บทที่ 2 บีบกันตาย
เสิ่นเฟยฟางตื่นขึ้นมาตอนเช้าหลังตื่นมากินไข่ต้มเมื่อคืนนี้ ถึงได้รู้ว่าสถานการณ์ภายในอำเภอกำลังแย่ ลุงเขยถูกหลอกเข้าป่าก่อนเสียชีวิต และเมื่อคืนบ้านป้าสะใภ้ถูกปล้น นอกจากนี้ยังมีบ้านอื่น ๆ ที่ถูกปล้น ทำให้หลายครอบครัวหวาดกลัว
สมาชิกตระกูลเสิ่นถูกเรียกรวมในตอนเช้าที่ลานบ้าน เสิ่นเฟยฟางสวมชุดเก่า ๆ แล้วเดินตามหลังไป เธอรวมกลุ่มกับพี่สาวของเธอสามคนอาศัยวงล้อมของผู้ใหญ่ในบ้านสามอยู่
“หมู่บ้านเย่ถางถูกปล้นเมื่อคืนคงรู้ข่าวแล้ว ตอนนี้หลาย ๆ หมู่บ้านก็ถูกปล้น มีคนตายหลายคน ฉันกับตาเฒ่าคุยกันแล้วว่าจะไปซินเจียง สถานการณ์ที่นั่นดีกว่าที่นี่มาก” แม่เฒ่าใหญ่เป็นคนบอก
ที่ซินเจียงมีญาติตระกูลเสิ่นอยู่ที่นั่น จริง ๆ จะบอกว่าตระกูลเสิ่นก็ไม่ถูก ต้องเป็นญาติจากตระกูลหยูมากกว่า ย่าทวดทั้งสองคนเป็นคนตระกูลหยูที่แต่งงานเข้าตระกูลเสิ่นของที่นี่
แต่พ่อเฒ่าสามไม่เห็นด้วย “พ่อกับแม่อายุเยอะแล้ว การเคลื่อนย้ายระยะไกลย่อมลำบาก เกรงว่าท่านจะทนไม่ไหว”
พ่อเฒ่าใหญ่ถอนหายใจ “เป็นเช่นนั้น ฉันกับพี่สะใภ้ของนายเลยคุยกันว่าจะพาพ่อเฒ่าไปด้วย ส่วนแม่เฒ่านั้นบ้านสามจะเป็นคนดูแล”
“นั่นไม่เท่ากับว่าพวกเราแยกบ้านกันหรือ!” แม่เฒ่าสามเบิกตาโพลงอย่างตกใจ
สามีภรรยาไม่ตายก็ไม่แยกจากกัน ถึงแม้ทั้งสองจะอายุมากแล้วแต่บ้านสามไม่คิดว่าบ้านใหญ่จะตัดสินใจดูแลเพียงพ่อเฒ่าที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าแม่เฒ่า
“ใช่ พวกเราต้องแยกบ้านกัน!”
สถานการณ์ในไห่หนานย่ำแย่ ที่นี่เป็นมณฑลอยู่ทางตอนใต้ของสาธารณประชาชนจีน อากาศที่นี่ร้อนมาก และประกอบอาชีพประมง ทำให้ธัญพืชที่ปลูกไม่ค่อยดีอยู่แล้วไม่ดีไปใหญ่ หลายบ้านให้ลูกชายหย่าสะใภ้หรือทิ้ง
หลานสาวที่ไร้ประโยชน์ออกจากบ้าน ทำให้คนตายจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แม่เฒ่ารองเห็นด้วย “ใช่ พวกเราควรแยกบ้านกันนานแล้ว!” นางรอคอยวันนี้มานานมาก “แต่ละครอบครัวมีคนเยอะ ย้ายไปด้วยกันไม่ไหว”
“พี่สะใภ้หมายความว่าจะทิ้งบ้านสามหรือ!” พ่อเฒ่าสามกล่าวอย่างไม่พอใจ
“แล้วมันจริงไหม บ้านสามมีคนเยอะมากจะไปซินเจียงด้วยกันหมดย่อมเป็นภาระ!” พ่อเฒ่ารองตอบน้องชายอย่างขอไปที
พ่อเฒ่าใหญ่บอก “ที่ซินเจียงมีเพียงบ้านของพ่อเฒ่าที่บ้านใหญ่จะไปอยู่ ส่วนบ้านรองจะไปอยู่บ้านของแม่เฒ่าใหญ่ บ้านสามไม่มีที่อยู่”
เป็นไปตามที่พ่อเฒ่าใหญ่บอก บ้านสามไม่มีบ้านที่นั่นจริง ๆ มีแค่บ้านในไห่หนานที่พวกเขาอาศัยอยู่ในตอนนี้เท่านั้น หากเดินทางไปด้วยกันย่อมเป็นภาระ
ผูซีหลินมองบ้านใหญ่ บ้านรอง ด้วยสีหน้ารังเกียจ ทำแบบนี้บีบกันตายชัด ๆ! “ป้าสะใภ้ให้พวกเราไปด้วยไม่ได้หรือคะ ฉันจำได้ว่าพ่อสามีเคยบอกว่ามีพี่ชายอยู่ที่นั่น”
พ่อเฒ่าสามยังมีพี่ชายต่างบิดาอีกหนึ่งคน ก่อนแม่เฒ่าแต่งงานกับพ่อเฒ่า แม่เฒ่าเคยแต่งงานและมีลูกชายมาแล้วหนึ่งคน ส่วนสามีเสียชีวิต บ้านอดีตสามีขอหลานชายเอาไว้เพราะมีลูกชายคนเดียว ก่อนหน้านี้ทั้งสองบ้านไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นสิบปีแล้ว
“อย่างไรก็ช่าง พวกเรามาแยกบ้านกันเถอะ!”
“อีกอย่างบ้านสามยังรับแม่หม้ายกับหลานสาวมาอยู่ด้วย คิดว่าตระกูลเสิ่นร่ำรวยมากหรือ!” หยางหย่าชิงกล่าวหลังแม่สามีกล่าวจบ
“พี่สะใภ้” เสิ่นกวงลี่ขมวดคิ้วเมื่อมีชื่อของตนเองในบทสนทนาครั้งนี้ ใบหน้าของหล่อนมีความเสียใจประดับอยู่ ตอนที่สามีของหล่อนยังอยู่ ไม่ใช่ว่านำของดีมามอบให้บ้านเดิมบ่อย ๆ หรือ
แม่เฒ่าสามไม่อยากให้เรื่องลูกสาวเป็นประเด็นจึงตอบตกลงง่าย ๆ “ได้ พวกเราแยกบ้านกัน! แต่บ้านสามจะต้องได้บ้านที่นี่”
ถึงอย่างไรพ่อเฒ่าใหญ่ พ่อเฒ่ารอง และพ่อเฒ่าสามก็เป็นพี่น้องกัน หากแบ่งบ้านแล้วบ้านสามไม่ได้อะไรก็เสียประโยชน์ พ่อสามีของนางลำเอียงรักลูกชายอีกสองคนมากกว่า ที่ผ่านมายอมอยู่ใต้โอวาทก็ดีแค่ไหนแล้ว
พ่อเฒ่าเสิ่นมองลูกชายทั้งสามด้วยดวงตาฝ้าฟางแล้วบอก “ได้ บ้านหลังนี้ให้บ้านสามไป แต่ว่าเงิน ธัญพืชต่าง ๆ ไม่แบ่งให้!”
ทุกคนตะลึงกับคำตอบที่ได้รับ ต่อให้มีบ้านแต่ไม่มีเงิน ไม่มีธัญพืชมันจะไปมีความหมายอะไรอีก! แล้วเงินที่บ้านสามหาได้ก็ต้องตกไปเป็นของอีกสองบ้านอย่างนั้นหรือ
พ่อเฒ่าสามเหยียดยิ้ม เขาเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านแถมคนละแม่ ไม่สนิทกับพี่ชายทั้งสองและรู้ว่าพ่อของเขารักพี่ชายอีกสองคนมากกว่า “ครับ แต่แม่เฒ่าจะอยู่กับบ้านสาม”
ในเวลานี้พ่อเฒ่าสามไม่รู้เลยว่าถ้าบ้านใหญ่พาแม่เฒ่าไปอยู่ด้วยแล้วจะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน ต่อให้ต้องอดตายเขาต้องดูแลแม่ของเขาเอง
“อืม ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา”
ในที่สุดตระกูลเสิ่นก็แยกบ้านกันแล้ว บ้านใหญ่ บ้านรอง หลังแยกบ้านก็ออกเดินทางไปทันที เหมือนกับว่าวางแผนเอาไว้แล้ว พวกเขาแบกธัญพืชออกไปด้วย ไม่ต่างจากหลายบ้านที่ต้องการไปพึ่งพาญาติที่อื่น
ทั้ง ๆ ธัญพืชที่ตระกูลเสิ่นมันมีมากกว่าจำนวนมาก เวลานำไปด้วยย่อมลำบากแต่พวกเขากลับไม่ยอมทิ้งไว้แม้แต่ชั่งเดียว กล่าวได้ว่าต่อให้เดินไปข้างหน้าช้าก็ไม่คิดจะใส่ใจบ้านสาม
ภายในลานบ้านตระกูลเสิ่นเงียบลงถนัดตาเมื่อคนลดลงเป็นจำนวนมาก ยี่สิบชีวิตที่เหลืออยู่มีเพียงไม่กี่คนที่มีเรี่ยวแรงเพราะที่เหลือเป็นคนชรา ผู้หญิง และเด็ก
พ่อเฒ่าสามกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วตัดสินใจ “พวกเรามีเงินเหลือเพียงไม่กี่หยวน หากต้องการเดินทางไปซินเจียงไปได้เพียงสามคนเท่านั้น”
หลี่โจวหว่านตะลึง “พ่อสามี...”
“ที่นี่ไม่ปลอดภัยพวกเราต้องอยู่อย่างหวาดระแวงหรือคะ” โจวเหม่ยฮุ่ยเป็นกังวล โดยเฉพาะบ้านของหล่อนมีแต่ลูกสาว กลัวว่าพ่อแม่สามีจะทิ้งเอาไว้ที่นี่
เสิ่นกวงหยางถอนหายใจ “ถ้าไปด้วยกันได้ไม่หมดก็ไม่ต้องไป! บ้านตระกูลเสิ่นนั่นมีความปลอดภัยพอสมควร ตอนนี้พวกเราแยกย้ายไปหาของกินและย้ายของเข้ามาที่นี่เถอะ”
“อืม”
เมื่อตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ต่อแล้วทุกคนแยกย้ายกันไปจัดการทุกอย่าง และที่นี่ไม่ได้ปลอดภัยจึงต้องเกาะกลุ่มกันไป เสิ่นเฟยฟางเดินตามพี่สาวไปเก็บผักแถว ๆ แม่น้ำ ที่ผู้ชายของบ้านหาบน้ำกันอยู่
เสิ่นเฟยเจินปีนี้อายุแปดขวบแล้ว หล่อนทำงานบ้านเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลน้องสาวทั้งสามคน “ระวังตัวกันด้วยนะ มีอะไรตะโกนดังๆ “
“อืม”
เสิ่นเฟยเสียนถามด้วยความไม่เข้าใจ “ทำไมต้องระวังด้วยล่ะ แต่ก่อนพวกเรายังออกมาที่นี่ทุกวันเลย”
“เฮ้อ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว รีบเก็บผักเถอะ” เสิ่นฟางเย่บอกน้องสาว
เสิ่นเฟยฟางมองผักป่าตรงหน้าที่เริ่มตายแล้ว เธอถอนหายใจ อาหารหลักของบ้านสามคือผักป่ากับน้ำที่ต้องดื่มให้มาก ที่บ้านมีไก่แค่สองตัวที่หลายวันออกไข่ที ส่วนมากจะทำน้ำแกงแบ่งกัน แต่ตอนนี้ถูกยกให้แม่เฒ่าเสิ่นที่อายุแปดสิบกว่าปีแล้ว
‘เอ๊ะ!’
ระหว่างมองหาผักที่ต้องเก็บ เสิ่นเฟยฟางบังเอิญมองเห็นรังไก่ที่น่าจะเป็นรังไก่เก่า เธอมองไปรอบ ๆ พอไม่มีคนสนใจก็เข้าไปดู
“ไข่จริง ๆ ด้วย”
สองมือทำตะกร้าผักป่าที่เก็บมาให้เป็นโพรง ก่อนหยิบไข่ไก่หลายฟองเข้าตะกร้าแล้วใช้ผักป่าปิดมันอีกรอบ เธอทำเป็นว่าไม่มีไข่ในตะกร้าแล้วช่วยคนอื่นเก็บผักป่าต่อ
“ฟานสือหลิว! (ฝรั่ง) ” เสิ่นเฟยฟางตาโตมองผลไม้ตรงหน้าอย่างดีใจ
ฟานสือหลิวเป็นผลไม้ที่ให้ความอิ่มและเก็บไว้ได้นาน ต้นฟานสือหลิวมีผลมากและเธอเก็บไม่ถึง ต้องมองหาคนในบ้านที่จะมาช่วย
“ลุงสาม!”
เสิ่นกวงเหยียนหาบน้ำหลายรอบแล้ว รอบนี้เขากำลังจะนั่งพัก พอได้ยินเสียงหลานสาวจึงรีบเดินไปหา “ฟางเอ๋อร์มีอะไรอย่างนั้นหรือ”
“ฉันเจอฟานสือหลิวค่ะ” เสิ่นเฟยฟางพูดเสียงเบาแล้วชี้นิ้ว “อยากเก็บไปไว้ที่บ้าน แต่เอื้อมไม่ถึง”
“ฟานสือหลิว” เสิ่นกวงเหยียนมองต้นฟานสือหลิวอึ้ง ๆ เป็นไปไม่ได้! ต้นฟานสือหลิวต้นนี้ไม่ได้ออกลูกมาหลายปีแล้ว และแต่ละบ้านคอยจ้องมันตลอดรวมถึงเขาด้วย แต่มันไม่ออกผลเลย
เสิ่นเฟยฟางบอก “รีบเก็บเถอะค่ะ!”
“รู้แล้ว”
ผลฟานสือหลิวมีหลายลูกมาก สองลุงหลานช่วยกันเก็บได้หนึ่งตะกร้าใหญ่ โดยที่ไม่มีใครสังเกต เสิ่นเฟยฟางเก็บผลฟานสือหลิวลูกสุดท้ายกล่าวว่า “ลุงสามนำเข้าไปเก็บไว้ในห้องนะคะ! ให้คนในบ้านเฝ้าเอาไว้ อย่าเก็บที่ห้องใต้ดินเด็ดขาด”
ไม่รู้ว่าสมาชิกตระกูลเสิ่นนั้นได้จากไปจริง ๆ แล้วหรือไม่ หากพวกเขากลับมาย่อมรู้วิธีเปิดห้องใต้ดิน ฟานสือหลิวเป็นเสบียงเก็บไว้กินได้หลายมื้อ
“ได้”
เสิ่นเฟยฟางไม่ได้เดินตามลุงใหญ่กลับบ้านไป เธอทำทีเดินไปล้างมือที่แม่น้ำ แล้วสะดุ้งเพราะมีปลาวิ่งเข้ามือ! เธอมองอย่างงุนงง “ไม่ใช่ว่าปลาในแม่น้ำหมดแล้วหรือ”
