๑ เรียบง่ายไม่รู้สึก (๒)
ชุดที่สวมเป็นสีสันสดใสเพื่อการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อได้จรดปากกาชื่อของตัวเองลงไป เปลี่ยนนามสกุลไปใช้เหมือนสามี คำนำหน้าก็หายไปพร้อมใบตีทะเบียนที่เธอแย้มยิ้มมีความสุข ไม่ได้รู้สึกเศร้าที่ได้แต่งงานกับคนไม่รู้จักเลยสักนิด
ต่างจากเขาที่แต่งงานเป็นคราวสอง มันก็แค่กระดาษใบเดียวไม่มีความสำคัญกับตนเลยสักนิด เพียงแค่ปรายตามองไม่เอ่ยอะไรอีกสักคำ มีเพียงหล่อนซึ่งเดินออกจากที่ว่าการด้วยรอยยิ้มขณะมองชื่อของตนกับสามี
ใบสำคัญการสมรสของนางเปรียวปรียา วาณิชย์กรกุล กับนายภณ วาณิชย์กรกุล...
แค่อ่านชื่อก็เรียกรอยยิ้มจากหล่อนได้โดยง่ายดาย ขึ้นรถกระบะก็ยังอ่านอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าบ่วงที่รัดรั้งหล่อนไว้กับบ้านหลังนั้นถูกปลดไปแล้ว ต่อจากนี้เธอจะฝากชีวิตไว้กับชายที่อยู่ข้างกัน ไม่ว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ก็จะแทรกกายเข้าไปในใจของอีกฝ่ายจงได้
เพื่อที่ตัวเองจะได้มีบ้านเหมือนคนอื่นเขาสักที
“เสื้อผ้ามีแค่นั้นเหรอ” ระหว่างทางกลับบ้านก็สบโอกาสถามหล่อน เห็นกระเป๋าเดินทางแค่ใบเดียวคิดว่าเสื้อผ้าก็คงมีไม่กี่ตัว ให้ซักใส่ซ้ำเนื้อผ้าก็คงเปื่อยยุ่ย
“ค่ะ ชุดมีไม่เยอะ...” ไม่ยอมบอกความจริงว่าเสื้อผ้าบางส่วนถูกทำลายด้วยการเผา จากคนในครอบครัวที่ไม่เคยนับญาติกับหล่อนเพราะเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าที่คุณศุภัชรับอุปการะเท่านั้น ไร้ค่ายิ่งกว่าคนรับใช้เสียอีก
ที่เหลือนำติดตัวมาด้วยก็คือชุดพอใส่ได้ หล่อนคิดจะออกมาซื้อเพิ่มเหมือนกันเพียงแต่เพิ่งมาถึงไม่รู้ที่ทาง รถยนต์ก็ขับไม่เป็น มอเตอร์ไซค์ก็ไม่เคย ที่เห็นพอจะขับได้ก็คงเป็นจักรยานซึ่งเขาจอดไว้ไม่ได้ใช้ แต่ก็ไม่รู้ตลอดอยู่ไหน
มีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้พูดคุยกัน อยากใช้โอกาสนี้สอบถามเขาเกี่ยวกับร้านค้าต่างๆ แต่เหมือนไม่ต้องถามฝ่ายชายก็บอกออกมาเอง
“เดี๋ยวฉันพาไปซื้อ แล้วจะพาไปร้านค้าแถวนี้ด้วย เผื่ออยากได้อะไรจะได้ขับรถออกมาซื้อเอง” ไม่อยากให้เธอเป็นภาระของตัวเอง จึงพยายามบอกทุกอย่างเพื่อให้หญิงสาวสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาคิดเว้นระยะห่างกับคนเป็นภรรยาเอาไว้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แต่เปรียวขับรถไม่เป็นนะคะ”
“ขับอะไรเป็นบ้าง”
“จักรยานค่ะ!” ตอบพร้อมรอยยิ้ม
เขาพยักหน้าเข้าใจ อย่างน้อยก็ยังดีที่ปั่นจักรยานเป็น ให้สอนหมดทุกอย่างก็คงไม่ไหวหรอก
“งั้นก็ปั่นจักรยาน เอาไว้วันไหนว่างฉันจะสอนขับมอ’ไซค์แล้วกัน” เขาใช้จักรยานยนต์ในการขับไปสำรวจผักในแต่ละแปลง ให้ปั่นจักรยานก็ดูจะช้าไม่ค่อยทันใจเท่าไหร่ ซื้อมือสองมาจากคนรู้จักแถวบ้านในราคาถูกกว่าท้องตลาด อะไรประหยัดได้ก็อยากประหยัดไว้ก่อน
“ค่ะ” แววตาของเธอเป็นประกาย จนเขาเหลือบมองด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ว่าตนจะพูดอะไรก็ดูเหมือนถูกใจหญิงสาวไปหมดเสียทุกอย่าง เป็นคนว่านอนสอนง่ายเสียเหลือเกิน เหมือนเป็นการประดิษฐ์ที่ชายหนุ่มนึกสงสัยว่าจะดีแตกวันไหน
ถึงวันที่เธอจะไปเขาคงรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยตนก็ทำตามคำขอของคุณศุภัชแล้ว...
จอดหน้าตลาดแล้วพาเธอไปเดินซื้อของ ส่วนใหญ่เป็นพวกเสื้อผ้าราคาถูกกับชุดชั้นในที่ปล่อยให้หล่อนเป็นคนเลือก ส่วนเขาก็จ่ายเงินให้ตามหน้าที่ของสามี แม้เธอจะปฏิเสธไม่อยากรับแต่พอเจอสายตาแกมบังคับของเขาก็ต้องเงียบเหมือนเดิม
นอกจากเสื้อผ้ายังได้ผ้าถุงมาอีกห้าผืนเพราะลดราคาพอดี สงสัยคงต้องหัดผูกปมผ้าถุงหน่อยแล้ว ดูท่าจะใส่สบายพอสมควร เธอยิ้มกว้างมีความสุขแล้วเดินข้างเขาไม่ห่าง ก่อนนำของไปวางบนรถแล้วเดินไปยังโซนของสด
ซื้อข้าวของกลับมาบ้านหลายอย่าง หล่อนเป็นคนจัดการเอาของไปเก็บโดยที่เขาไม่บอกว่าจะไปไหน เพียงแค่ขับรถมอเตอร์ไซค์ลงไปยังไร่ที่เธอพอจะมองเห็นอีกฝ่ายตัวเล็กเหมือนมด จึงไม่ได้ให้ความสนใจสามีแต่นำเอกสารสำคัญในการสมรสไปเก็บไว้ในลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือ ซึ่งมีหนังสือของเขาวางเต็มไปหมด
เอาล่ะ...ถึงเวลาทำความสะอาดแล้ว
เธอคิดดังนั้นก็เดินไปเปิดวิทยุเพื่อให้เปิดเพลงคลอไปด้วย ได้ฟังเพลงสุนทราภรณ์ที่ตัวเองชอบก็เริ่มมีแรงในการทำความสะอาด เริ่มจากนำผ้าปูที่นอนและผ้าห่มไปซักให้หอม ตักน้ำจากโอ่งแล้วเริ่มซักจนทั่วบริเวณหอมแฟ้บ
ล้างน้ำสะอาดแล้วบิดจนหมาดค่อยเริ่มตากให้ไอร้อนของแดดอาบทั่วผืนผ้าจนแห้ง จากนั้นจึงนำน้ำสะอาดไปรดตามผืนหญ้าและต้นไม้ใหญ่ หน้าบ้านมีต้นมะม่วงเคียงกันสองต้น เริ่มมีดอกออกแล้วอีกไม่นานน่าจะได้กินผล เธอคิดไว้ว่าจะเอาผลมาทำอะไรบ้าง หากมันออกดกก็สามารถนำผลสุกมาทำเป็นมะม่วงกวนไปขายได้
หล่อนพยายามหาทางช่วยเขาในการหาเงิน ไม่อยากเป็นคนที่มาอาศัยอย่างเดียว อย่างน้อยก็ต้องแบ่งเบาภาระสามีได้
รับประทานอาหารเที่ยงจากข้างนอกมาแล้วจึงไม่ได้ทำ ช่วงบ่ายก็จัดห้องครัวใหม่หมดเพื่อให้หาของสะดวก ทำความสะอาดจนเหมือนเปลี่ยนครัวใหม่ ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อแล้วมาล้างหน้าล้างตา ค่อยทำความสะอาดบ้านและเช็ดถูกจนพื้นไม้ขึ้นเงาราวกับบ้านใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นคราบเสียด้วยซ้ำ
