ตอนที่ 2
ตอนที่ 2
“ถ้าไปเอากับคนอื่นได้ ฉันคงไม่เอากับเธอ” เขาตอบด้วยท่าทีเรียบนิ่งแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “แค่ฉันเอากับเธอไม่ได้แปลว่าฉันจะติดใจ แต่มันคือหน้าที่ที่ผัวเมียต้องทำกันก็เท่านั้น อย่าหลงคิดไปไกล”
“โอเค ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบนะคะลุงเสี่ย หนูง่วงมากเลยน่ะ ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะ” เอ่ยจบก็เดินเข้าไปในห้องทันที
ทศพลเองก็เดินเข้าไปในห้องที่น้ำมนต์เพิ่งเข้าไปเช่นกันเพราะเขานอนห้องเดียวกับเธอ ที่ต้องนอนในห้องเดียวกันนั้นเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่เขาต้องทำเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่เขาตกลงไว้กับพ่อ
“เธอไปใช้ห้องน้ำด้านนอกอาบน้ำเถอะไป” เขาออกคำสั่ง
“ทำไมต้องไปใช้ห้องน้ำข้างนอกด้วยล่ะ” เธอถามและกำลังจะถกเสื้อขึ้น
“สภาพโคลนเขรอะขนาดนี้ฉันไม่ให้มาใช้ห้องน้ำในห้องฉันหรอกนะ สกปรก!”
“เดี๋ยวหนูก็ล้างห้องน้ำให้อยู่ดี อีกอย่างห้องน้ำด้านนอกมันไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ ขืนไปอาบตอนนี้ได้มีหนาวตายแน่นอน หนำซ้ำมันก็ดึกมากแล้วด้วย”
“นั่นมันก็เรื่องของเธอ” เขาว่าพลางลากคนตัวเล็กให้ออกมาจากห้องนอนก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเธอ
“เฮอะ ไอ้ลุงเสี่ยนิสัยไม่ดี!” เธอด่าเขาแต่เป็นการด่าที่เสียงเบาที่สุด
เวลาต่อมา
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วเธอก็เดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน ห้องน้ำที่เธอใช้อาบน้ำมันอยู่นอกห้องนอนที่แปลว่าอยู่นอกตัวบ้าน ในบ้านมีห้องน้ำสองห้องก็จริง ห้องหนึ่งอยู่ในห้องนอนสามารถอาบน้ำได้ อีกห้องอยู่เยื้องๆ กับห้องครัวแต่มันมีไว้ใช้ฉี่กับขับถ่ายแค่นั้น ส่วนอีกห้องที่เธอไปอาบน้ำมานั้นมันอยู่นอกตัวบ้าน เป็นห้องน้ำที่ดูเก่าๆ แต่ก็ยังใช้งานได้ปกติ
“หนาวจะตายชัก น้ำเย็นเจี๊ยบเหมือนกลั่นออกมาจากน้ำแข็ง เย็นแบบโคตรเย็นเลย อยากจะให้อีลุงเสี่ยนั่นลองมาอาบดูบ้างจะได้รู้”
น้ำมนต์บ่นกระปอดกระแปดพลางเดินเข้าบ้านในสภาพที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันอยู่รอบร่างกาย เมื่อกี้เธอก็ลืมหยิบเสื้อผ้าออกมาด้วย และเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเธอก็เปิดเข้าไปก่อนจะเห็นว่าไฟในห้องปิดพร้อมกับทศพลที่นอนหลับอยู่
“หลับหรือยังลุงเสี่ย ขอเปิดไฟหน่อยได้ไหม หนูจะเปิดตู้หาเสื้อผ้ามาใส่” เธอเอ่ยขอ ไม่รู้ว่าเขานั้นหลับไปจริงๆ หรือว่ากำลังจะหลับ
“ไฟฉายโทรศัพท์มีหนิ เธอก็เปิดเอาสิ ฉันจะนอนแล้วอย่ามากวนให้มันมากนัก” เขาตอบกลับพลางพลิกตะแคงตัว
“โถ่เอ๊ย ก็แค่เปิดไฟแป๊บเดียวเอง แค่จะหาเสื้อผ้ามาใส่ ลำพังแค่ไล่ให้ออกไปอาบน้ำนอกบ้านก็ใจร้ายใจดำพอแล้วปะ” เธอบ่นออกมาให้เขาได้ยินแล้วก็คลำๆ หยิบเสื้อผ้าในตู้มาใส่
“น่ารำคาญ!” เขาเอ่ยแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมาที่เตียง “ออกไปนอนนอกห้องไป” เขาหยิบหมอนและผ้าห่มมายัดใส่มือของเธอ
“สุภาพบุรุษจริงๆ เลยนะลุงเสี่ย” เธอเอ่ยแล้วมองเขาด้วยสายตาที่ชินชา นี่ไม่ใช่ครั้งที่เขาไล่เธอให้ออกไปนอนนอกห้อง แต่ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
“ออกไปสิ”
“เออ หนูก็ไม่ได้อยากนอนด้วยนักหรอก เหม็นกลิ่นแก่” เธอหอบหมอนและผ้าห่มออกมาทันที
คนตัวเล็กนั่งลงที่โซฟาตัวยาวก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหลับในทันทีด้วยความเหนื่อยล้า
วันต่อมา
เป็นเวลาแปดโมงเช้า ทศพลตื่นขึ้นมาก็ไปอาบน้ำและทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆ ของตนจนเสร็จสรรพ ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องโถงเพื่อดูว่าน้ำมนต์ตื่นนอนหรือยัง ทว่าคนตัวเล็กยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่โซฟาตัวยาว
“ลืมไปแล้วรึไงว่าวันนี้ต้องไปวัด”
“ไม่ได้ลืมสักหน่อย” เธอดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาที่ตอนนี้ยืนเท้าเอวเตรียมกำลังจะบ่นใส่เธออย่างเต็มที่
“ฉันไม่รอ...”
“ฉันไม่รอนะ เธอหาทางไปเองแล้วกัน นี่คือคำที่ลุงเสี่ยกำลังจะบอกสินะ” เธอเอ่ยออกมาอย่างรู้ว่าเขานั้นจะพูดอะไร
“รู้ดีไปหมด” เขาบอกแล้วมองเธอชั่วครู่ด้วยสายตาที่ดูแคลนก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ “ต่อไปนี้ถ้ายังเอาแต่ขี่รถร่อนแล้วทำผิดกฎจราจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกล่ะก็...ฉันจะไม่ให้เงินค่าขนมเธอแม้แต่บาทเดียว”
“ไม่ได้ขี่รถร่อนสักหน่อย” เธอเถียง
“ยังจะมีหน้ามาเถียง คิดว่าฉันไม่รู้ไง”
“ก็แค่ขี่รถเล่นกับจี๊ดมันเอง ตำรวจนั่นแหละเอาแต่จับได้จับดี”
“ถ้าเธอไม่ทำผิดกฎตำรวจเขาจะจับไหม?”
“สุดท้ายหนูก็จ่ายค่าปรับอยู่ดี”
“ฉันล่ะไม่อยากจะคุยกับเธอจริงๆ”
“ก็ไม่ต้องคุยสิ”
“นี่!”
“โอ๊ยยยย ไม่รู้ด้วยแล้ว เอาแต่ด่าๆ อย่างเดียว ด่าหนูทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไงฮะ” ว่าจบร่างเล็กก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนโดยที่ไม่อยู่ฟังคำต่อว่าของเขาต่อ
“เฮอะ ดีจริงๆ ว่านอนสอนง่ายสุดๆ พูดอะไรเถียงทุกคำ ชื่อน้ำมนต์แต่ทำตัวเหมือนน้ำคลอง” เขาส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาในนิสัยของยัยเด็กสก๊อยนี่
เวลาต่อมา ณ วัดแห่งหนึ่งของตำบลในเมือง
ตอนนี้ภายในศาลาเต็มไปด้วยคนเฒ่าคนแก่และหนุ่มๆ สาวๆ รวมไปถึงเด็กเล็กเด็กโต อีกทั้งยังมีอาหารมากมายจัดวางใส่ถาดเพื่อรอเวลาสิบเอ็ดโมงแล้วจะนำไปถวายพระ พอดีวันนี้เป็นวันแรกของปีใหม่ทางวัดเลยมีการให้ญาติโยมนำอาหารมาร่วมถวายเพลพระ
นี่เป็นเวลาสิบโมงนิดๆ ผู้คนต่างนั่งพูดคุยกันเพื่อคั่นเวลา บ้างก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไปพลางๆ
“ไหนผัวมึงอะ กูยังไม่เห็นเลย” จี๊ดเอ่ยถามน้ำมนต์
“ไม่รู้สิ” น้ำมนต์ตอบ อันที่จริงเธอพอจะรู้ว่าเขานั้นไปไหนถึงยังได้ยังไม่มา
“เอ้า ก็ไหนมึงบอกว่าเสี่ยทศออกมาก่อนมึงได้สักพักแล้วไง นั่นก็แปลว่าตอนนี้เขาจะต้องมานั่งหน้าสลอนอยู่ก่อนแล้วปะ”
“ช่างเหอะ จะไปสนใจทำไม เดี๋ยวก็คงจะมานั่นแหละน่า” เธอตอบๆ ไป แล้วก้มหน้าดูโซเซียลในโทรศัพท์มือถือต่อ
“มึงก็เป็นซะแบบเนี้ย นั่นผัวนะเว้ย ไม่คิดจะสนใจหน่อยเหรอว่าไปไหนทำไมยังไม่มา”
“เขายังไม่เคยจะสนใจกูเลย นี่ขนาดกูเป็นเมียเขาแท้ๆ ที่ผ่านมามึงก็เห็นไม่ใช่เหรอ”
น้ำมนต์แต่งงานกับทศพลมาตั้งแต่เธออายุได้ยี่สิบปีเต็ม จนนี่อีกสี่เดือนเธอจะอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้วเขายังไม่เคยสนใจไยดีเธอเลยสักนิด ถ้าให้นับก็แปดเดือนเห็นจะได้ที่เธอเป็นเมียของเขามา มีแต่มาเอากับเธอเวลาที่เขานั้นมีอารมณ์ก็เท่านั้น
“ก็จริงนะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมมึงไม่เลิกกันสักทีวะ”
“ถ้ามันง่ายขนาดนั้นป่านนี้กูคงโสดแล้ว”
“นู่น มานู่นแล้ว ตายยากจริงๆ แต่ว่าไม่ได้มาคนเดียวนะ”
เมื่อได้ยินที่จี๊ดพูด น้ำมนต์ก็ละจากโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมาดูว่าทศพลมากับใคร
“งามหน้าจริงๆ เมียตัวเองนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้แท้ๆ ยังจะกล้าพาคนอื่นมาด้วย” จี๊ดพูดต่อพลางส่ายหน้าไปมา
“เขาเคยเห็นฉันเป็นเมียที่ไหนกัน” เป็นน้ำมนต์ที่เอ่ยขึ้น เธอมองดูเขาตัวเองที่ตอนนี้กำลังเดินยิ้มเข้ามาในศาลาวัดพร้อมกับใครบางคน
