เชฟสาวทะลุมิติใช้เสน่ห์ปลายจวักสยบลูกเลี้ยงตัวร้าย

84.0K · จบแล้ว
อิ๋นเยว่
34
บท
526
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จากเชฟมิชลิน สู่แม่เลี้ยงยุค 70 อาวุธลับคือกระทะและตะหลิว! เมื่อเชฟสาวระดับท็อปต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่าง ‘แม่เลี้ยงใจร้าย’ ในยุค 70 ที่แร้นแค้น ข้าวสารกรอกหม้อยังแทบไม่มี แถมยังต้องรับมือกับสามลูกเลี้ยงที่เป็น "ว่าที่ตัวร้าย" ในนิยาย! คนหนึ่งเงียบขรึมจ้องจะเอาคืน คนหนึ่งฉลาดเป็นกรดคอยจับผิด และน้องเล็กขี้แยที่หวาดกลัว ซูชิง: "จะตัวร้ายหรือตัวดี ท้องหิวก็ต้องกินข้าว! มานี่ แม่จะทำหมูสามชั้นน้ำแดงให้กิน!" ภารกิจเปลี่ยนเด็กผอมโซให้เป็นเด็กจ่ำม่ำจึงเริ่มขึ้น! แต่เดี๋ยวนะ สามีที่ในนิยายบอกว่าตายไปแล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงโผล่กลับมาพร้อมแผลเป็นน่ากลัวล่ะ? แล้วทำไมมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น อย่าบอกนะว่าติดใจฝีมือปลายจวักเข้าอีกคนแล้ว!

ยุค70ข้ามมิตินิยายย้อนยุคเกิดใหม่ในนิยายแบดเกิร์ลนางเอกเก่งอาหาร

บทที่ 1: การตื่นที่เลวร้ายและข้อตกลงปีศาจ

ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วศีรษะ ราวกับมีใครเอาค้อนปอนด์มาทุบลงบนขมับของเธอซ้ำๆ ซูชิงพยายามฝืนลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น แต่สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่แสงไฟนีออนสว่างจ้าในห้องครัวระดับห้าดาวที่เธอคุ้นเคย แต่กลับเป็นความมืดสลัวและกลิ่นอับชื้นที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นดิน กลิ่นรา และกลิ่นสาบสางที่ชวนให้สะอิดสะเอียน

"น้องสาวซู อย่ามัวแต่ลีลาอยู่เลย รีบประทับลายนิ้วมือเถอะน่า ฉันอุตส่าห์หาบ้านดีๆ ในเมืองให้เด็กพวกนี้ได้แล้วนะ"

เสียงแหลมเล็กที่ดัดให้ดูสนิทสนมดังขึ้นข้างหู น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความร้อนรนและโลภโมโทสันอย่างปิดไม่มิด

ซูชิงสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น นี่ไม่ใช่ห้องพักเชฟสุดหรูของเธอ แต่มันคือบ้านดินที่ทรุดโทรมจนแทบจะเรียกว่ารังหนูยังดูดีเสียกว่า ผนังดินเหลืองมีรอยแตกร้าว หน้าต่างกระดาษน้ำมันขาดวิ่นจนลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามาได้ ตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมเก่าคร่ำคร่าส่องแสงวูบวาบ ทำให้เงาของสิ่งต่างๆ ภายในห้องดูบิดเบี้ยวและน่ากลัว

ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ปี 1974 ชนบททางเหนือที่แร้นแค้น สามีทหารที่หายสาบสูญ และตัวเธอ 'ซูชิง' หญิงสาวเห็นแก่ตัวที่แต่งงานเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงเพื่อหวังเงินเดือนทหารของสามี แต่เมื่อสามีขาดการติดต่อและมีข่าวลือว่าตายไปแล้ว เงินทองที่เคยมีก็ร่อยหรอ ความอดอยากทำให้เธอเผยธาตุแท้ออกมา

"นี่ นี่มัน" ซูชิงพึมพำในลำคอที่แห้งผาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

เธอทะลุมิติ! แถมยังทะลุเข้ามาในนิยายยุค 70 ที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนก่อน และที่เลวร้ายที่สุดคือ เธอเข้ามาอยู่ในร่างของ 'แม่เลี้ยงใจร้าย' ที่มีจุดจบอนาถที่สุดในเรื่อง!

สายตาของเธอตวัดไปมองยังมุมห้องที่มืดสลัวโดยสัญชาตญาณ

ที่นั่น มีร่างเล็กๆ สามร่างนั่งขดตัวรวมกันอยู่บนเตียงเตาที่เย็นชืด ราวกับลูกสัตว์ที่กำลังหวาดกลัวภัยคุกคาม

เด็กชายคนโตอายุราวสิบขวบ 'กู้เจี้ยนเช่อ' หรือ 'ต้าเหมา' สวมเสื้อนวมเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนจนแทบมองไม่เห็นเนื้อผ้าเดิม ใบหน้าตอบเซียวเพราะขาดสารอาหาร แต่ดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยความเกลียดชังและอาฆาตแค้นที่พุ่งตรงมาที่เธอ ราวกับหมาป่าตัวน้อยที่พร้อมจะกระโจนเข้ามากัดคอหอยศัตรูได้ทุกเมื่อ หากไม่ใช่เพราะเขาต้องคอยโอบกอดน้องอีกสองคนไว้แน่น

ข้างๆ เขาคือ 'กู้หมิงฮุย' หรือ 'เอ้อร์เหมา' เด็กชายวัยแปดขวบที่ดูเงียบขรึม ดวงตาฉายแววฉลาดเกินวัย แต่แฝงไปด้วยความหวาดระแวง เขาแอบมองเธอจากด้านหลังพี่ชาย ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย

และคนสุดท้าย 'กู้ซิ่วอิง' หรือ 'ยาโถว' เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบที่ซุกหน้าอยู่กับอกของพี่ชายคนโต เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาเล็ดลอดออกมา ร่างกายผ่ายผอมจนน่าเวทนา

ในนิยายต้นฉบับ เด็กสามคนนี้แหละที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นตัวร้ายผู้ทรงอิทธิพล นายพลทหารผู้โหดเหี้ยม ศัลยแพทย์มือทองผู้เลือดเย็น และภรรยามหาเศรษฐีผู้เจ้าคิดเจ้าแค้น และพวกเขานี่แหละที่จะเป็นคนลงมือสังหารแม่เลี้ยงอย่างเธอด้วยวิธีการที่โหดร้ายที่สุดเพื่อแก้แค้นสิ่งที่เธอเคยทำไว้!

"เร็วเข้าสิ! มัวเหม่ออะไรอยู่ได้ แค่ปั๊มนิ้วมือลงไป เธอก็จะได้ตั๋วอาหารห้าสิบจินกับเงินอีกยี่สิบหยวนนะ!"

หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าฉาบไปด้วยแป้งหนาเตอะ และมีไฝเม็ดใหญ่อยู่ที่มุมปาก เร่งเร้าอีกครั้ง พลางดันแผ่นกระดาษสัญญาสีมอๆ มาตรงหน้าซูชิง นี่คือ 'แม่สื่อกุ้ย' หรือที่จริงก็คือพวกนายหน้าค้ามนุษย์ที่หากินกับความทุกข์ยากของชาวบ้านในยุคนี้

ซูชิงก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น มันคือสัญญาขายตัว ไม่สิ สัญญาขาย 'ลูก' เพื่อแลกกับเศษเงินและอาหารเพียงน้อยนิดที่จะต่อชีวิตให้เจ้าของร่างเดิมได้อีกไม่กี่เดือน

ความรู้สึกขยะแขยงและโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นในอก ไม่ใช่แค่โกรธเจ้าของร่างเดิม แต่โกรธสถานการณ์บ้านเมืองที่บีบคั้นให้คนกลายเป็นปีศาจ แต่เธอคือซูชิง เชฟสาวจากศตวรรษที่ 21 ผู้หยิ่งในศักดิ์ศรี เธอจะไม่ยอมตกต่ำถึงขนาดต้องขายเด็กกินเด็ดขาด!

และที่สำคัญกว่านั้น การขายเด็กสามคนนี้ออกไป เท่ากับเป็นการตอกย้ำความตายของตัวเองให้แน่นหนายิ่งขึ้น ถ้าปล่อยให้พวกเขาลำบากตรากตรำในนรกที่แม่สื่อกุ้ยจะส่งไป ความแค้นของพวกเขาจะยิ่งทวีคูณ และจุดจบของเธอก็คงมาถึงเร็วกว่าเดิม

"ว่าไงล่ะ? ตกลงไหม?" แม่สื่อกุ้ยยิ้มจนตาหยี มองเห็นความโลภในแววตา "เด็กพวกนี้หน้าตาดี โดยเฉพาะนังหนูคนเล็ก ถ้าส่งไปบ้านเศรษฐีในเมือง รับรองว่าได้กินอิ่มนอนอุ่น"

คำโกหกหน้าตายนั้นทำให้ซูชิงอยากจะอาเจียน

มือที่ผอมแห้งจนเห็นเส้นเลือดปูนโปนของซูชิงเอื้อมออกไป แม่สื่อกุ้ยฉีกยิ้มกว้างขึ้น นึกว่าเหยื่อติดกับแล้ว เธอรีบยื่นตลับชาดสีแดงให้

แต่ทว่า

แทนที่ซูชิงจะจุ่มนิ้วลงในตลับชาด เธอกลับคว้าแผ่นสัญญานั้นขึ้นมา

วินาทีนั้น บรรยากาศในห้องที่ตึงเครียดอยู่แล้วกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก ต้าเหมาที่มุมห้องเกร็งตัวขึ้นทันที ดวงตาแดงก่ำจ้องมองการกระทำของแม่เลี้ยงอย่างไม่กระพริบ เขาเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายหากน้องสาวของเขาถูกพรากไป

ซูชิงสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิด แล้วออกแรงฉีกกระดาษแผ่นนั้น!

แคว่ก!

เสียงฉีกกระดาษที่ไม่ได้ดังมากนัก แต่ในความเงียบสงัดของค่ำคืน มันกลับดังก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่า

แม่สื่อกุ้ยอ้าปากค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปทันที ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองสัญญาที่ขาดเป็นสองท่อนในมือของซูชิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

ทางด้านมุมห้อง เสียงร้องไห้ของยาโถวชะงักไป ต้าเหมาและเอ้อร์เหมาเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน พวกเขาจ้องมองแผ่นหลังบอบบางของแม่เลี้ยงที่จู่ๆ ก็ดูตั้งตรงและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

"เธอ.. เธอทำบ้าอะไรของเธอ!" แม่สื่อกุ้ยได้สติเป็นคนแรก เธอแผดเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราด ชี้หน้าด่าทอ "นังโง่! รู้ไหมว่ากระดาษแผ่นนั้นมีค่าแค่ไหน! เธออยากอดตายกันทั้งบ้านหรือไง!"

ซูชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยขลาดกลัวและโลภมากของเจ้าของร่างเดิมหายไปแล้ว แทนที่ด้วยสายตาที่เย็นชาและเฉียบคมราวกับมีดทำครัวที่ลับมาอย่างดี ซึ่งเป็นสายตาที่เธอใช้สยบลูกน้องในครัวที่วุ่นวาย

"ออกไป" ซูชิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่หนักแน่น

"อะไรนะ?" แม่สื่อกุ้ยคิดว่าตัวเองหูฝาด

"ฉันบอกให้แก ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!" ซูชิงตวาดเสียงดังขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจกดดันจนแม่สื่อกุ้ยเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ฉันไม่ขายลูก ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องพวกเขา!"

คำประกาศนั้นทำให้เด็กทั้งสามคนที่มุมห้องสะดุ้งเฮือก พวกเขาไม่เคยได้ยินคำพูดปกป้องแบบนี้จากปากของแม่เลี้ยงมาก่อน มันดูไม่จริงเลยสักนิด

แม่สื่อกุ้ยโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ความละโมบที่ถูกขัดขวางทำให้เธอลืมความกลัว "นังสารเลว! กล้าดียังไงมาฉีกสัญญาของฉัน! วันนี้ถ้าไม่ได้คน ฉันก็ไม่กลับ! จ่ายค่าเสียหายมาเดี๋ยวนี้!"

หญิงท้วมพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบสั่งสอนนังแม่เลี้ยงอวดดีคนนี้ ซูชิงแม้ร่างกายจะอ่อนแอจากการขาดสารอาหาร แต่สัญชาตญาณการป้องกันตัวของคนยุคปัจจุบันทำให้เธอคว้าไม้ฟืนท่อนหนึ่งที่วางอยู่ข้างเตาขึ้นมาถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม

"เข้ามาสิ!" ซูชิงขู่ฟ่อ ดวงตาวาวโรจน์ "ถ้ากล้าเข้ามา ฉันจะร้องให้คนช่วย! ดูซิว่าระหว่างแม่เลี้ยงที่ปกป้องลูก กับแก๊งค้ามนุษย์ที่บุกรุกบ้านคนอื่นตอนกลางคืน ใครจะโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์และโดนจับส่งตำรวจ!"

ในยุคสมัยที่กฎระเบียบเข้มงวดเช่นนี้ ข้อหาค้ามนุษย์ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก หากเรื่องแดงขึ้นมา แม่สื่อกุ้ยมีหวังได้ไปกินข้าวแดงในคุกตลอดชีวิตแน่

คำขู่นั้นได้ผลชะงัด แม่สื่อกุ้ยชะงักเท้าทันที ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความกลัว เธอรู้ดีว่าชาวบ้านแถวนี้เกลียดพวกค้ามนุษย์เข้าไส้

"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี!" แม่สื่อกุ้ยกัดฟันกรอด ชี้หน้าคาดโทษ "ปฏิเสธความหวังดีของฉัน วันหน้าพวกแกก็รอกอดคอกันอดตายได้เลย! อย่าซมซานมาขอร้องฉันทีหลังก็แล้วกัน!"

หญิงท้วมกระฟัดกระเฟียดเดินกระแทกเท้าออกจากบ้านไป เสียงประตูปิดดังปังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิมภายในบ้านดินหลังเก่า

ซูชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งไม้ฟืนในมือลงอย่างหมดแรง ร่างกายที่ผอมโซสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความหิวโหยที่เริ่มประท้วง

เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับ "ระเบิดเวลา" ทั้งสามลูกที่มุมห้อง

สายตาของเธอกระทบเข้ากับดวงตาที่ยังคงแข็งกร้าวของต้าเหมา เด็กชายยังคงจ้องมองเธออย่างไม่ไว้วางใจ แม้ว่าเธอจะเพิ่งช่วยพวกเขาไว้ก็ตาม ในสายตาของเด็กน้อย การกระทำของเธออาจเป็นเพียงแผนการชั่วร้ายรูปแบบใหม่ก็ได้

ซูชิงรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าช่างยากลำบากเหลือเกิน ทั้งความอดอยากที่ต้องเผชิญ และการทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของว่าที่ตัวร้ายทั้งสามคนนี้

เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้ว่าในสายตาของเด็กๆ ตอนนี้ เธอคงดูเหมือนแม่มดที่กำลังแสยะยิ้มก็ตาม

"พวกเธอ" ซูชิงเอ่ยปากทำลายความเงียบ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย "หิวกันหรือเปล่า?"