บท
ตั้งค่า

บทที่ 4: ปรสิตบุกบ้าน

ความอิ่มเอมจากมื้ออาหารมื้อแรกในรอบหลายวันยังคงอวลอยู่ในบรรยากาศภายในบ้านดินหลังเก่า เด็กทั้งสามคนนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ความตึงเครียดบนใบหน้าเล็กๆ เหล่านั้นผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เอ้อร์เหมาลูบท้องที่ป่องขึ้นมาเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ส่วนยาโถวตัวน้อยถึงกับเคลิ้มหลับไปทั้งที่ยังนั่งพิงพี่รองอยู่ มุมปากเปื้อนคราบซุปเล็กน้อยดูน่าเอ็นดู

แม้แต่ต้าเหมา พี่ใหญ่ผู้แบกรับความทุกข์ตรมเกินวัย แววตาที่เคยแข็งกร้าวประดุจหินผาก็ยังอ่อนลงหลายส่วน เขาลอบมองซูชิงที่กำลังเก็บชามเปล่าไปล้างด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความระแวงยังคงมีอยู่ แต่ความเกลียดชังที่เคยเข้มข้นจนแทบจับต้องได้นั้นเริ่มเจือจางลงราวกับหมอกควันที่ถูกแสงแดดส่อง

ทว่า ความสงบสุขในยุคสมัยแห่งความแร้นแค้นนี้ ช่างเปราะบางประดุจปีกแมลงปอ

ปัง!

เสียงถีบประตูรั้วหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นลงในพริบตา ยาโถวสะดุ้งตื่นร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ ต้าเหมาดีดตัวลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ร่างกายกลับมาเกร็งเครียดและตั้งท่าป้องกันภัยทันที

"นังตัวดี! ซูชิง! หลบหัวอยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้!"

เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูอย่างน่ารังเกียจดังแทรกเข้ามาในบ้าน ก่อนที่ผ้าม่านกันลมหน้าประตูจะถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามาพร้อมกับร่างของคนสองคน

ผู้ที่เดินนำเข้ามาคือหญิงชราวัยห้าสิบเศษ รูปร่างผอมเกร็งแต่ดูแข็งแรง ใบหน้าตอบที่มีโหนกแก้มสูงและดวงตาสามเหลี่ยมฉายแววร้ายกาจ เธอสวมเสื้อนวมสีเทาเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน นี่คือ 'หวังชุ่ยฮวา' แม่บังเกิดเกล้าของเจ้าของร่างเดิม หญิงชาวบ้านปากร้ายผู้เห็นแก่ตัวและเห็นเงินเป็นพระเจ้า

เดินตามหลังมาติดๆ คือชายหนุ่มร่างผอมสูง หลังค่อมเล็กน้อย ท่าทางยียวนกวนประสาท ปากคาบก้านไม้ขีดไฟเล่นอย่างไม่ยี่หระ 'ซูต้าเฉียง' พี่ชายคนโตของซูชิง ผู้มีนิสัยขี้เกียจสันหลังยาว งานการไม่ทำ วันๆ เอาแต่แบมือขอเงินแม่และน้องสาวไปละลายในวงพนันหรือซื้อเหล้ากิน

ทันทีที่เข้ามาในบ้าน จมูกไวๆ ของหวังชุ่ยฮวาก็ฟุดฟิดดมกลิ่นในอากาศ เธอขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันและแป้งข้าวโพดที่ยังหลงเหลืออยู่

"กลิ่นอะไร? พวกแกแอบกินของดีๆ กันใช่ไหม!" หวังชุ่ยฮวาตวาดแว้ด สายตากวาดมองไปที่โต๊ะอาหารที่เพิ่งเก็บกวาดเสร็จ เธอถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างหยาบคาย "มีเงินซื้อของมากินกันอิ่มหมีพีมัน แต่ไม่มีปัญญาเอาเงินไปกตัญญูต่อแม่เฒ่าอย่างฉันเนี่ยนะ! ช่างเนรคุณจริงๆ!"

ซูชิงที่กำลังยืนเช็ดมืออยู่ในครัวเดินออกมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน สีหน้าของเธอเรียบเฉย ไม่มีความหวาดกลัวหรือความรู้สึกผิดอย่างที่เจ้าของร่างเดิมมักจะเป็นเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่และพี่ชาย

"แม่มาทำไมดึกๆ ดื่นๆ" ซูชิงถามเสียงเรียบ

"ยังจะมีหน้ามาถาม!" หวังชุ่ยฮวาก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้นิ้วชี้ที่หยาบกร้านจิ้มไปที่หน้าผากของซูชิงอย่างแรง "เงินล่ะ? เงินค่าตัวไอ้เด็กสามคนนั้นที่นัดกับแม่สื่อกุ้ยไว้ วันนี้ต้องได้เงินแล้วไม่ใช่หรือไง! พี่ชายแกต้องการใช้เงินด่วน เอามาให้หมด!"

ซูต้าเฉียงที่ยืนพิงกรอบประตูเสริมขึ้นมาอย่างไม่อายปาก "ใช่ๆ รีบเอามาซะดีๆ น้องสาว ฉันมีธุระสำคัญต้องใช้เงิน ถ้าช้าเดี๋ยวจะเสียการใหญ่"

ธุระสำคัญของเขาคงหนีไม่พ้นการไปเล่นไพ่นกกระจอกที่ท้ายหมู่บ้าน หรือไม่ก็ซื้อบุหรี่ราคาแพงมาสูบอวดสาว

ซูชิงปัดมือของแม่ออกจากหน้าผากตัวเองอย่างเย็นชา การกระทำที่แข็งข้อนี้ทำให้หวังชุ่ยฮวาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจ

"ไม่มีเงิน" ซูชิงตอบสั้นๆ ชัดถ้อยชัดคำ

"ว่าไงนะ!" สองแม่ลูกร้องประสานเสียงกัน หวังชุ่ย ฮวา ถลึงตาจนแทบถลน "ไม่มีเงินได้ยังไง! ก็นัดกันดิบดีแล้วนี่ว่าจะมารับตัวเด็กวันนี้!"

"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว" ซูชิงเชิดหน้าขึ้น สบตากับแม่บังเกิดเกล้าอย่างไม่ลดละ "ฉันไม่ขายเด็กพวกนี้แล้ว ฉันไล่แม่สื่อกุ้ยกลับไปแล้ว"

ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ เหมือนเวลารอบตัวหยุดหมุน ก่อนที่พายุอารมณ์จะระเบิดออกมา

"แก.. แกว่าอะไรนะ! นังลูกโง่! นังสมองหมู!" หวังชุ่ย ฮวา กรี้ดร้องเสียงหลง ราวกับโลกถล่มทลายตรงหน้า "แกไล่เงินก้อนโตไปเนี่ยนะ! แกบ้าไปแล้วเหรอ! ฉันอุตส่าห์ติดต่อให้แทบตาย แกกล้าดียังไงมาทำลายแผนของฉัน!"

ซูต้าเฉียงที่ได้ยินว่าเงินค่าเหล้าค่าบุหรี่ปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา ก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาพุ่งตัวเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด

"นังตัวดี! กล้าขัดคำสั่งแม่เหรอ! วันนี้ฉันต้องสั่งสอนแกให้รู้สำนึก!"

ซูต้าเฉียงง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้าน้องสาว ซูชิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ซูต้าเฉียงเสียหลักไปชนเข้ากับโต๊ะกินข้าว

ด้วยความโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ซูต้าเฉียงจึงระบายอารมณ์กับข้าวของรอบกาย เขายกเท้าขึ้นถีบเก้าอี้ไม้จนล้มคว่ำระเนระนาด

โครม!

หวังชุ่ยฮวาเองก็ไม่น้อยหน้า เธอปรี่เข้าไปที่ตู้กับข้าว รื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย เมื่อไม่พบของมีค่าหรืออาหารที่ซ่อนไว้ เธอก็คว้าชามดินเผาสองใบที่ซูชิงเพิ่งล้างเสร็จแล้ววางผึ่งไว้บนหลังตู้ ขว้างลงพื้นเต็มแรง

เพล้ง! เพล้ง!

เสียงชามแตกกระจายดังบาดหู เศษดินเผากระเด็นไปทั่ว ในยุคที่ของทุกอย่างล้วนมีค่า การทำลายข้าวของเครื่องใช้เช่นนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก

"ฮือๆๆ อย่าทำลายบ้านเรานะ!" ยาโถวร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัว เอ้อร์เหมากอดน้องสาวไว้แน่น ตัวสั่นเทา

ต้าเหมาทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าไปขวางหน้าหวังชุ่ยฮวาที่กำลังจะคว้าหม้อหุงข้าว "หยุดนะ! ยายเฒ่าใจร้าย! ออกไปจากบ้านเราเดี๋ยวนี้!"

"ไอ้เด็กเวร! กล้ามาสั่งผู้ใหญ่เหรอ!" หวังชุ่ยฮวาหันมาตวาดใส่ ผลักอกต้าเหมาอย่างแรงจนเด็กชายผอมโซกระเด็นไปกระแทกผนังดิน

"อึก!" ต้าเหมาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายที่ขาดสารอาหารของเขาทรุดลงกับพื้น

ภาพต้าเหมาที่ถูกทำร้ายทำให้เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของซูชิงขาดผึง

ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นในอก ไม่ใช่แค่ความโกรธของเธอเอง แต่เป็นความโกรธแค้นของเจ้าของร่างเดิมที่ถูกครอบครัวนี้กดขี่ข่มเหงมาตลอดชีวิตผสมปนเปกัน

พอที! เธอจะไม่ยอมให้ปรสิตพวกนี้มาสูบเลือดสูบเนื้อและทำลายชีวิตใหม่ที่เธอกำลังพยายามสร้างขึ้นมาเด็ดขาด!

ซูชิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหมุนตัวกลับเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปที่เป้าหมายเดียว

'มีดทำครัว'

มีดปังตอเหล็กหนาหนักที่เพิ่งผ่านการลับมาหมาดๆ วางสงบนิ่งอยู่บนเขียงไม้ มันคืออาวุธเพียงชิ้นเดียวในบ้านหลังนี้

ซูชิงคว้าด้ามมีดไม้ที่เย็นเฉียบขึ้นมาถือไว้มั่น กระชับมือให้แน่น น้ำหนักของมันทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้น

เธอก้าวเดินกลับออกมาที่ห้องโถงด้วยย่างก้าวที่มั่นคงและเยือกเย็น แสงตะเกียงส่องกระทบใบมีดเหล็กวาววับเป็นประกายสังหาร

"หยุดบ้ากันได้หรือยัง"

น้ำเสียงของซูชิงไม่ได้ตะโกน แต่มันต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ราวกับเสียงที่ดังมาจากขุมนรก

หวังชุ่ยฮวาและซูต้าเฉียงที่กำลังอาละวาดทำลายข้าวของชะงักกึก หันมามองต้นเสียง

ภาพที่เห็นทำให้สองแม่ลูกเลือดขึ้นหน้าถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ

ซูชิงยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และในมือขวาของเธอ กำมีดปังตอเล่มใหญ่ไว้แน่น!

"แก.. แกจะทำอะไร! นังลูกทรพี! แกจะฆ่าแม่แกเหรอ!" หวังชุ่ยฮวาละล่ำละลักถาม เสียงสั่นเครือด้วยความกลัว

ซูชิงค่อยๆ ยกมีดขึ้นชี้หน้าคนทั้งสอง "ฉันบอกว่า ออก-ไป-จาก-บ้าน-ของ-ฉัน-เดี๋ยว-นี้!"

ซูต้าเฉียงที่ปกติเก่งแต่รังแกคนไม่มีทางสู้ พอเห็นมีดจริงก็หน้าซีดเผือด ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่น แต่ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ "เฮ้ย! น้องสาว อย่ามาล้อเล่นน่า วางมีดลง เดี๋ยวมีดบาดมือเอา"

เขาพยายามจะเดินเข้ามาใกล้เพื่อแย่งมีด แต่ซูชิงไม่ได้แค่ขู่

ปึก!

เธอเหวี่ยงมีดในมือฟันฉับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่อยู่ข้างตัวอย่างแรง คมมีดจมลึกลงไปในเนื้อไม้จนมิด เสียงดังสนั่นทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก

"ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันสาบานว่ามีดเล่มนี้จะไม่ฟันลงบนโต๊ะ!" ซูชิงตะคอกเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองพี่ชายอย่างเอาเรื่อง "ที่นี่คือบ้านตระกูลกู้ ไม่ใช่ที่ที่พวกแกจะมาทำกร่างได้! อยากได้เงินนักใช่ไหม? ไปขายเลือดขายเนื้อตัวเองสิ! อย่ามาเบียดเบียนชีวิตคนอื่น!"

ความบ้าคลั่งในแววตาของซูชิงคือของจริง เธอพร้อมที่จะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องพื้นที่ของเธอ

คนประเภทซูต้าเฉียงและหวังชุ่ยฮวานั้น โดยเนื้อแท้แล้วเป็นคนขี้ขลาดตาขาวที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า เมื่อเจอคนที่แข็งแกร่งและบ้าบิ่นกว่า พวกเขาก็หดหัวทันที

"ไป! ไปเร็วเข้า!" หวังชุ่ยฮวาดึงแขนลูกชายอย่างลนลาน เธอกลัวจนฉี่แทบราด ไม่เคยคิดเลยว่าลูกสาวที่หัวอ่อนมาตลอดจะลุกขึ้นมาสู้ยิบตาขนาดนี้

สองแม่ลูกปรสิตรีบตะเกียกตะกายหนีตายออกจากบ้านไปอย่างทุลักทุเล ชนข้าวของล้มระเนระนาดตลอดทาง ไม่เหลือมาดความร้ายกาจเมื่อครู่อีกเลย

"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! แกจะต้องเสียใจที่ทำกับแม่แบบนี้!" เสียงสาปแช่งของหวังชุ่ยฮวาดังแว่วมาจากความมืดนอกบ้าน ก่อนจะเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว

ซูชิงเดินไปที่ประตู ผลักบานประตูไม้เก่าๆ ให้ปิดลง แล้วลงกลอนไม้ขัดไว้อย่างแน่นหนา

ตึง!

เสียงปิดประตูดังทึบๆ เหมือนเป็นการปิดฉากความวุ่นวายและความสัมพันธ์อันเลวร้ายในอดีตลงอย่างสิ้นเชิง

ซูชิงยืนพิงประตู หอบหายใจถี่แรง หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นและความโกรธที่ยังไม่จางหาย มือที่ยังกำด้ามมีดสั่นเทาเล็กน้อย เธอไม่เคยต้องใช้ความรุนแรงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

เธอค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับความเงียบภายในบ้านอีกครั้ง

เด็กทั้งสามคนยังคงอยู่ที่เดิม ต้าเหมาที่นั่งพิงผนัง เอ้อร์เหมาที่กอดยาโถวไว้ ทั้งสามคู่สายตาจ้องมองมาที่เธอ

แต่ครั้งนี้ แววตาเหล่านั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีความดูถูก มีเพียงความตกตะลึง ความประหลาดใจ และลึกลงไปในดวงตาของต้าเหมา มีประกายแห่งความนับถือเล็กๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น

แม่เลี้ยงคนนี้ ที่กล้าถือมีดไล่ตะเพิดแม่และพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองเพื่อปกป้องบ้านและปกป้องพวกเขา ช่างเป็นภาพที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นมาก่อนเลยในชีวิต

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel