บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ภัยใกล้ตัว

อย่างไรก็ตามตอนที่เสิ่นเฟยฟางตัดสินใจเดินกลับบ้านเธอได้ปลามาอีกสองตัว ในตะกร้านอกจากผักป่าที่ใช้ปิดของในตระกร้าเพียงน้อยนิด ด้านในมีไข่ไก่สิบสามฟอง และปลาตัวใหญ่อีกสามตัว

เสิ่นเฟยฟางมองป้าสะใภ้รองในครัวแล้ววางตะกร้าลง “ป้าสะใภ้รอง”

ผูซีหลินหันมามองหลานสาว “ฟางเอ๋อร์มีอะไรหรือ”

เธอไม่ตอบแต่เปิดของในตะกร้าให้อีกฝ่ายได้ดู ผูซีหลินตะลึง “ฟางเอ๋อร์ไปเก็บมาจากไหนกัน! ไม่ได้ไปขโมยมานะ”

ต้องบอกว่าไข่ไก่ถ้าไม่ได้เลี้ยงเอาไว้ก็ต้องเข้าป่าไปเก็บมา แต่ความแห้งแล้งของที่นี่บอกได้ว่าพวกเธอไม่ได้กินของดี ๆ มานานแล้ว สัตว์ในป่าถูกล่า โดยเฉพาะไก่ฟ้า ไข่ไก่จึงไม่มีให้เก็บ

“ฉันเก็บได้ที่รังเก่าของไก่ค่ะ เลยเก็บมาไว้ทำอาหารให้ที่บ้าน ส่วนปลาฉันบังเอิญเห็นในแม่น้ำแล้วจับมาได้” เสิ่นเฟยฟางบอก

ผูซีหลินถูมือมองปลาในตะกร้าพลางกลืนน้ำลาย “ป้าสะใภ้จะทำน้ำแกงปลาสักตัว! ที่เหลือขังเอาไว้ทำกินวันหน้า”

บ้านสามไม่ได้กินเนื้อมาหลายเดือนแล้ว ธัญพืชยังไม่มีส่วนแบ่งอีกทำให้ต้องกินผักป่าประทังชีวิตไปวัน ๆ พอมีปลามาจึงอยากทำน้ำแกงปลาซดให้โล่งคอสักหน่อย

แต่เสิ่นเฟยฟางไม่เห็นด้วย “ไม่ได้! ถ้าทำน้ำแกงปลาจะได้กลิ่น ข้างนอกล้วนอดอาหารหลายวันเพื่อกินหนึ่งมื้อ ถ้าพวกเราทำน้ำแกงปลาคนจะต้องมาที่นี่”

ผูซีหลินตะลึง “จริงด้วย”

“ป้าสะใภ้รองต้มไข่ไก่ให้ย่าทวด คุณปู่คุณย่าคนละฟองเถอะค่ะ” เสิ่นเฟยฟางออกความเห็น “ส่วนที่เหลือพรุ่งนี้เข้าป่าไปทำน้ำแกงปลา ค่อยเอาออกมากินที่นี่!”

“ได้”

ก่อนจะไปอาบน้ำเสิ่นเฟยฟางไม่ลืมเตือน “ของกินทั้งหมดให้เก็บไว้ในห้องนะคะ! อย่าเอาไว้ข้างนอกหรือห้องใต้ดินเป็นอันเด็ดขาด”

บ้านสามนั้นไม่มีความขัดแย้งกันเลย ทุกคนล้วนรักใคร่กันถึงแม้ว่าจะไม่มีกิน สะใภ้ไม่มีใครกลับบ้านเดิมหรือไม่มีการทอดทิ้งหลานสาว บ้านสามพร้อมใจที่จะทิ้งชีวิตไว้ด้วยกัน

ก่อนฟ้าจะมืดทุกคนทำงานของตนเองเสร็จแล้ว มานั่งรวมตัวกันที่ลานบ้านตระกูลเสิ่น ระหว่างรอกินข้าวที่จะเสร็จอีกไม่ช้า ผูซีหลินเปิดปากพูด “พรุ่งนี้ฉันกับสามีจะเข้าป่าไปทำน้ำแกงปลามากินที่บ้าน จะพาเด็ก ๆ เข้าไปหาของกินด้วย”

“น้ำแกงปลาหรือ ที่บ้านไม่มีปลาจะทำน้ำแกงปลาได้อย่างไร!” แม่เฒ่าสามทวนคำ “อีกอย่างถ้ามีปลาจริง ๆ ก็ทำที่บ้านได้ ไม่เห็นต้องเข้าไปทำในป่าเลย”

ผูซีหลินมองหลานสาวแล้วยิ้ม “ที่บ้านมีปลาจริง ๆ ค่ะ เป็นฟางเอ๋อร์ที่นำปลากลับมาสามตัว กับไข่ไก่อีกหลายฟอง ถ้าพวกเราทำอาหารที่บ้าน บ้านอื่นต้องได้กลิ่นปลา ตอนนี้ในอำเภอมีคนไม่น้อยที่อดอาหารเพื่อกินครั้งละหลายมื้อ”

โจวเหม่ยฮุ่ยยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ “ฟางเอ๋อร์เก็บไข่กับปลามาอย่างนั้นหรือ!”

ไม่ต่างจากคนที่เหลือย่อมตกใจ เป็นเวลามากกว่าครึ่งปีที่บ้านได้กินเพียงผักป่า ธัญพืชเล็กน้อยที่มีให้ผู้ชายที่ทำงานนอกบ้าน ส่วนผู้หญิงทำงานเล็กน้อยในหมู่บ้าน

“ฉันบังเอิญเก็บได้เท่านั้นค่ะ” เสิ่นเฟยฟางบอก ไม่ลืมหันไปมองลุงสามของเธอ “อีกอย่างยังมีฟางสือหลิวที่ฉันกับลุงสามเก็บมาด้วย มันจะเป็นของกินพวกเราในระหว่างนี้”

ที่บ้านมีย่าทวดที่อายุมากแล้วการเดินทางไกลไม่สมควรเป็นอย่างมาก และที่บ้านไม่มีใครต้องการทิ้งย่าทวด ทุกคนตั้งใจจะอยู่ที่นี่ตั้งแต่แยกบ้านแล้ว

เสิ่นเฟยฟางเสนอ “อีกอย่างสถานการณ์ข้างนอกไม่ค่อยดี ฉันจำได้ว่าห้องปู่ใหญ่ ห้องลุงใหญ่ เพิ่งซ่อมแซมก่อนหน้านี้ ทุกคนควรรวมตัวกันเอาไว้ ป้องกันอันตรายที่จะมาถึง”

เรื่องของบ้านป้าใหญ่เธอไม่ลืม โชคดีที่ป้าใหญ่ของเธอนั้นฉลาดรู้ว่าสามีตายไม่เป็นธรรม ตอนฟ้าจะมืดเลยพาลูกสาวเข้าไปซ่อนตัวที่ห้องใต้ดิน นอกจากสองสามีภรรยาแล้วก็มีแต่พ่อของเธอที่รู้จักวิธีเปิด

“ฉันเห็นด้วยค่ะ คนพวกนั้นปล้นหมดทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด” เสิ่นกวงลี่กลืนความขืนขมเอาไว้ “ถ้าไม่ใช่เพราะฉันไหวตัวทันตอนนี้คงไม่รอดแล้ว!”

พ่อเฒ่าสามได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอกก็นึกเสียใจ ถ้าเขาไม่ฟังคำภรรยาตอนนี้หล่อนคงเหลือเพียงชื่อไปแล้ว “ครอบครัวเจ้ารอง และครอบครัวเจ้าสี่นอนห้องใหญ่ ที่เหลือนอนอีกห้อง”

ครอบครัวเจ้ารองมีแต่ลูกชาย ครอบครัวเจ้าสี่มีแต่ลูกสาว และหลาน ๆ ยังเล็กอยู่ จึงให้อยู่ห้องที่ปลอดภัย ส่วนที่เหลือนั้นอยู่อีกห้องได้ พ่อเฒ่าสามเห็นห้องนอนแล้ว

เสิ่นเฟยฟางไม่ลืมกำชับ “ของกินที่เก็บมาและของอื่น ๆ เก็บไว้ในห้องนอนเท่านั้น! ห้องใต้ดินไม่ปลอดภัย”

“ลูกสาวพูดถูก” เสิ่นกวงผิงพยักหน้าเห็นด้วย ห้องใต้ดินของบ้านพี่สาวปลอดภัยแต่ไม่ใช่ห้องใต้ดินของที่นี่

แม่เฒ่าสามกล่าว “พวกเรากินข้าวแล้วเข้านอนกันเถอะ! จะได้ปิดบ้านและดับไฟ”

เพราะต้มไข่ไก่ให้เพียงแม่เฒ่า พ่อเฒ่าสาม และแม่เฒ่าสาม เด็ก ๆ ในบ้านต่างกลืนน้ำลายอยากกินมัน พ่อแม่ของเด็ก ๆ กลับส่ายหน้าและยืนกรานไม่ให้ผู้เฒ่าได้แบ่งไข่ไก่ให้หลาน อาหารของแม่เฒ่าผูซีหลินเป็นไข่ไก่ที่ต้มเสร็จแล้วนำมาบดใส่กับน้ำร้อนให้มีน้ำแกงลื่นคอ

“กลางคืนไม่ปลอดภัย” พ่อเฒ่าสามกล่าว “ต่อให้ได้ยินเสียงคนร้องข้างนอกก็ไม่ต้องออกไป! ไม่ว่าจะห้องนอนไหนของพวกเราก็ไม่ต้องออกไป”

สิ่งที่พ่อเฒ่าต้องการสื่อก็คือไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนในบ้านร้องอย่าออกไปเด็ดขาด อาหารในบ้านถูกแบ่งครึ่งเก็บไว้ทั้งสองห้อง อย่างน้อยถ้ามีคนเข้ามาปล้นไปจริง ๆ จะยังมีอาหารเหลืออยู่

เสิ่นเฟยฟางเหลือบมองสีหน้าทุกคนที่อมทุกข์ และตั้งใจว่าจะทำให้คนในบ้านรอดพ้นสถานการณ์นี้ไปให้ได้! “ย่าทวดอายุเยอะแล้ว เข้าไปนอนเถอะค่ะ ฉันจะพยุงเข้าไป”

แม่เฒ่ายิ้มเล็กน้อยแล้วไอออกมา “ฟางเอ๋อร์เด็กดี”

“ท่านแม่” แม่เฒ่าสามมีสีหน้าเป็นห่วงรีบเข้ามาพยุง “ไปเถอะ แยกย้ายกันเข้านอน พรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้ทำอีกมาก ฟางเอ๋อร์ก็ไปนอนเถอะ ย่าจะพาย่าทวดไปนอนเอง”

โจวเหม่ยฮุ่ยบอกลูกสาว “เด็กดี แม่จะพาลูกไปนอนดีหรือไม่ พรุ่งนี้ค่อยมาเล่นกับย่าทวด”

“ค่ะ”

หลังกินมื้อเย็นเสร็จผู้ชายในบ้านเดินรอบ ๆ ลานบ้านและปิดประตูรั้ว ตระกูลเสิ่นถือว่ามีฐานะแต่ช่วงหลัง ๆ แห้งแล้งเงินเริ่มหมดไป แต่บ้านยังดีอยู่ มีความปลอดภัยกว่าบ้านสามมาก แต่ละครอบครัวแยกย้ายกันเข้าห้องที่ตกลงกันเอาไว้

เสิ่นเฟยฟางนอนแออัดกับพี่สาวที่นอนหนุนตักพ่อกับแม่ ถึงบอกเป็นห้องใหญ่แต่แอดอัดกันถึงสิบสองคน ผู้ใหญ่ทนลำบากได้แต่เด็ก ๆ อายุมากสุดเพียงเก้าขวบ ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวต่างนั่งนอนให้ลูก ๆ ได้นอนอย่างสบาย

ระหว่างนอนหนุนตักผู้เป็นแม่ เสิ่นเฟยฟางได้ยินเสียงกรนของพี่สาวคนโตที่หลับก่อนคนอื่น “แม่ พรุ่งนี้พวกเราเข้าไปหาของกินในป่ากันดีไหมคะ”

“ได้” โจวเหม่ยฮุ่ยตอบลูกสาว

อ้ากกก

เสิ่นเฟยฟางสะดุ้งตัวขึ้นนั่งพอได้ยินเสียงร้องของผู้ชายดังขึ้นใกล้ ๆ นี้ แล้วยังมีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงหลายคน คนที่หลับก่อนหน้านี้ล้วนสะดุ้งตื่นแล้วขยับตัวเข้าหากัน

เสิ่นกวงผิงลุกขึ้นใช้หูแนบกับหน้าต่าง “เป็นบ้านสามเหลียง!”

บ้านสามเหลียงอยู่ติดกับบ้านตระกูลเสิ่นแห่งนี้ ทำให้คนในห้องต่างหวาดผวา ผู้ใหญ่คว้าอาวุธไว้ในมือ ส่วนเด็ก ๆ คว้าของใกล้ตัวเป็นอาวุธ

มุมห้องปรากฏร่างเด็กจำนวนเจ็ดคน ที่ล้อมเสบียงของบ้านเอาไว้ส่วนหนึ่ง ผูซีหลิน โจวเหม่ยฮุ่ยกอดลูก ๆ เอาไว้ ปากพร่ำบอก “ไม่เป็นไร”

เสิ่นกวงหยาง เสิ่นกวงผิง สองพี่น้องมองหน้ากัน บ้านสามเหลียงกับตระกูลเสิ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด แค่ครั้งนี้พวกเขาเห็นแก่ตัวไม่ยอมออกไปช่วย ที่บ้านมีแรงผู้ชายเพียงสี่คน หากออกไปแล้วในบ้านเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะทำเช่นไร

เสิ่นเฟยฟางมองออกนอกหน้าตาด้วยดวงตาวาวโรจน์ ชีวิตใหม่ของเธอนั้นไม่ง่ายจริง ๆ! ในความทรงจำตอนนี้ภายในหมู่บ้านเหลือเพียงครึ่งหมู่บ้าน บ้านไหนผู้ชายเยอะย่อมปลอดภัย

นอกจากเสียงบ้านสามเหลียงแล้วยังมีเสียงจากบ้านอื่นอีก ผู้ชายหลายคนตะโกนไล่โจรอย่างหวาดกลัว หากเป็นเมื่อก่อนคนในหมู่บ้านคงออกไปช่วยกันขับไล่ ต่างจากสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก

กว่าเสียงจะเงียบลงก็ตอนใกล้เช้าแล้ว เด็ก ๆ หลับสนิทต่างจากผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมนอนเพื่อเฝ้าระวังภัยข้างนอก อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าทุกคนต้องออกไปหาอาหารแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel