บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือส่งเสียงเรียกมาจากประตูห้องที่ปิดสนิท

หลายวันมานี้หญิงสาวพบว่าหลิ่งจือผู้นี้ นอกจากจะเป็นผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวที่วางใจได้แล้ว ผู้อื่นเซียงป่ายเหอล้วนไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา

สิ่งที่ได้รับรู้มาส่วนใหญ่แล้ว หญิงสาวได้ยินมาจากสาวใช้ซึ่งพูดคุยกัน ในยามที่คิดว่านางนอนหลับอยู่บนเตียง และนั่นนับเป็นเรื่องดี เพราะแม้เจ้าของร่างยังคงเป็นเซียงป่ายเหอ

กระนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเซียงป่ายเหอได้สิ้นลมไปแล้ว หลงเหลือเพียงวิญญาณของลิลลี่ ซึ่งยังคงงุนงงว่าตนเข้ามาอยู่ในร่างของเซียงป่ายเหอได้อย่างไร

เรื่องสำคัญที่หญิงสาวได้ยินมาอกีเรื่อง ก็คือปราชญ์หญิงผู้หนึ่ง จะมีผู้คุ้มกันซึ่งถูกเลี้ยงดูมาพร้อมๆ กับฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก เรียกได้ว่าในขณะที่เซียงป่ายเหอเรียนรู้ทุกอย่างจนแตกฉาน หลิ่งจือเองก็เรียนวรยุทธ์กระทั่งเก่งกาจไม่อาจประเมิน

“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือก้าวเข้ามาในห้อง

“เข้ามาสิ”

“วันนี้ดีขึ้นหรือไม่เจ้าคะ”

“ดีขึ้นมากแล้ว”

“องค์จักรพรรดินีมีพระราชโองการให้ท่านหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการของท่านปราชญ์เจ้าค่ะ”

“อืม เข้ามาสิ”

น้ำเสียงเรียบเรื่อยของหญิงสาว ทำให้ผู้ที่ก้าวเข้าไปชะงักในทันที กระทั่งก้าวเข้ามายืนใกล้กับเตียงนอนกว้างขวางซึ่งมีม่านพลิ้วบางล้อมรอบ หมอหลวงดังกว่าวจึงหยุดเพื่อคารวะนางอีกครั้ง

“หลายวันมานี้องค์จักรพรรดินีทรงห่วงใยสุขภาพของท่านปราชญ์ ดังนั้นจึงมีพระราชโองการให้ข้าน้อยมาตรวจดูอาการ”

“อืม” เอ่ยจบก็ใช้มือเปิดม่านบางๆ ขึ้น หลิ่งจือรีบเข้าไปผูกชายผ้าม่านเข้ากับหัวเตียงนอนทันที

หลายวันมานี้หญิงสาวมีเวลาตั้งสติและคิดทบทวนหลายๆ อย่าง ดังนั้นจึงไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจที่เห็นว่าแม้แต่หมอหลวงแคว้นฉินก็ยังคงเป็นอิสตรี

หลังจากจักรพรรดินีขึ้นครองบัลลังก์ แคว้นฉินนับว่าเป็นดินแดนที่สตรีมีความรุ่งเรืองกว่าบุรุษ ไม่ว่าตำแหน่งขุนนางหรือบุคคลที่มีความสำคัญ จักรพรรดินีแคว้นฉินล้วนแล้วแต่ส่งเสริมทั้งสิ้น

ที่นี่บุรุษล้วนแล้วแต่ให้เกียรติสตรี อีกทั้งข้ารับใช้ของสตรีที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษ ยกตัวอย่างเช่นท่านหมอหลวงผู้นี้ซึ่งมีหนุ่มน้อยหน้าละอ่อนคอยเป็นผู้ช่วย

‘เฮ้อ น่าอิจฉา’

ลิลลี่ลอบถอนหายใจ เมื่อหลายต่อหลายครั้งแอบมองใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มน้อย ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาติดตามท่านหมอหลวง

ท่าทีเหมือนกวางน้อยหวาดระแวง แม้ทำให้หญิงสาวสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้เอะใจ

จนกระทั่ง...

“หลิ่งจือ” เซียงป่ายเหออ้าปากค้าง เมื่อก้าวออกมาจากห้องหลังจากตั้งใจออกมาเดินเล่น

“เจ้าคะท่านปราชญ์”

“นี่มันอะไรกัน พวก...พวกเขา” นางชี้มือไปข้างหน้าดวงตาฉายแววตกตะลึง

“บ่าวรับใช้ในตำหนักอย่างไรเล่าเจ้าคะ” หลิ่งจือขมวดคิ้วมองผู้เป็นนายด้วยดวงตาสงสัย

หลายวันมานี้นางรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของผู้เป็นนาย ก่อนหน้านี้เซียงป่ายเหอจะสุขุมเยือกเย็น อีกทั้งยังเป็นคนเด็ดขาดไร้ปรานี หากสิ่งใดรกหูรกตานางไม่ลังเลที่จะกำจัด

แต่นับจากกลับมาจากปรโลกครั้งนี้ นางกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม้แต่ดวงตาหรือก็ดูราวกับกำลังสับสนจนใจ

มองดูบ่าวรับใช้ที่ต่างก็คุกเข่าอยู่หน้าห้อง เซียงป่ายเหอได้แต่ยกมือขึ้นนวดขมับ บุรุษ!!!

นอกจากสาวใช้ต้นห้องสามคนของนางแล้ว บ่าวรับใช้ในตำหนักฮุ่ยเจ๋อ ล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษหน้าตาหล่อเหลาทั้งสิ้น นี่...มิใช่ว่าในวังหลวงมีได้เพียงองครักษ์และขันทีหรอกหรือ...

“เอ่อ...”

เห็นท่าทีของผู้เป็นนาย หลิ่งจือรีบก้าวเข้ามา “ท่านคงไม่คุ้นหน้าสามคนนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ องค์จักรพรรดินีเพิ่งพระราชทานมา หากท่านไม่พอใจข้าน้อยจะส่ง...”

“ช่างเถิด”

‘สวรรค์!!!’ ลิลลี่อุทานขึ้นในใจ ‘งานดี!!!’

“เซียงป่ายเหอผู้นี้ช่างเข้าใจใช้ชีวิต” นางพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบหน้าอกที่เต้นรัว มองไปซ้ายขวาหรือก็มีเพียงใบหน้าซึ่งล้วนเปล่งประกายของชายหนุ่มวัยละอ่อน

เฮ้อ...

“ให้พวกลุกขึ้นแล้วออกไปเถิด มีอะไรก็กลับไปทำ”

เซียงป่ายเหอพยายามเช็ดน้ำลาย เอ้ย!!! เก็บอาการ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel