๑ เรียบง่ายไม่รู้สึก (๓)
อย่างว่าแหละ...เขาไม่ค่อยได้ทำความสะอาดเท่าไหร่
ส่วนใหญ่ก็แค่กวาดเอาฝุ่นออกไม่ให้หนาเท้าเวลาเดิน ไม่มาถูให้สะอาดหรือลงขี้ผึ้งให้เงาหรอก กลัวเดินแล้วลื่นเสียก่อน
“ทำอะไรบ้างเนี่ย” ตกเย็นเขากลับมาถึงบ้าน ระหว่างวันไม่ย่างกรายเข้าใกล้เลยสักนิด หญิงสาวก็ทำงานจนไม่ได้หยุดพัก เพิ่งได้กินข้าวเย็นพร้อมหน้าสามี แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้อีกฝ่ายสงสัยจนต้องถามระหว่างกินข้าว
“จัดห้องครัวใหม่แล้วก็ทำความสะอาดบ้านค่ะ พี่ภณคงไม่ว่าใช่ไหม...” ทำแล้วเพิ่งจะถาม
ถ้าเขาด่าจะยอมกลับไปจัดให้สกปรกหรือไง...
“เหนื่อยไหมล่ะ” บ้านค่อนข้างรกพอสมควร ไม่คิดว่าหล่อนจะทำคนเดียวทั้งวันแล้วยังทำอาหารให้กินอีก แววตาดูล้าแต่ท่าทางกลับกระฉับกระเฉงเหมือนเดิม เห็นแล้วก็อดนึกสงสารไม่ได้จนต้องสะบัดศีรษะไล่ความคิดทั้งหมดออก
เขาไม่ได้ขอร้องให้ทำสักหน่อย หล่อนเป็นฝ่ายอยากทำเองต่างหาก ถึงจะเหนื่อยก็ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องรู้สึกผิด
“ไม่ค่ะ แค่เห็นบ้านสะอาดก็มีความสุขแล้ว” เขาไม่ได้ตอบอะไรอีกนอกจากรับประทานอาหาร เหมือนว่าชายหนุ่มจะชอบน้ำพริกเป็นพิเศษ จิ้มกินกับผักไม่หยุดจนเธอแอบเก็บข้อมูลเอาไว้ พรุ่งนี้จะได้ทำน้ำพริกให้สามีได้กิน
“ฉันจะไม่จัดพิธีแต่งงาน มีแค่จดทะเบียนสมรสเข้าใจใช่ไหม” ระหว่างกินข้าวก็พูดขึ้นเพราะกลัวว่าหล่อนจะรอให้เขาเอ่ยเรื่องจัดงานแต่ง ช่วงนี้กำลังสร้างตัวไม่อยากเสียเงินกับเรื่องไร้สาระ คิดว่าคงอยู่กับเธอไม่ยืดเดี๋ยวก็กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันแล้ว
จะแต่งให้เสียเงินเปล่าทำไม สู้อยู่ไปแบบนี้ค่อยแยกย้ายไม่ดีกว่าหรือ
“ค่ะ ไม่เป็นไรเลย”
“แล้วเราจะอยู่กัน...” เขาคิดจะให้เธอเป็นน้องสาว ไม่แตะต้องแต่เหมือนหล่อนจะไม่ต้องการเช่นนั้น จึงเอ่ยขึ้นมาเพื่อตอกย้ำคำสั่งของผู้มีพระคุณ
“แบบสามีภรรยา เราต้องอยู่เหมือนคนรักอยู่แล้วเพราะคุณปู่บอกแบบนั้นนี่คะ” คิดว่าหล่อนจะเงียบเรียบร้อย เหมือนจะประเมินหญิงสาวผิดไป เธอเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนด้วยซ้ำว่าอยากให้เราอยู่แบบสามีภรรยา
“รู้ไหมว่าที่พูดหมายความว่ายังไง” วางช้อนส้อมลงแล้วมองเธอนิ่ง
“ค่ะ ทราบดี” พยักหน้าเชื่องช้าแล้วหลบสายตาที่จ้องกันนิ่ง
“ถ้าอยากให้อยู่แบบผัวเมียก็ต้องทำหน้าที่ให้ครบ แน่ใจเหรอว่าจะไหว” คนพูดไม่รู้สึกอะไรแต่คนฟังหน้าแดงก่ำเพราะคิดไปถึงสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำ ไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนมาก่อน แค่จับมือยังไม่เคยแล้วจะให้ทำมากกว่านั้นก็นึกกลัว
แต่หล่อนกลัวจะได้กลับไปอยู่บ้านหลังนั้นมากกว่า แค่แต่งงานแล้วทำหน้าที่ภรรยาให้สมบูรณ์ แลกกับการได้ชีวิตใหม่ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
อย่างไรหล่อนก็ฝากชีวิตต่อจากนี้ไว้ที่เขาอยู่แล้ว
“ค่ะ”
“งั้นคืนนี้ก็เข้าหอเลยล่ะกัน” นึกหงุดหงิดที่เธอตอบตกลง คล้ายหญิงสาวก็รู้ดีว่าเขาหมายความอย่างไร กระนั้นก็ยังไม่ยอมถอยอยากเป็นภรรยาเหมือนเดิม มาดูกันว่าคืนนี้จะเก่งอย่างที่ปากพูดไว้หรือเปล่า
เขาอุตส่าห์ให้ทางเลือกแต่หล่อนก็ยังไม่คว้าโอกาสเอาไว้ บอกเลยว่าคืนนี้ไม่มีคำว่าปรานี จะทวงทุกอย่างในฐานะสามีให้เธอรู้ว่าไม่ควรเอ่ยออกมาเอง
เตียงกว้างที่เคยนอนเพียงคนเดียวยามค่ำคืน กลับมีอีกคนอยู่ด้วยกัน เขาไม่ได้นอนเคียงข้างแต่กำลังทาบทับบนเรือนร่างของหล่อน เพื่อทำหน้าที่ของสามีอย่างที่หญิงสาวต้องการ คนไม่ประสาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรด้วยซ้ำ นอกจากนอนตรงพร้อมกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น เปิดเปลือกตาเพื่อมองดวงหน้าคมให้ชัดว่าแม้แสงในห้องจะไม่ค่อยสว่างเพราะปิดไฟ
เปิดเพียงหน้าต่างให้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง เสียงลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ผ้าม่านปลิวตามสายลมพาความหนาวต้องกาย ฤดูหนาวของต่างจังหวัดรู้สึกเย็นกว่าในเมืองหลวงจนเธอเผลอห่อไหล่เล็กน้อย ทำเอาคนที่กำลังปลดกระดุมเสื้อนอนของหล่อนต้องชะงัก
“หนาวเหรอ” ไม่ต้องถามก็น่าจะทราบเพียงแต่เขาอยากรู้คำตอบจากปากเธอมากกว่า เจ้าตัวพยักหน้าขึ้นลงไม่พูดอะไร หัวใจเต้นราวจะทะลุออกมานอกอกเมื่อเขาปลดกระดุมเม็ดสุดท้าย แล้วเปิดเสื้อนอนของหล่อนออกเผยให้เห็นช่วงบนที่อัดแน่นไปด้วยความอวบอิ่มของก้อนกลมทั้งสองข้าง
แม้จะไม่ได้สวมชั้นในเพราะคิดว่าอย่างไรก็ต้องถอด มันก็ยังเต่งตึงท้าทายสายตาของเขาจนค่อยยกมือขึ้นสัมผัส ฝ่ายหญิงไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน ขณะที่เขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้ใดมานานพอสมควร กระนั้นเพียงแค่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยแค่ท่อนบนของหล่อนก็เรียกเลือดสูบฉีดได้เป็นอย่างดี ตาพร่าไปชั่วขณะเผลอก้มใบหน้าซบลงกลางอกนุ่มแล้วใช้สองมือเคล้นคลึงอย่างเมามัน
“อ่า อื้อ” ไม่รู้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาน่าเกลียดหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกเหมือนใจจะขาดมวนท้องอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คล้ายปวดเบาแต่ก็ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดออกมานอกจากน้ำเหนียวที่เริ่มไหลตามช่องทางนุ่มหยุ่น
“อย่ากัดปาก อยากร้องก็ครางออกมาเลย” เห็นว่าเธอพยายามกัดริมฝีปากล่างของตนเอาไว้ก็ใช้นิ้วค่อยแตะปากหล่อนเพื่อให้เปิดออก เผลอมองดวงหน้าหวานนานกว่าปกติ ต้องยอมรับว่าเธอเป็นคนสวยพอสมควร ซึ่งเขาไม่ชอบเลยสักนิดเพราะเมียเก่าก็สวยมากเช่นเดียวกัน แล้วสุดท้ายก็ทิ้งตนไปอยู่กับคนแก่ที่ร่ำรวย
เธอเองก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก เพียงแค่คิดก็เผลอบีบก้อนเนื้อนุ่มอย่างแรงจนเธอครางด้วยความเจ็บ “โอ๊ย” แต่เขากลับไม่รู้สึกผิด ก้มหน้ามาดูดปทุมถันจนมันชูยอดแข็งเป็นไต ขบเม้มด้วยฟันจนเธอต้องกัดปากแน่นกลัวว่าจะเผลอร้องเสียงหลงออกมา มันเป็นความเจ็บที่ปะปนไปด้วยอารมณ์ซึ่งหล่อนไม่เคยพานพบมาก่อน อัดแน่นไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากมอดดับ มือที่กำผ้าปูเริ่มแปรเปลี่ยนมากอดที่ลำตัวใหญ่ ลูบไปตามแผ่นหลังกว้างเหมือนต้องการหาที่เกาะยึดเอาไว้
