บท
ตั้งค่า

๒ หน้าที่ต้องกระทำ (๓)

เธอมาอยู่ที่นี่แค่สองสามวันเหมือนเขาเจริญอาหารขึ้นเป็นกอง นอกจากกับข้าวสองถึงสามอย่างยังมีของหวานเป็นผลไม้ให้ได้กินอีกต่างหาก เงาะก็คว้านเมล็ดออกแล้วแช่เย็นไว้จนตนกินหมดจานในเวลาไม่กี่นาที

กินข้าวอิ่มก็ขึ้นมาบนบ้านนั่งหน้าโทรทัศน์จอนูนเพื่อรอรับชมละครหลังข่าว อีกทั้งเขาก็ต้องนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวันกลัวว่าตัวเองจะลืม ไม่ได้เก่งเรื่องคำนวณเท่าไหร่จึงต้องพยายามมากเป็นพิเศษ โดยมีร่างบางนั่งเย็บผ้าอยู่ข้างกัน

เขาไม่รู้ว่าหล่อนไปเอาผ้ามาจากไหน แต่เห็นนั่งเย็บจึงได้ถามว่าทำอะไรก็ได้คำตอบจะทำผ้าม่าน เพราะเขาแค่ติดเหล็กดัดไม่ได้ทำม่านไว้ปิด ที่มีก็แค่ในห้องนอนเท่านั้นแต่ตรงนั่งเล่นกลางบ้านกลับเปิดหน้าต่างไม่มีม่านมาบดบัง

“อะไร”

“คนที่ชื่อแตงอ่อนเป็นอะไรกับพี่เหรอ” มือที่กำลังคำนวณรายจ่ายถึงกับชะงัก ค่อยเงยหน้าขึ้นมามองหล่อน

คิดว่าอย่างไรเปรียวปรียาก็ต้องได้เจอแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ถึงขั้นมาถามเขาคงได้เจอฤทธิ์เดชของอีกฝ่ายบ้างแล้ว เขาไม่คิดปิดบังจึงได้ตอบไปตามความจริงหมดทุกอย่าง เพราะไม่มีสิ่งใดให้ต้องโกหกอยู่แล้ว

“คนที่มาติดพันฉัน เป็นลูกกำนันที่ค่อนข้างมีอิทธิพล” พูดแล้วก็ก้มลงทำงานตามเดิม มือของเธอซึ่งกำลังปักผ้าไม่ได้หยุดชะงัก คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นอย่างนั้นแล้วเขาก็ไม่โกหก รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากด้วยความดีใจ

อย่างน้อยชายหนุ่มก็ตอบตามจริง...

“ไม่มีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม” ยังคงมีคำถามเหมือนเดิม ซึ่งคนฟังก็ส่ายหน้า “ไม่มี” นำความโล่งใจมากแก่คนเป็นเมียอย่างมาก เธอพยักหน้ารับทราบโดยไม่ถามอะไรอีก นั่งทำงานของตัวเองสลับกับมองละครที่เริ่มฉาย

ยามเย็นที่ดูเรียบง่ายไม่มีเรื่องใดให้ชวนปวดหัวเป็นแบบนี้เอง เธอมีความสุขอย่างมากที่ได้มาอยู่บ้านหลังนี้กับสามีที่แม้จะเพิ่งพบกันไม่นานก็ดีกับตน แม้ว่าการกระทำของเขาจะเป็นเพราะติดบุญคุณก็ตาม อย่างน้อยหล่อนก็มีที่พึ่ง

ตั้งใจไว้ว่าจะสร้างครอบครัวกับเขา ถ้ามีลูกวิ่งเล่นรอบบ้านก็คงจะดีไม่น้อย คิดแล้วก็แอบอมยิ้มเพียงลำพังไม่บอกให้เขาทราบ

“พี่ภณจะให้เปรียวช่วยเรื่องงานไหมคะ” เห็นเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตอนคิดเงินก็นึกเห็นใจจึงได้เอ่ยถาม

“ไม่ต้อง” ปฏิเสธแทบทันที

“เปรียวเรียนจบด้านบัญชีมาโดยตรงเลยนะ เกรดเฉลี่ยก็ไม่น้อยด้วย ไม่ลองให้ทำดูหน่อยเหรอคะเผื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพี่” ไม่ได้อยากอวดแต่แค่พูดไปตามความจริง ซึ่งทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่งแล้วคิดตามคำพูดของหล่อน

ไม่ทราบมาก่อนว่าหญิงสาวเรียนจบด้านนี้ ถ้าบอกแต่แรกก็คงให้ทำแล้วล่ะ

“ทำเป็นเหรอ”

“ให้ลองก่อนก็ได้นะคะ ถ้าผิดพี่ค่อยทำเอง” ไม่รู้ว่าประโยคก่อนหน้าของเขากำลังดูถูกกันหรือเปล่า แต่หญิงสาวก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด กลับเลือกให้เขาเป็นคนตัดสินใจเองแล้วดูเหมือนว่าฝ่ายชายก็กำลังครุ่นคิดว่าควรทำอย่างไร

“งั้นลองดูสิ” พอได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มกว้าง ขยับเข้าไปใกล้เขาเพื่อจะได้ช่วยงานอีกฝ่าย

ร่างหนายอมยกโต๊ะญี่ปุ่นไปตรงหน้าเธอ แล้วให้อีกฝ่ายเป็นคนทำทุกอย่างให้ตัวเองโดยคอยช่วยกำกับอยู่ข้างกัน ลายมือสวยแถมยังเป็นระเบียบ ขีดเส้นตรงชัดเจนแยกทุกอย่างออกมาเป็นระบบ เขามองด้วยความทึ่งแต่ไม่ยอมพูดอะไร

เหมือนว่าการทำงานของเธอจะใช้เวลาเร็วกว่าเขาเป็นเท่าตัว ไม่นานนักทุกอย่างก็เสร็จพร้อมข้อมูลครบถ้วน โดยเขาไม่ต้องนั่งงมทำเอง

เปรียวปรียาช่วยได้เยอะ...

“พี่ภณลองดูนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง ถูกต้องหรือเปล่า” ยื่นสมุดมาให้สามีเป็นคนตรวจทั้งที่เขาก็อยู่ข้างเธอคอยมองตามตลอด พบว่าอีกฝ่ายเก่งในการคำนวณเป็นอย่างมาก งานพวกนี้ไม่เหมาะกับตนเท่าไหร่

“ต่อจากนี้เธอเป็นคนทำบัญชีแล้วกัน”

“คะ” อุทานด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะให้ตนทำงานสำคัญขนาดนี้

“ทำไปเถอะ ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องพวกนี้เท่าไหร่แต่เธอน่าจะเก่งกว่าฉัน” ยอมอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเอาประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ถ้าเธอเป็นคนทำก็เบาแรงเขาไปได้มากเหมือนกัน โดยไม่คิดปิดบังเรื่องรายได้ซึ่งมันก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่

“พี่ไว้ใจเปรียวเหรอ”

“ยังไงก็ผัวเมีย เธอคงไม่ยักยอกเงินหรอกมั้ง” ว่าไปตามที่คิดซึ่งหญิงสาวก็มองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย พยักหน้าขึ้นลงแทบโผเข้ากอดอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

“เปรียวจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังเลยค่ะ” กอดสมุดบัญชีของเขาเอาไว้แล้วนำไปเก็บใส่ลิ้นชักตู้ ล็อคไว้แน่นหนาก่อนเดินไปสำรวจประตูบ้านว่าลงกลอนเรียบร้อยหรือเปล่า สายตาคมมองผ้าม่านที่เธอพับไว้อย่างเป็นระเบียบ

“ไหนบอกจะทำม่าน แล้วทำไมไม่แขวน”

“ต้องซักก่อนสิคะจะได้หอม” เหมือนหญิงสาวทำทุกอย่างเป็นระบบ ต่างจากเขาซึ่งทำพอให้เสร็จไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ พอได้ยินหล่อนบอกแบบนั้นก็พยักหน้าตามเรื่อง ปล่อยให้งานบ้านเป็นของฝ่ายหญิงไปโดยปริยาย เขาไม่สันทัดถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่คิดเปลี่ยนอะไรเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel