บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.4

“หนูมีเรื่องหนึ่งอยากจะรบกวน เรื่องรูปที่คุณน้าให้มาน่ะค่ะ ...ใช่ค่ะ หนูอยากถามหน่อยว่าคุณน้าพอจะจำได้มั้ยว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณพ่อ ...ใช่ค่ะคนที่อยู่ในรูป เขาชื่อแซ่อะไรคุณน้าพอจะจำได้มั้ยคะ”

‘หล่อขั้นเทพขนาดนั้นหาได้ไม่ง่าย น้าจะจำไม่ได้ได้ยังไง น้ายังเคยถามพ่อเธอเลยว่ามีทางติดต่อกับเขามั้ย ถ้าสมัยนั้นมีมือถือสะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ ป่านนี้น้าคงขอเขาแต่งงานไปแล้ว น้าจำแม่นเลยเพราะชื่อคล้ายกับสามีของน้า เขาแซ่เหยียนจ้ะ เหยียนอวี่เฉิง’

“เอ๋ ไม่ใช่เหยียนเฉิงอวี่หรอกเหรอคะ” เฉินซีพูดเสียงเบา

‘จำได้ว่าชื่อของเขาคืออวี่เฉิงจ้ะ น้ายังเคยเขียนชื่อของเขาเป็นอักษรพู่กันเล่นๆ เลย ทำไมเหรอจ้ะ’

“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีหนูเจอคนที่หน้าตาเหมือนเขา”

ปลายสายหัวเราะเสียงดัง ‘จำแม่นขนาดนั้นเชียว คนเราแก่ตัวมาจะหล่อเหมือนตอนเป็นหนุ่มได้ยังไง เขาอายุมากกว่าพ่อเธอตั้งหลายปี ถ้าเขายังอยู่ก็ต้องอายุสักห้าสิบห้า แหม...ดูแก่เชียว หน้าตาจะยังเหมือนเดิมได้ยังไง’

“นั่นสินะคะ”

เฉินซีเองก็คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผล พูดคุยหยอกล้อถามสารทุกข์กับอีกฝ่ายครู่หนึ่งจากนั้นจึงวางสาย มองดูรูปถ่ายของผู้เป็นพ่อ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมา

“เขาจะเป็นคนคนเดียวกันได้ยังไง ฉันต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ”

ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ใส่ใจ ตอนจากไปจึงเพิ่งระลึกถึง...

แม้จะแซ่เหยียนเหมือนกัน แต่หวั่นเยว่เคยบอกว่าพ่อของเหยียนเฉิงอวี่เป็นคนขี้โรคไม่เคยออกไปนอกคฤหาสน์ กระทั่งแต่งงานและมีลูกก็คือเหยียนเฉิงอวี่ก็ไม่เคยก้าวออกมาจากคฤหาสน์ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเขา

รูปใบเดิมถูกสอดเก็บเข้าไปในกระเป๋าสตางค์ เช่นกันกับความคิดบ้าๆ ที่เฉินซียังต้องหัวเราะเยาะตัวเอง

งานเลี้ยงต้อนรับเหยียนเฉิงอวี่เป็นงานเลี้ยงภายใน โต๊ะทรงกลมขนาดใหญ่เรียงรายด้วยอาหารเลิศรส คนทั้งหมดของคฤหาสน์ในที่สุดก็มากันครบ

เฉินซีพยายามยืนอยู่ด้านหลังสุด พยายามทำตัวไม่โดดเด่น เพราะในที่นี้หญิงสาวนับว่าเป็นคนนอก แม้ได้รับคำเชื้อเชิญจากหัวหน้าตระกูล แต่งานเลี้ยงนี้สมควรจะมีแต่คนของคฤหาสน์ตระกูลเหยียน ดังนั้นในใจจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย

เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาทุกคนจึงรีบหันไปมอง โต๊ะที่มีอาหารมากมายเรียงรายยังคงว่างเปล่า ทุกคนยังคงไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปนั่ง รอให้ผู้นำตระกูลมาถึงก่อนเท่านั้นจึงสามารถเข้าไปนั่งลงได้

เหยียนเฉิงอวี่พยุงคุณย่าเหยียนเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไม่มีร่องรอยของความอึดอัดหรือเก้อกระดาก ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้มองไปยังคนใดคนหนึ่ง เพียงพาหญิงชราเดินตรงไปยังที่นั่ง กระทั่งตัวเขาเองก็นั่งลงข้างๆ อีกฝ่าย

หวั่นเยว่กลั้นยิ้ม “ปกติข้างขวาของคุณย่าจะเป็นที่นั่งของพ่อ ข้างซ้ายคุณลุงหวั่นจะรีบเข้าไปจับจอง เห็นชัดว่าวันนี้ถึงรีบพุ่งไปก็ไม่ทันแล้ว”

“เบาเสียงหน่อย” เฉินซีกระซิบก่อนเดินตามไปนั่งลงข้างๆ หวั่นเยว่ ทุกคนนั่งลงที่นั่งของตัวเอง และไม่รู้ความบังเอิญหรือจงใจ ที่นั่งข้างเฉินซีกลับมีหวั่นเกาเดินมานั่งลง

“ตามสบายนะครับ อาหารทุกอย่างรับรองว่าหาชิมที่ไหนไม่ได้ แม่ครัวที่นี่ทำอร่อยทุกอย่างโดยเฉพาะเนื้อตุ๋นเกาลัด” เขาแนะนำด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“ขอบคุณนะคะ” เฉินซียิ้มตอบจากนั้นก็ละสายตา โดยไม่ได้ตั้งใจหญิงสาวสังเกตว่าในห้องไม่เห็นชายหนุ่มอีกคน จำได้ว่าเหยียนเฉิงอวี่แนะนำว่าเป็นผู้ช่วยแซ่หยวน

แม้รู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายเพราะเพิ่งเคยพบกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็อดโล่งใจที่เขาไม่ได้อยู่ในห้อง เพราะแค่นึกถึงว่าตัวเองต้องถูกจ้อง เฉินซีก็ให้รู้สึกว่าจะกลืนอะไรไม่ลงแล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel