๑ เรียบง่ายไม่รู้สึก (๔)
“เธอเป็นคนเลือกเองว่าอยากเป็นภรรยา จะมาโทษฉันไม่ได้รู้ใช่ไหม” บอกกับหล่อนแล้วลากลิ้นผ่านทรวงอกที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำจากปากเขา เลื่อนมายังแอ่งสะดือสวยที่ชวนมองก่อนก้มมองเนินสาวที่มีเส้นขนปกคลุม
ค่อยผละกายออกเล็กน้อยพร้อมนั่งลงบนเตียงแล้วดึงสะโพกของหล่อนให้เข้ามาชิด ความเป็นชายชูผงาดจนเธอไม่กล้ามอง ทำเพียงแค่จ้องใบหน้าหล่อที่กำลังมองเธอเช่นเดียวกัน ไม่นานนักเขาก็ใส่แท่งแข็งเข้ามาในกายของหล่อน แต่เพราะมันค่อนข้างคับแคบทำให้ลำบากเล็กน้อย
“เจ็บ เจ็บค่ะพี่ภณ...มันจะเข้ามาได้เหรอ” ร้องเสียงหลงแล้วจับแขนเขาเอาไว้แน่น มองชายหนุ่มพร้อมกับถามด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรแต่ก็ไม่อาจถอยกลับได้แล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือเดินหน้า
“อย่าเกร็ง ผ่อนคลายหน่อยมันไม่เจ็บหรอก เหมือนมดกัดแค่นิดเดียวเอง” บอกเธอเหมือนต้องการปลอบ ดูแล้วเหมือนจะรู้ว่าเป็นครั้งแรกของอีกฝ่าย นึกสงสัยว่าหน้าตาน่ารักแบบนี้เหลือรอดมาถึงเขาได้อย่างไร เธอน่าจะมีแฟนมาก่อนแล้วผ่านเรื่องพวกนี้มาบ้างแล้วไม่ใช่หรือ
นึกอยากถามแต่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะเอ่ย ตอนนี้เขาต้องการสอดใส่เข้าไปให้สุด เพราะความต้องการพุ่งสูงจนไม่สามารถนิ่งเฉยได้ จับมือของเธอมาวางไว้บนบ่าตน “ถ้าเจ็บก็จิกไม่ก็ร้องออกมาได้เลย แถวนี้มีแค่เราสองคนไม่มีใครได้ยินหรอก” พูดจบก็กระแทกกายเข้าไปสุดลำจนเธอผวาจิกมือลงบนไหล่กว้างทันที ยังดีที่หญิงสาวเล็บสั้นจึงไม่รู้สึกเจ็บไหล่มากนัก
“อ่า! เจ็บ เจ็บมากเลยพี่ภณ” เข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวจึงไม่ได้เคลื่อนตัว ทำเพียงแช่ค้างเอาไว้อย่างนั้นแม้ว่าตัวเองจะอยากขยับมากแค่ไหนก็ตาม ช่องทางอุ่นบีบรัดเขาจนแทบทนไม่ไหว เริ่มหายใจติดขัดขณะที่มองดวงหน้าสวย
เสื้อผ้าของเธอตกอยู่ข้างเตียง เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารูดกางเกงของตนลงตอนไหน ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุมของเธอ แต่อยู่ภายใต้ความต้องการและการควบคุมของเขาอย่างชัดเจน ชายหนุ่มจับตามร่างกายของภรรยาได้ตามต้องการ เหมือนกับว่าคนตรงหน้าคือสิทธิ์ของเขา
เมื่อหล่อนอยากเป็นภรรยาก็ย่อมได้รับสิทธิ์นั้น เขาจึงเลือกจะเป็นสามีให้เธอเอง ไม่ใช่เพียงในนามแต่ยังหมายถึงพฤตินัยด้วย
“จะเคลื่อนตัวแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว...แต่เสียวแทน” พูดจบก็เคลื่อนสะโพกอย่างเชื่องช้าเมื่อหล่อนเริ่มปรับตัวได้แล้ว น้ำหล่อลื่นเริ่มไหลจึงไม่แน่นเหมือนเมื่อครู่ เธอคลายแรงมือที่จิกลงบนไหล่ของเขา จากนั้นจึงมองชายหนุ่มตาปรือ แสงที่ส่องเข้ามาต้องร่างหนาซึ่งทำให้เขาดูคล้ายกับรูปปั้นของเทพกรีกโรมันมากกว่าเดิม
หล่อ...สามีของเธอช่างหล่อเหลามากเหลือเกิน
นั่นคืออีกเหตุผลที่หญิงสาวยินยอมตกเป็นของอีกฝ่าย ใครบ้างจะไม่ชอบคนหล่อ อีกทั้งเธอก็ต้องการที่ยึดเกาะเพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปบ้านหลังนั้นอีก บ้านที่มีเพียงความทุกข์ระทมหาความสุขแทบไม่เจอเลยด้วยซ้ำ
เธอไม่ต้องการกลับไปอีกแล้ว
“อ่ะๆๆๆ พี่ภณ พี่ภณขา...” ไม่ต่างจากคำพูดของอีกฝ่ายที่บอกกับเธอ ความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์บางอย่างที่ตนไม่เคยพานพบมาก่อน เพียงแค่เขากระแทกเข้ามาก็เหมือนมีพลุจุดขึ้นกลางศีรษะ คล้ายพาเธอลอยเคว้งอยู่กลางอากาศที่มีแต่ความสวยงาม ภาพตรงหน้าดูเหมือนเบลอแต่ค่อยเริ่มชุดขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามีกำลังทวงสถานะจากหล่อน คนไม่ประสามีหรือจะไม่ยินยอม เรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้หล่อนเองก็สู้เหมือนกัน ว่าแล้วจึงเอื้อมมือไปสะกิดยอดอกเขา ขยี้เหมือนที่ชายหนุ่มทำกับตนแล้วจับมือของร่างสูงไว้ อมนิ้วเขาทีล่ะนิ้วโดยไม่รู้ว่าเป็นการยั่วโดยใช่เหตุ
“อึก เธอ...เธอเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมด จะมาหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้นะ” ว่าแล้วก็เคลื่อนกายเข้าในตัวของเธอแรงกว่าเดิมจนร่างบางสั่นคลอน หล่อนครางไม่เป็นศัพท์ทั้งผวากอดเขาเอาไว้ กลายเป็นสามีภรรยากันเต็มตัวไปแล้ว
เท้าที่ลอยอยู่เหรือพื้นค่อยลงมาแตะพื้นเมื่อน้ำสีขุ่นไหลเปื้อนขา ปลดปล่อยความต้องการในตัวของเธอจนหมด แล้วเขาก็ล้มตัวลงนอนทับร่างบางพร้อมหอบบหายใจด้วยความเหนื่อย แม้จะผ่านมาไม่กี่นาทีแต่ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน
และดูเหมือนว่ารอบเดียวจะเพียงพอต่อไปแล้ว
“อะไรคะพี่ภณ”
“ต่อรอบสองไง” คนที่นอนหมดแรงใต้ร่างเขาถึงกับตกใจ เบิกตากว้างคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่า แค่รอบแรกเธอยังไม่หายเหนื่อยเลย แต่เขากลับขึ้นคร่อมกันอีกแล้วเล่นเอาร่างบางถึงกับยกมือยันอกกว้างเอาไว้
“พักไม่ถึงสิบนาทีเลยนะ”
“เรื่องแบบนี้ใครให้พักนานกันล่ะ” ว่าแล้วก็เริ่มทำกิจกรรมอีกครั้งโดยไม่ยอมถามความสมัครใจของเธอ เมื่ออีกฝ่ายบอกเองว่าอยากเป็นสามีภรรยาก็ต้องทำให้ครบหมดทุกอย่าง แต่ผลต่อจากนี้มันก็จะไม่ต่างจากเดิม
เพราะเขาไม่มีวันเอาใจของตัวเองไปวางไว้ที่ใครอีก เข็ดกับความรักครั้งก่อนจนไม่เชื่อผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว
ไม่นึกว่าเช้าวันต่อมาจะทำให้เธอเพลียได้ขนาดนี้ จากตอนแรกคิดว่าจะตื่นเช้าไปทำอาหารให้สามีรับประทาน แต่โดนเขาทำให้หมดแรงจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้เลย ผล็อยหลับไปอีกครั้งจนตื่นมาช่วงสายจึงรีบลุกอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปทำอาหารให้สามีตอนเที่ยง
แต่แค่เดินลงมาข้างล่างก็พบกับคนงานของเขาซึ่งกำลังนั่งแยกเมล็ดพันธุ์เพื่อจะได้ส่งขายตามร้านทางการเกษตร เท้าเรียวชะงักไม่คิดว่าจะได้เจอคนเยอะ ยังดีที่สวมเสื้อผ้าสุภาพหน้าแต้มด้วยแป้งและเครื่องสำอางที่ถือมาด้วย
ทุกสายตาหันมามองหล่อนทำเอาเจ้าตัวถึงกับไปไม่เป็น ค่อยเดินลงบันไดพร้อมกับยกมือไหว้นอบน้อม
“สวัสดีค่ะ”
“สวยจังเลย เป็นใครมาจากไหนเหรอลูก” น้ำเสียงกับแววตาเอ็นดูเต็มที่ เธอยิ้มเอียงอายแล้วเดินมานั่งบนแคร่ข้างคุณยายที่ดูอายุเยอะสุด ทุกคนดูเหมือนจะสงสัยใคร่รู้ว่าหล่อนเป็นใคร ทำให้ทราบว่าเขาคงไม่ได้บอกถึงสถานะของเราสองคน
แต่ตนก็ไม่ได้น้อยใจเลยสักนิด เมื่อภณไม่ยอมเปิดเผยเดี๋ยวหล่อนจะเป็นคนแจ้งให้ทราบเอง ว่าสถานะของเราคืออะไร
“หนูชื่อเปรียวเป็นเมียของพี่ภณค่ะ มาจากกรุงเทพฯ” เอ่ยประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนในที่นั้นเผยอปากค้างทำตาโต แล้วมองหน้ากันเหมือนอยากรู้ว่าเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน แต่จ้องเข้าไปในดวงตากลมไม่พบความผิดปกติเลยสักนิด จึงเชื่อว่าเป็นความจริง
ถึงจะน่าตกใจแต่ก็เต็มไปด้วยความยินดี มีเพียงคนผู้เดียวที่ตกใจจนปล่อยปิ่นโตลงบนพื้น เพิ่งเข้ามาบ้านของเขาก็ได้ยินเรื่องน่าตกใจ
“ไม่จริง ไม่จริง!” ตะโกนเสียงดังจนทุกคนต้องเหลียวมอง
เปรียวปรียามองอีกฝ่ายด้วยแววตาครุ่นคิด คาดคะเนจากสายตาคาดว่าหญิงผู้นั้นน่าจะอายุไม่ห่างกันเท่าไหร่ อาจเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยซ้ำ แล้วดูเหมือนคนใจสลายยามทราบว่าหล่อนเป็นภรรยาของภณ
หรือคนทั้งสอง...จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา
