๑ เรียบง่ายไม่รู้สึก (๑)
๑
เรียบง่ายไม่รู้สึก
ด้วยบ้านหลังนี้สร้างเพื่อให้เขาอยู่คนเดียว บนชั้นสองจึงมีห้องนอนแค่ห้องเดียว ชายหนุ่มยอมยกให้เธออาศัยส่วนตนก็ออกมากางมุ้งนอนที่กลางบ้านหน้าจอโทรทัศน์ ดูละครจนผล็อยหลับไปตื่นมาอีกทีก็เช้าวันใหม่เข้าแล้ว ขณะที่หล่อนคิดว่าจะนอนไม่หลับเพราะแปลกที่ แต่กลับหลับตั้งแต่สองทุ่มหลังรับประทานอาหารอิ่ม
หลับสบายไม่มีความหวาดระแวงหรือเรื่องใดมากวนใจ ตื่นมาอีกทีเพราะได้ยินเสียงไก่ขันที่ไม่คุ้นเคย ตอนอยู่เมืองหลวงไม่มีเสียงใดมารบกวน นอกจากแม่บ้านที่มาเคาะประตูเสียงดังเพื่อปลุกให้ไปทำงาน บัดนี้แม้ไม่มีใครมาปลุกแต่หล่อนก็เต็มใจตื่นเพื่อไปหุงหาอาหาร เอาใจเจ้าของบ้านเสียหน่อย อย่างไรเขาก็ใจดีให้เธออาศัยด้วย
ออกจากห้องเสียงเบายังพบว่าเขานอนหลับอยู่ในมุ้ง ท่านอนเรียบร้อยกว่าที่คิดเสียอีก เธอเผลอมองว่าที่สามีตัวเองนานไปหน่อย จนเห็นเขาพลิกกายจึงได้ย่องลงไปข้างล่าง เปิดกลอนประตูชั้นสองแล้วลงบันไดเพื่อเปิดไฟให้สว่าง เดินไปยังครัวแล้วเริ่มหุงข้าวสวยก่อนเปิดตู้เย็นเพื่อหาของสดมาทำอาหารเช้า
ยังไม่ค่อยรู้รายละเอียดเรื่องของเขาเท่าไหร่ ทราบเพียงอีกฝ่ายเป็นเจ้าของสวนผักนายภณ และเป็นคนที่คุณปู่ให้ความช่วยเหลือตอนมีปัญหา จึงไม่แปลกที่เขาจำต้องรับเธอมาเป็นภรรยาด้วยความจำยอม ไม่อาจปฏิเสธได้อยู่แล้ว
“ของสดมีไม่ค่อยเยอะ...ไข่เจียวหัวหอมกับต้มจืดแล้วก็น้ำพริกปลาทูดีกว่า” ของสดเหลือน้อยนิดติดตู้จึงคิดเมนูทันที เธอเข้าครัวบ่อยจึงได้ความรู้เรื่องการทำอาหารมาเยอะพอสมควร เริ่มลงมือทำอย่างคล่องแคล่วแม้จะเข้าครัวบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรกก็ตาม เสียเวลาไปกับการหาของจนบอกตัวเองว่าวันนี้จะเปลี่ยนแปลงบ้านทั้งหลังให้สามารถหาของได้ง่าย
เสียงดังรบกวนการนอนทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราต้องตื่น ลืมตามองเพดานที่มีมุ้งกั้นเอาไว้ ก่อนคิดได้ว่าเมื่อคืนยกเตียงนอนในห้องให้ว่าที่เจ้าสาวของตนไปแล้ว ค่อยหยัดกายลุกพลางบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อล้า ได้กลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาก็เริ่มหิว ไม่รอช้ารีบเก็บที่นอนเข้าตู้พร้อมกับเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปลี่ยนชุดจะได้ไปทำธุระข้างนอกให้มันเสร็จสักที
เขาเลือกทำห้องน้ำไว้ชั้นบนเพื่อความสะดวก แล้วยังมีห้องน้ำชั้นล่างที่มุงด้วยสังกะสีทั้งหลัง ทำไว้แก้ขัดสำหรับคนงานของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหญิงวัยกลางคนค่อนไปทางมีอายุแล้วทั้งนั้น เริ่มทำงานตอนเช้าเพื่อเก็บผักไปส่งขายในตลาด แต่วันนี้เขาไม่ให้ใครมาบ้านเพราะต้องไปที่อำเภอกับคนตัวปัญหา
“ทำอะไรน่ะ” ลงมาข้างล่างก็เห็นเธอทยอยนำอาหารออกมาวางไว้ที่แคร่ แค่เห็นไข่เจียวสีเหลืองทองก็น้ำลายสอแล้ว ยิ่งพบว่ามีต้มจืดหมูสับกับน้ำพริกและผักลวกอยู่ข้างกันก็แทบไม่คิดอะไร เดินไปนั่งจับจองพื้นที่โดยเร็ว
“ข้าวเช้าค่ะ เปรียวทำไว้ให้ไม่รู้พี่ภณจะชอบหรือเปล่า เดี๋ยวตักข้าวให้นะคะ” เมื่ออาหารวางจนครบแล้วเขาก็นั่งคอยท่า จึงไม่รอช้าเดินไปคดข้าวใส่จานให้อีกฝ่ายทันที
“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ”
“ค่ะ เข้าครัวบ่อย พี่อยากกินอะไรบอกเปรียวได้เลยนะจะทำให้เอง” อยากทำตัวมีประโยชน์เผื่อเขาจะยิ้มให้กันบ้าง ไม่ใช่ทำหน้านิ่งเพียงอย่างเดียวเหมือนตอนนี้ แต่เธอก็พยายามไม่คิดมากเพราะรู้ว่าภณจะไม่ทำร้ายตนแน่นอน
คนที่คุณปู่เลือกต้องเป็นคนดีอยู่แล้ว...
“กินข้าวเถอะ จะได้ออกไปทำธุระข้างนอก” ไม่ตอบอะไรนอกจากเริ่มลงมือรับประทานอาหาร
ตอนเขาอยู่คนเดียวทำได้เพียงแค่ไข่เจียวกับต้มไข่เท่านั้น ยังดีที่มีคนเอาอาหารมาให้กินบ้าง หรือไม่อย่างนั้นก็ซื้อตามตลาดเพราะทักษะในการทำอาหารของภณติดลบ เขาไม่มีฝีมือด้านนี้เอาเสียเลย งานบ้านเองก็เช่นเดียวกัน กวาดบ้านไม่ให้ฝุ่นฟุ้งก็ดีแค่ไหนแล้ว
“ไปจดทะเบียนสมรสเหรอคะ” จำได้ว่าเขาบอกเมื่อวาน จึงถามด้วยความตื่นเต้น ไม่มีร่องรอยความกลัวในดวงตาคู่นั้นเลยสักนิด จนเขานึกรำคาญเหมือนหล่อนอยากแต่งงานเสียเต็มประดา ทั้งที่เราสองคนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก
ไม่มีใจผูกสมัครรักใคร่ ไม่รู้จะไปรอดกี่น้ำ กลัวว่าจะต้องหย่ากับเธอในไม่ช้าน่ะสิ
ท่าทางเหลาะแหละไม่เอาการเอางานเท่าไหร่ กลัวจะเหมือนเมียเก่าเขาที่หนีตามเศรษฐีไปมากกว่า
“ใช่ เอกสารเอามาพร้อมหรือเปล่า ไม่ใช่ต้องกลับไปเอาที่กรุงเทพฯ นะ” ส่ายหน้าทันที
“เอามาพร้อมค่ะไม่กลับไปแล้ว ไม่กลับนะคะ” อ้อนเขาอย่างรวดเร็ว วางจานลงบนแคร่แล้วใช้สายตาขอร้องไปพลาง ชายหนุ่มเห็นท่าทีของหล่อนก็นึกสงสัยแต่ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ อย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอยู่แล้ว
“ไม่ได้บอกให้กลับ แค่ถามเอามารพร้อมไหม กินข้าวต่อเถอะต้องรีบออกไป” ตัดปัญหาด้วยการไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก หล่อนจึงรับประทานอาหารต่อแล้วเหลือบมองคนนั่งฝั่งตรงข้ามบ่อยครั้ง กลัวถูกเขาส่งกลับเมืองหลวง
เธอไม่ยอมกลับไปหรอก...หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ไปเด็ดขาด
“อร่อยดี” กินข้าวไม่พูดจาจนหมดทุกจาน เติมข้าวสองจานแล้วดื่มน้ำตามอึกใหญ่ เธอเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มมีความสุข ไม่คิดเลยว่าเขาจะชอบอาหารฝีมือของตนมากขนาดนี้ ถ้าชายหนุ่มชอบจะทำให้กินทุกวันเป็นการตอบแทน
เผื่อเขาจะเห็นข้อดีของตนไม่ไล่กลับบ้าน คิดหาข้อดีของตัวเองก็เห็นว่านอกจากทำอาหารอร่อยก็ยังทำความสะอาดเก่งอีกต่างหาก กลับมาจากจดทะเบียนสมรสคงต้องเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สำคัญคงต้องผูกสัมพันธ์ทางกาย
ถ้าเป็นสามีภรรยาเขาจะทิ้งเธอไม่ได้...
“ต่อจากนี้เปรียวจะทำให้พี่กินทุกวันเลยค่ะ” สัญญาด้วยรอยยิ้มโดยที่เขาทำเพียงพยักหน้าอย่างขอไปที ไม่ได้รู้สึกประทับใจแต่อย่างใด แล้วปล่อยให้เธอเก็บจานชามไปล้างจนสะอาด จากนั้นจึงเดินขึ้นบนบ้านเพื่ออาบน้ำแต่งตัวแล้วเข้าสู่ที่ว่าการอำเภอจะได้จดทะเบียนสมรส
