
บทย่อ
ก้าวแรกของการมาเยือนคฤหาสน์ตระกูลเหยียน เฉินซี ได้พบกับคุณอาเหยียนของเพื่อนรัก เหยียนเฉิงอวี่ ในค่ำคืนมืดมิดคุณอาเหยียนสุดหล่อกลับมายืนข้างหน้าต่าง มองมาด้วยท่าทีลึกลับน่าสงสัย เช้าวันต่อมากลับเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น อีกทั้งเขายังปฏิเสธว่าไม่ได้ออกไปจากห้องทั้งคืน!!! ความลึกลับในตัวชายหนุ่ม บวกกับสถานการณ์ที่ทำให้หวาดระแวง หญิงสาวจะทำเช่นไรเมื่อมี ‘เงา’ บดบังสตินึกคิด ภาพลวงตาที่เห็นกับโลกแห่งความเป็นจริงอันอ้างว้าง แท้จริงแล้วสิ่งไหนคือจริงและสิ่งไหนคือเท็จ ตัวตนของเหยียนเฉิงอวี่ที่คล้ายมีสองบุคลิก กับความทรงจำที่เต็มไปด้วยความวาบหวาม หัวใจที่โหยหาเรียกร้องให้พาตัวเข้าใกล้เขา โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวเธอถูกเขาล่อลวง หรือเป็นเขาเองกันแน่ที่ถูกเงาลวงบดบัง
บทที่ 1.1
เมืองจิ้นจง มณฑลซานซี
เมืองโบราณผิงเหยาในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญที่โด่งดังแห่งหนึ่งของจีน ในฐานะศูนย์กลางตลาดเงินและที่ตั้งของร้านแลกเงินแห่งแรก ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงที่เมืองผิงเหยาเฟื่องฟูที่สุดเคยมีร้านค้าภายในเมืองถึงพันร้าน
แม้ปัจจุบันเมืองผิงเหยาจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเช่นอดีต แต่ความสำคัญของเมืองโบราณผิงเหยาก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป เนื่องมาจากภายในเมืองโบราณผิงเหยา ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของความรุ่งเรือง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านเรือนร้านค้าตามแบบของชาวฮั่นที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเมือง รวมไปถึงที่ว่าการอำเภอ กำแพงเมือง หรือสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจีนสมัยโบราณ ทำให้ปัจจุบันเมืองโบราณผิงเหยา ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก
เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะขณะกำลังอ่านโบรชัวร์ เฉินซีพับโบรชัวร์ในมือยัดกลับเข้าไปในเป้พร้อมล้วงมือถือออกมากดรับสาย ร่างเล็กนั่งลงไปยังกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่พร้อมเงยหน้าขึ้นมองชายคาบ้านโบราณที่สามารถบดบังแสงแดดยามสาย
“ว่าไง”
‘เสี่ยวซีอยู่ไหนแล้ว คนขับรถไปถึงหน้าเมืองโบราณตั้งนานแล้วนะ’ เสียงของหวั่นเยว่แฝงเอาไว้ด้วยแววกังวล ‘ไม่ใช่บอกว่ารถไฟมาถึงแต่เช้าหรือไง’
“ก็ใช่แต่อยากเดินชมเมืองโบราณก่อนนี่นา ตอนนี้เดินยังไม่ทั่วเลย”
เฉินซีและหวั่นเยว่เป็นเพื่อนรักที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ทั้งสองพบกันในวันแรกที่เข้าพักหอพักของทางมหาวิทยาลัยจากนั้นจึงสนิทสนมกันเรื่อยมา
ก่อนหน้านี้แม้หวั่นเยว่จะเคยไปเที่ยวบ้านของเฉินซีที่เซี่ยงไฮ้มาแล้ว แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เฉินซีมายังเมืองจิ้นจง มณฑลซานซี
ชื่อเสียงของเมืองโบราณผิงหยางแน่นอนว่าเป็นสถานที่แรกซึ่งดูดึงดูดใจ แต่นอกเหนือไปจากนั้นการได้มาเห็นตระกูลใหญ่กับตา ก็นับเป็นอีกเรื่องที่เฉินซีต้องการเปิดหูเปิดตา
หวั่นเยว่เคยเล่าให้ฟังนับครั้งไม่ถ้วน เกี่ยวกับคฤหาสน์อันหรูหราที่ยังคงรักษาความเก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี คฤหาสน์ตระกูลเหยียน คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่ปลูกสร้างตามแบบบ้าน ซื่อเหอย่วน หรือ บ้านล้อมลาน แตกต่างกันก็เพียงแค่ซื่อเหอย่วนหลังอื่นๆ นั้น จะดูเล็กกระจ้อยร่อยเมื่อนำไปเที่ยบกับคฤหาสน์ตระกูลเหยียน
หญิงสาวเคยถามหวั่นเยว่ติดตลกครั้งหนึ่ง ทำไมหวั่นเยว่ใช้แซ่หวั่น แต่คฤหาสน์หรูหรากลับเป็นคฤหาสน์ตระกูลเหยียน
หวั่นเยว่เพียงยักไหล่ก่อนจะตอบว่าตระกูลเหยียนที่เป็นต้นตระกูลจริงๆ นั้นเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย เกรงว่าอีกไม่นานก็คงไม่มีคนตระกูลเหยียนแล้ว
ตอนได้ฟังเฉินซีไม่ได้คิดอะไรมาก กระทั่งในวันนี้ได้ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลเหยียน ได้รับรู้ พบเห็น รวมไปถึงสัมผัสกับเรื่องราวอันแสนวุ่นวายซับซ้อน รวมไปถึงความลับที่คนตระกูลหวั่นและคนตระกูลเหยียนได้ซุกซ่อนเอาไว้กว่าหกร้อยปี
หลังจากคนขับรถพาเฉินซีมาส่งยังหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหยียน หญิงสาวก็พบว่าหวั่นเยว่มารออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทักทายกันอย่างดีใจหลังไม่ได้พบกันเกือบปี
“ฉันรู้ว่าไม่ควรดีใจที่เธอตกงาน แต่ถ้าเธอไม่ตกงานแบบนี้ก็ไม่ได้มาเยี่ยมฉันที่ซานซีสิ” หวั่นเยว่หัวเราะเสียงร่าเริง “อยู่ที่นี่ฉันเหงาจะแย่ มีเธอมาเยี่ยมจิตใจค่อยกระชุ่มกระชวยขึ้นมาหน่อย มาเถอะเข้าบ้านกัน”
มองดูป้ายอักษรโบราณตัวโตแขวนเหนือประตู เฉินซีให้รู้สึกเกรงขามในความเก่าแก่ ตัวกำแพงสูงที่ล้อมรอบตัวคฤหาสน์ทำมาจากหินสูงเกือบสองช่วงตัวคน
ความโอ่อ่าด้านนอกก็ทำเอาคนแทบจะอ้าปากค้างแล้ว
ยิ่งไม่ต้องเดาว่าด้านในที่หวั่นเยว่เคยบรรยายว่า
‘กว้างใหญ่กระทั่งทำเอาคนที่อยู่มานานหลงทางอย่างช่วยไม่ได้’
หมายความว่าอย่างไร