บทที่ 1.6
เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของคนหลายคนทำให้โจวจินเซวียนสะดุ้ง นางมองไปรอบกายก่อนหมุนตัวเข้าไปซุกในพุ่มไม้ข้างต้นไม้ใหญ่ ร่างเล็กสั่นสะท้านเพียงแค่คิดว่าคนเหล่านั้นคือกลุ่มโจรเมื่อวันก่อน
หญิงสาวเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้เพราะเกรงว่าจะส่งเสียงออกมา ทั้งยังพยายามหดกายเพื่อหวังว่านางจะสามารถซ่อนตัวไม่ให้กลุ่มคนผู้มาใหม่เห็น แต่นางไหนเลยจะรู้ว่าชายชุดของนางโผล่ออกมาจากที่ซ่อน ไม่นานร่างเล็กก็ถูกคว้าเอาไว้แล้วโยนออกมา
เสียงหัวเราะของบุรุษสามคนดังประสานกัน พวกเขามองนางอย่างหื่นกระหาย ทั้งยังกล่าวชื่นชมในความโชคดีของตน มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาหมายคว้าใบหน้าของนาง นางปัดมันออกอย่างรังเกียจ
“วันนี้เราช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ มีแม่นางคนงามกลางป่าโผล่ออกมาให้ชื่นชม ฮ่าๆๆ”
“ข้าเห็นก่อนต้องได้ก่อน”
“ได้อย่างไร สมบัติล้ำค่าก็ต้องผลัดกันชมสิ พร้อมกันนี่แหละ” พวกมันย่างสามขุมเข้ามาหาหญิงสาวที่ถดกายไปข้างหลังด้วยความหวาดกลัว กระนั้นมือข้างหนึ่งของบุรุษหยาบคายรั้งข้อเท้าของนางแล้วลากกลับไป นางหวีดร้องแล้วดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ในใจหวังเพียงบุรุษผู้นั้นจะกลับมาช่วยนาง
“ได้โปรด อย่าทำอะไรข้าเลย อย่า!” นางดิ้นรนอย่างสิ้นหวังกระทั่งเสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้น
“ปล่อยนาง แล้วพวกเจ้าไปเสียตอนนี้ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า”
เป็นเขา!!
โจวจินเซวียนลืมตาก่อนมองไปยังต้นเสียง นางมองผลไม้ป่าในมือของบุรุษแปลกหน้าก่อนสบตาเขาอย่างอ้อนวอน เขาค่อยๆ วางผลไม้ในมือลงก่อนก้าวเข้ามาช้าๆ
“ว่าอย่างไร”
“กลัวทำไมเรามีตั้งสามคน มันมาเพียงลำพัง จัดการมันเลย” ทั้งสามคนจู่โจมเข้าไปพร้อมกัน
โจวจินเซวียนมองเห็นเพียงเพียงแสงวาววับของคมมีดสั้นซึ่งฉวัดเฉวียนไปมา ในที่สุดร่างทั้งสามร่างก็ล้มลง แต่ยังคงมีผู้หนึ่งคลานหนีช้าๆ
บุรุษแปลกหน้าผู้นั้นเดินตามไปอย่างใจเย็น ดวงตาของเขาทอประกายโหดเหี้ยมก่อนเหยียบลงไปบนแผ่นหลังของผู้ที่กำลังคลานหนี
“ผู้น้อยไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วย ต่อไปไม่ทำแล้ว” ความหวาดกลัวแผ่ซ่านออกมา
“ข้าเตือนแล้วเจ้าน่าจะรับฟังแต่แรก” เขาเอ่ยแล้วแย้มยิ้มที่มุมปาก มีดสั้นเงื้อขึ้นก่อนจะจ้วงแทงลงไปยังแผ่นหลังนั้นแล้วบิดคราหนึ่ง
โจวจินเซวียนยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้ตัวเองกรีดร้อง นางมองดวงตาเฉยชาของผู้ลงมือสังหารผู้อื่นด้วยความตกตะลึง คมมีดถูกดึงขึ้นก่อนเช็ดทำความสะอาดคราบเลือดยังเสื้อของบุรุษที่นอนสิ้นลมอยู่แทบเท้า ร่างสูงค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนเดินไปยังผลไม้ที่เขาวางเอาไว้
ดวงตาคู่คมดุดันปรายตามองมายังหญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นงันงกมองเขาด้วยดวงตาหวาดกลัว ใบหน้าเรียบเฉยกวาดมองนางแวบหนึ่งก่อนแย้มยิ้ม
“กลัวข้าเช่นนั้นหรือ” เขาหยิบผลไม้ลูกหนึ่งขึ้นมากัด รสเปรี้ยวอมหวานของผลไม้ป่าหาได้ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ยิ่งในยามที่มองน้ำตาที่ยังคงหลั่งรินของหญิงสาว อีกทั้งท่าทีหวาดกลัวของนางที่ยังคงไม่จางหาย
โจวจินเซวียนกวาดสายตามองไปยังศพทั้งสามศพ นางมองเห็นชัดเจนทุกอย่าง เขาลงมือฆ่าคนโดยที่ดวงตาของเขาไม่กะพริบด้วยซ้ำ ไม่มีความลังเล ไร้ซึ่งความปราณีโดยสิ้นเชิง
กว่าที่นางจะรู้ตัวว่าเขาก้าวเข้ามาใกล้ เขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าและใช้มือบีบคางของนางแน่น บังคับให้นางสบตากับเขา ดวงตาคมดุฉายแววเย้ยหยันและชิงชังที่นางไม่อาจเข้าใจ
“โกรธข้า รังเกียจและหวาดกลัวข้า แต่เป็นเจ้าเลือกติดตามข้ามาเอง เสียใจตอนนี้ไม่คิดว่าสายไปแล้วหรือ” เอ่ยจบเขาก็ปล่อยมือแล้วก้าวเดินจากไปอย่างเย็นชา “จะตามมาหรือไม่เจ้าเลือกเอง”
เขากล่าวทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามองนางอีกเลย เช่นนี้แล้วนางยังจะทำเช่นไรได้นอกจากลนลานลุกขึ้นแล้วเดินตามเขาไป ลืมสิ้นว่าเมื่อครู่เขาหายไปก็เพราะไปเก็บผลไม้ป่ามาเป็นเสบียงให้นาง
การเดินทางในยามบ่ายยังคงเงียบงัน ทั้งสองหนึ่งเดินนำหนึ่งเดินตาม ไร้ซึ่งบทสนทนา อีกทั้งเขายังไม่หันกลับมามองนางอีกนับจากลงมือสังหารคนต่อหน้านาง