เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s

73.0K · อัพเดทล่าสุด
Ainthira06 / โจวเหว่ยฟาง周伟芳
35
บท
1.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เสิ่นเฟยฟางกำลังวิ่งวุ่นภายในร้านขนมหวานด้วยความเหน็ดเหนื่อย อยู่ ๆ เจ้าของร้านก็ยื่นคำสั่งซื้อขนมจำนวนหนึ่งให้พนักงาน เสิ่นเฟยฟางในฐานะผู้จัดการร้านต้องลงมาช่วยงานลูกน้องเพราะคนไม่พอ! ระหว่างส่งขนมให้ลูกค้า จู่ ๆ เกิดอาการหน้ามืด ได้ยินเพียงเรียกคนสนิทแต่ฝืนดวงตาอันหนักอึ้งไม่ไหว จึงหลับไปในที่สุด ใครจะไปรู้ว่าตื่นขึ้นมาอีกทีเธอคือเสิ่นเฟยฟางลูกสาวคนเล็กของบ้านในสาธารณรัฐประชาชนจีนปี 1960 ไม่ใช่เสิ่นเฟยฟางผู้จัดการร้านขนมหวานชื่อดังอีกต่อ ที่สำคัญชีวิตใหม่ของเธอเป็นเพียงเด็กอายุ 5 ขวบ ที่ฐานะครอบครัวยากจนแถมยังบาดเจ็บอีกต่างหาก!

นิยายรักโรแมนติกทหารพลิกชีวิตนางเอกเก่งข้ามมิติโตมาด้วยแก้แค้นนิยายย้อนยุคเด็กเรียนวัยรุ่น

บทที่ 1 ไม่ชอบมาพากล

‘นังสารเลว!’

เสียงหญิงวัยกลางคนตวาดลั่นลานบ้านตระกูลเสิ่น ในมือของแม่เฒ่าใหญ่มีร่างเด็กผู้หญิงผอมโซถูกหิ้วคอเอาไว้ นางลากถูพลางก่นด่า “ตระกูลเสิ่นของฉันเลี้ยงดูพวกแกไม่ดีหรืออย่างไร ถึงได้มาขโมยอาหารบ้านคนอื่น!”

“ป้าสะใภ้อย่าตีฟางเอ๋อร์เลยค่ะ ฮือ ๆ” โจวเหม่ยฮุ่ยวิ่งออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่า กอดร่างลูกสาวที่ถูกตีพลางสะอื้นไปด้วย

เสียงก่นด่า เสียงร้องไห้ ภายในลานบ้านตระกูลเสิ่นไม่นานปรากฏสมาชิกตระกูลเสิ่น บางคนมีใบหน้าไม่สบอารมณ์ บางคนเบื่อหน่ายถึงขั้นไม่อยากออกมา

แม่เฒ่าใหญ่มีท่าทางโมโห โยนหลานสาวไปไกลแล้วถุยน้ำลายลงพื้น “เมื่อครู่ฉันวางเนื้อเอาไว้บนโต๊ะ ออกไปตักน้ำเพียงครู่เดียวนังเด็กสารเลวนี่ก็เข้ามาขโมยเนื้อไปแล้ว!”

“พี่สะใภ้ท่านแน่ใจหรือว่าหลานสาวฉันเป็นคนขโมยไป” แม่เฒ่าสามมองลูกสะใภ้กับหลานสาวอย่างกังวลแล้วบอก “ถึงแม้จะขโมยจริง แต่ทำไมหลานสาวถึงเข้าไปในบ้านของพี่สะใภ้ได้”

ตระกูลเสิ่นในอำเภอถุนชางเป็นครอบครัวใหญ่มีฐานะไม่ค่อยดี ถึงแม้ตอนนี้จะมีด้วยกันถึงสี่รุ่นแล้วแต่ยังไม่แยกบ้าน เพราะพ่อแม่สามีของพวกเขายังอยู่ ทำให้ภายในตระกูลมีความขัดแย้งกันค่อนข้างสูง

หยางหย่าชิงลูกสะใภ้แม่เฒ่าใหญ่เสิ่นโผล่หน้าออกมามองสองแม่ลูกอย่างรังเกียจ “บ้านนี้อีกแล้ว! เดือนก่อนเข้ามาขโมยไข่ไก่บ้านเราออกไป ครั้งนี้ยังมาขโมยเนื้ออีก”

“พวกเราไม่ได้ขโมยไข่ไก่จริง ๆ นะ” โจวเหม่ยฮุ่ยยกมืดเช็ดน้ำตาแล้วเล่าต่อ “แม่เฒ่าหลันเห็นว่าฟางเอ๋อร์ช่วยเก็บผักเลยนำไข่ไก่มาให้”

เหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนแม่เฒ่าหลันเพื่อนบ้านอาศัยอยู่กับลูกชายคนเดียว บ้านนี้ไม่ขัดสนเงินทองเพราะลูกชายเป็นทหาร เวลามีของกินดี ๆ ก็จะเอาให้เสิ่นเฟยฟางลูกสาวของหล่อนเสมอ แต่วันนั้นไข่ไก่ที่บ้านใหญ่ต้มกลับหายไปฟองหนึ่ง ทำให้ทุกคนมองว่าบ้านของหล่อนขโมยไข่ไก่

แม่เฒ่ารองรีบพูด “พี่สะใภ้ใหญ่พวกเราจะให้บ้านสามอาศัยกับพวกเราไปตลอดไม่ได้หรอกนะ! คราวหน้าคงมาขโมยของอีก”

“นั่นสิ”

ภายในตระกูลเสิ่นประกอบไปด้วยสามสาย สายหลัก สายรองมีมารดาคนเดียวกัน หลังแม่เฒ่าเสิ่นคนก่อนเสียชีวิตไม่นานแม่สามีของแม่เฒ่าสามก็แต่งเข้าตระกูล ให้กำเนิดลูกชายคนที่สามและตอนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ บ้านสายหลัก บ้านสายรอง ถือว่ามีบรรพบุรุษคนเดียวกันจึงเข้ากัน ส่วนบ้านสายสามนั่นได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

สะใภ้รองบ้านสามมีสีหน้าอึ้มครึ้มหลังสังเกตเห็นอะไร เจ้าตัวมองสลับน้องสะใภ้กับของสิ่งนั้นแล้วชี้ให้ทุกคนได้ดู “แล้วสะใภ้สี่บ้านใหญ่ถืออะไรกัน!”

“เอ๋ นั่นเนื้อไม่ใช่เหรอ”

สมาชิกบ้านสามหันไปมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ละคนสวมเสื้อผ้าขาดริ้ว มีรอยประชุนบนเสื้อทุกจุด และที่สำคัญมีแต่คนผอม ๆ ไร้เรี่ยวแรง

“อ้า นั่นเนื้อของฉัน!” แม่เฒ่าใหญ่เห็นเนื้อหมูแล้วก็เดินถือเข้าไปในบ้าน ไม่ได้สนใจสิ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้

“แยกย้าย ๆ”

เสิ่นกวงผิงผู้เป็นพ่อได้แต่มองภรรยากับลูกสาวบนพื้น หลังแยกย้ายกันไปถึงได้เข้าไปอุ้มลูกสาวคนเล็กกลับบ้านสามที่อยู่ทางด้านหลัง

ระหว่างทางเดินคนที่ถูกอุ้มกำลังมึนงงกับความทรงจำของเด็กผู้หญิงที่ร่างกายผอมโซ เจ้าตัวเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านก่อนหน้านี้ถูกผู้เป็นย่าใหญ่ทุบตีเพราะขโมยอาหาร ที่บ้านต้องยากจนเพียงใดถึงต้องทุบตีให้ถึงตาย!

ก่อนหน้านี้เสิ่นเฟยฟางกำลังวิ่งวุ่นภายในร้านอาหารขนมหวานด้วยความเหน็ดเหนื่อย อยู่ ๆ เจ้าของร้านก็ยื่นคำสั่งซื้อขนมจำนวนหนึ่งให้พนักงาน เสิ่นเฟยฟางในฐานะผู้จัดการร้านต้องลงมาช่วยลูกน้องเพราะคนไม่เพียงพอ

ระหว่างส่งขนมให้ลูกค้า จู่ ๆ เกิดอาหารหน้ามืด ได้ยินเพียงเสียงเรียกคนสนิทแต่ฝืนดวงตาอันหนักอึ้งไม่ไหวจึงหลับไปในที่สุด

ใครจะไปรู้ว่าตื่นขึ้นมาอีกทีเธอจะเป็นเสิ่นเฟยฟางลูกสาวคนเล็กของบ้านที่มีฐานะทางบ้านยากจน ในสาธารณรัฐประชาชนจีนปี 1960 ไม่ใช่เสิ่นเฟยฟางผู้จัดการร้านขนมหวานชื่อดังอีกต่อไป ที่สำคัญชีวิตใหม่ของเธอยังเป็นเพียงเด็กอายุ 5 ขวบ!

หลี่โจวหว่านมองสมาชิกบ้านสามทุกคนที่แออัดกันภายในบ้านเล็ก ๆ หลังนี้อย่างอดสู่ บ้านใหญ่ของตระกูลกลับถูกอีกสองบ้านแย่งไป ต่อให้เหลือพื้นที่พวกนั้นก็ไม่ให้บ้านสามเข้าไปเหยียบ

“ฉันว่าต่อไปบ้านสามอย่าเข้าไปในลานบ้านอีกเลย ดูจากวันนี้ก็รู้ว่าสะใภ้สี่จงใจให้ฟางเอ๋อร์ถูกตี”

“เฮ้อ จะให้ฉันทำอย่างไรล่ะ ถ้าไม่เอาอาหารไปให้ย่าพวกเธอก็คงไม่มีอะไรกิน” แม่เฒ่าสามถอนหายใจ

ย่าที่หมายถึงคือแม่สามีของแม่เฒ่าสาม พ่อสามีไม่น่าห่วงเนื่องจากลูกชายทั้งสองกตัญญูอยู่บ้างแต่ย่านั่นลูกแท้ ๆ มีเพียงสามีของแม่เฒ่าสาม

เสิ่นกวงหยางลูกชายคนรองของบ้านบอก “หรือพวกเราจะไปพาย่ามาอยู่กับพวกเราดีครับ สถานการณ์ทีนี่ย่ำแย่บ้านใหญ่คงงดอาหารย่าแน่”

หลายปีมานี้เศรษฐกิจและพืชผักไม่ดี ผลผลิตที่ได้สวนทางกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนประคับประคองมาได้จนถึงครั้งนี้ที่รุนแรงที่สุด ปีนี้ผลผลิตที่ลงทุนไปไม่ได้เก็บเกี่ยวแม้กระทั้งเมล็ดพันธุ์เดียว! ฝนไม่ตก หลายคนล้มตาย

“พี่รองผมว่าทำแบบนั้นป้าสะใภ้ใหญ่คงไม่ยอม ส่วนแบ่งของย่ายังพอมีอยู่ พวกเขาไม่ยอมให้ย่าออกมาแน่นอน” ลูกชายคนที่สาม เสิ่นกวงเหยียนหนักใจไม่ต่างกัน

พ่อเฒ่าสามผู้เป็นหัวหน้าบ้านกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วออกปากไล่ “ไป แยกย้ายไปหาทำงานบ้านเถอะ เรื่องนี้อย่าพูดอะไรออกมาอีก”

“ครับ” “ค่ะ”

“สะใภ้สี่ต้มไข่ให้ฟางเอ๋อร์สักฟอง” แม่เฒ่าสามบอกก่อนลูกสะใภ้จะเดินออกจากห้องไป

ผู้ชายในบ้านออกไปช่วยกันหาบน้ำที่เหลืออีกไม่มากในแม่น้ำ ผู้หญิงช่วยกันทำงานบ้าน ส่วนเด็ก ๆ ออกไปเก็บผักป่ามากินเพราะที่บ้านไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว

หลังลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานออกจากบ้านไปสองสามีภรรยาเดินเข้าห้องแล้วพูดคุยกัน “ตาเฒ่า เรื่องกวงลี่ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง สามีของหล่อนไม่ได้เสียชีวิตจริง ๆ ใช่ไหม”

ก่อนหน้านี้แม่เฒ่าสามบังเอิญเจอคนของหมู่บ้านสามีลูกสาวใหญ่จึงได้รู้ว่าพวกเขามาส่งข่าวว่าลูกเขยเสียชีวิตแล้ว แต่แม่เฒ่าสามไม่เชื่อและไม่อยากให้บ้านอื่นรู้จึงให้สามีไปดู

พ่อเฒ่าสามส่ายหน้า “เรื่องจริง!” ก่อนกล่าวต่อด้วยความหนักใจ “ลูกเขยตายแล้วจริง ๆ ตอนเข้าป่าไปล่าสัตว์กับคนอื่น พวกเขาบอกว่าลูกเขยขัดคำสั่งตอนล่าสัตว์ทำให้ถูกสัตว์ทำร้าย แต่ลูกสาวบอกไม่ใช่เรื่องจริง”

“หมายความว่าอย่างไรหรือ” แม่เฒ่าสามชะงัก

พ่อเฒ่าสามเปิดหน้าต่าง เปิดประตูเพื่อดูว่ามีคนอยู่ใกล้ไหมแล้วรีบปิดก่อนกระซิบ “หมู่บ้านเย่ถางขาดแคลนอาหารอย่างหนัก บ้านไหนไม่มีผู้ชายพวกเขาเข้าไปแย่งชิงอาหาร!”

แม่เฒ่าสามเบิกตากว้าง หมายความว่าการตายของลูกเขยมีเงื่อนงำ! “ตาเฒ่า รีบพาเจ้ารอง เจ้าสาม เจ้าสี่ ไปรับลูกสาวกับหลานสาวของฉันมาเร็วเข้า!”

“แต่บ้านเราไม่มีอาหารเหลือแล้ว” พ่อเฒ่าสามเป็นห่วงลูกสาวแต่ไม่ลืมว่าตอนนี้ที่บ้านมีสถานการณ์เป็นอย่างไร

ตระกูลเสิ่นไม่ได้แยกบ้านกันเพราฉะนั้นรายได้จึงอยู่กับแม่เฒ่าใหญ่หมด แต่ละบ้านจะได้ส่วนแบ่งทุกเดือนแต่ว่าได้น้อยมาก เดือนละห้าหยวนกับธัญพืชที่ได้น้อย โชคดีว่าลูกชายของบ้านล่าสัตว์ได้ จึงไม่ได้อดตายกัน

แม่เฒ่าสามมีสีหน้าบิดเบี้ยว “ตอนนี้พวกเราเหลือเงินเพียง 50 หยวน เดือนนี้บ้านใหญ่ไม่ยอมแบ่งธัญพืชให้อีกไม่นานพวกเราคงอดตาย ลูกสาวใหญ่เป็นลูกสาวคนเดียวของเรา ก่อนหน้านี้มีอะไรดีหล่อนก็นำมาให้”

“อืม”

กลางดึกสี่พ่อลูกพากันเดินเท้าออกจากบ้านไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งเพื่อรับลูกสาวที่เพิ่งเป็นหม้ายกับหลานสาวกลับไปอยู่บ้าน กว่าจะมาถึงก็ตอนที่บ้านของลูกสาวใหญ่ถูกปล้นไปแล้ว!

ข้าวของในบ้านถูกค้นไม่เว้นแม้แต่น้ำในถังยังถูกขโมยไป พ่อเฒ่าสามเป็นห่วงลูกสาวรีบเดินหาภายในบ้าน ไม่ต่างจากลูกชายทั้งสามคน

เสิ่นกวงผิงมาหาพี่สาวบ่อยเขาย่ำเท้าไปยังห้องใต้ดินและเคาะลงที่ประตู “พี่สาวใหญ่! พวกเรามารับพี่กับหลานสาวกลับบ้านแล้ว”

“น้องสี่!”