บทที่ 2.3
เซียงป่ายเหอมองกวาดไปยังบุรุษทั้งสองคน คนแรกนามหลินหยาง นางเพียงปรายตามองก็ต้องประหลาดใจ ชายหนุ่มอีกสองคนเองก็คงอายุไม่ต่างจากเซี่ยซู แต่คนที่นางสนใจมากกว่าผู้อื่นคือหลินหยาง เพราะอีกฝ่ายจ้องนางเขม็งราวกำลังพิจารณา
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยยามที่นางสบตา กระนั้นนางก็หาได้ใส่ใจเพียงรับคารวะแล้วมองไปยังเฟยอวี่
เฮ้อ นางลอบถอนหายใจกับตัวเอง
บุรุษที่นี่ไยจึงมีแต่คนหน้าตาดีทั้งสิ้น หัวใจของซือเจ้เต้นรัวจนไม่อาจหยุดแล้ว!!! ฮือ...งานดีจริงๆ
แม้ในใจกำลังตื่นเต้น แต่ใบหน้าและดวงตาของเซียงป่ายเหอยังคงเรียบเฉย นางกล่าวทักทายอย่างเป็นทางการกับคนแคว้นฉู่ จากนั้นจึงตั้งใจจะหมุนตัวเดินจากมา
ขณะที่เอ่ยปากขอตัว บุรุษที่มีนามว่าเฟยอวี่กลับเคลื่อนไหวรวดเร็ว พริบตาเดียวกลับคว้าต้นแขนของนางเหวี่ยงออกไปเบื้องหลัง
แผ่นหลังของเซียงป่ายเหอ กระแทกเข้ากับแผ่นอกของหลินหยาง นางหวีดร้องออกมาเสียงหนึ่ง เมื่อโดนหลินหยางอุ้มตัวลอยขึ้น
เสียงขันทีอุทานด้วยความตกใจ ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงนอนแน่นิ่งกับพื้น แผ่นหลังยังมีลูกดอกปักคาอยู่ เลือดที่ซึมออกมากลายเป็นสีดำกลิ่นเหม็นคาวคลุ้ง
“หมอบลงลูกดอกนี่มีพิษ!” เฟยอวี่ตะโกนบอก
ลูกดอกที่ถูกยิงมาจากระยะไกล ทำให้พวกเขาทำอะไรได้ไม่มากนอกจากหลบหลีกและตั้งรับ ขันทีพร้อมกับนางกำนัลถูกลูกดอกล้มลงสิ้นทีละคน กระทั่งบนเก๋งหลังน้อยเหลือเพียงเซียงป่ายเหอ หลินหยาง เซี่ยซู และเฟยอวี่ซึ่งกำลังใช้แส้ของขันทีปัดลูกดอกออกไป
เสียงทหารองครักษ์วิ่งขึ้นมาบนสะพาน อีกส่วนก็ตรงไปยังจุดที่ลูกดอกถูกยิงออกมา
เซียงป่ายเหอมองเหตุการณ์ระทึกตรงหน้าด้วยดวงตาตื่นตระหนก มือทั้งสองกุมท่อนแขนของหลินหยางแน่น กระทั่งเหล่าองครักษ์มาถึงแทนที่พวกเขาจะเข้ามาคุ้มกัน พวกเขากลับหันคมกระบี่เข้าหาเซี่ยซูเสียอย่างนั้น
“ระวัง!”
เสียงหลินหยางดังขึ้น พร้อมกับแรงผลักที่ทำให้เซียงป่ายเหอเซไปอีกด้าน เท้าของนางเหยียบเข้ากับชายชุด ร่างอรชรเซไปเบื้องหลัง
ที่นางทำได้คือเบิกตามองหลินหยาง ในยามที่นางกำลังหงายหลังลงไปในน้ำอันเย็นเยียบ
ไม่ใช่! นางไม่ได้ตกใจที่ตัวเองกำลังตกลงไปในน้ำ
แต่เป็นเพราะคมกระบี่นั้นสมควรเล็งมายังนาง หากแต่ทันทีที่ชายหนุ่มผลักนางออก เขาย่อมต้องคมกระบี่นั้นแทน
ตูม!!!
ผิวน้ำอันเย็นเยียบโอบล้อมร่างในชุดหนาหนัก เซียงป่ายเหอสบถออกมาเสียงดัง ในยามที่นางพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่เพราะชุดตัวสวยในยามที่โดนน้ำ กลับหนักอึ้งจนสมควรตาย
ชุดตัวนอกถูกหญิงสาวกระชากออกจากตัว กระทั่งในที่สุดก็สามารถลอยตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำสำเร็จ หากแต่กลับมีอีกคนตกลงมาเช่นกันกับนาง
หลินหยางซึ่งต้องคมกระบี่หล่นตูมลงมาใกล้ๆ กับเซียงป่ายเหอ คราแรกนางยังคิดว่าเขาจะโผล่ขึ้นมาในไม่ช้า แต่เมื่อเห็นแล้วว่าดวงตาของเขาปิดสนิท ในยามที่เขาตกลงไปในทะเลสาบ
หญิงสาวไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ดำน้ำลงไปกระชากร่างใหญ่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
การต่อสู้เบื้องหลังไม่ได้ดึงดูดความสนใจเซียงป่ายเหอ มากไปกว่าริมฝั่งซึ่งอยู่ไกลออกไป ท่อนแขนเล็กสอดเข้าไปรัดใต้อกของหลินหยาง พยายามลากเขาไปกับนางพร้อมๆ กับระวังให้ใบหน้าเขาลอยอยู่บนผิวน้ำ
“อยู่นิ่งๆ อย่าทำตัวเป็นภาระข้า หาไม่ข้าจะปล่อยให้ท่านจมน้ำตายอยู่ตรงนี้”
นางเอ่ยเสียงดุเมื่อชายหนุ่มพยายามขยับตัว นัยว่าเขาคงพยายามว่ายน้ำ หรือเขาอาจไม่รู้ว่าใครกำลังกอดรัดตนอยู่
ชายหนุ่มยอมอยู่นิ่งในที่สุด เขามองดูการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก่อนลอบมองใบหน้าของคนที่กำลังพาเขาว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง เสี้ยวหน้าจริงจังของนางทำให้คิ้วเข้มของเขามุ่นลง
“ท่านปราชญ์” เขากระซิบเมื่อเท้าแตะพื้นดินใต้น้ำ
ดูเหมือนนางจะพาเขามาถึงฝั่งได้จริงๆ ครานี้นางสอดสองแขนเข้ากับตัวเขาเพื่อลากร่างสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นฝั่ง
“ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านปราชญ์ว่ายน้ำเป็น”
ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอพลันปล่อยมือ ร่างสูงจมลงไปในน้ำทันที หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็รีบควานลงไปงมเขาขึ้นมา ชายหนุ่มสำลักน้ำก่อนมองนางด้วยรอยยิ้ม
“เรื่องนี้...คงไม่ถึงขั้นต้องคิดฆ่าคนปิดปากกระมัง เป็นความลับถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขาหัวเราะ
เซียงป่ายเหอถลึงตาใส่เขา