๆ ขึ้นรถมาเร็วๆ”

และสองสาวก็แว้นมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างไว

ตัดมาที่ทศพลซึ่งตอนนี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยมีปลายฝันยืนอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง

“นั่นน่าจะตำรวจใหม่ที่เพิ่งย้ายมาค่ะ ตอนฉันไปตลาดเห็นคนพูดๆ กันมา ว่าวันนี้จะมีตำรวจใหม่ย้ายมาอยู่สถานีตำรวจตำบลในเมือง” ปลายฝันบอกกับทศพล

“มาใหม่แต่ทำไมถึงได้กล้ามายุ่งกับเมียของคนอื่นแบบนี้ เฮอะ” เสี่ยหนุ่มเอ่ยออกมาแล้วมีท่าทีไม่พอใจ ทำเอาคนที่ยืนข้างๆ ได้ยินแล้วถึงกับต้องเอ่ยถาม

“เหมือนเสี่ยกำลังจะหึงน้องน้ำเลยนะคะ” ปลายฝันถามด้วยน้ำเสียงที่ดูแข็งนิดๆ เธอไม่เคยเห็นทศพลพูดแทนน้ำมนต์ว่าเมียเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูด

“ทำไมคิดแบบนั้น เธอคิดว่าฉันจะหึงยัยเด็กนั่นจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?”

“มันชวนให้คิดหนิ ร้อยวันพันปีเสี่ยไม่เคยแทนตัวน้องน้ำว่าเมียเลยนะคะ แต่ทำไมวันนี้กลับเรียกซะได้ มันน่าแปลกใจ”

“ฉันแค่บอกว่าเมียคนอื่น ไม่ได้บอกว่าเมียฉันสักหน่อย เลิกคิดไร้สาระแล้วเตรียมไปทำงานเถอะ” เอ่ยจบร่างสูงก็เดินดุ่มๆ ไปที่รถโดยที่ไม่รอผู้ช่วยสาว

“นี่แหละอาการของคนกำลังหึง แต่ฉันจะไม่ยอมให้เสี่ยเป็นแบบนั้นหรอกนะ” ปลายฝันเอ่ยกับตัวเองก่อนจะเดินตามทศพลไปที่รถ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel