เงารักกลางม่านเมฆา

112.0K · จบแล้ว
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
91
บท
3.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เขา 'มู่หรงอวิ๋นเฟิ่ง' บุรุษผู้ซึ่งถูกคนรักและถูกในตระกูลทอดทิ้ง นาง 'โจวจินเซวียน' หญิงสาวผู้ซึ่งกำลังหนีเอาชีวิตรอด เพราะแผนที่สมบัติในสุสานโบราณทำให้หญิงสาวถูกตามล่าจนพลัดหลงกับบิดา เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทำให้นางกับเขาพบกัน นางจำต้องรับรู้ความเจ็บปวดของเขา ผ่านตราบาปที่เขายัดเยียดให้ นับจากวันนั้นชีวิตของเขาถูกด้ายแดงผูกไว้กับนาง ชีวิตของนางถูกดึงเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย ชั่วชีวิตทั้งสองคนจึงไม่อาจแยกจาก....

นิยายจีนโบราณดราม่าจีนโบราณเทพสงครามผู้ชายอบอุ่นมีลูกคนในใจแฟนเก่ารักสามเศร้าตั้งครรภ์

บทที่ 1.1

ขบวนรถม้าที่กำลังวิ่งอยู่บนอันแสนขรุขระอย่างรีบเร่ง ทำให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่แตกตื่นพร้อมวิ่งหนีอย่างลุกลี้ลุกลน เหล่านกน้อยบินหวือออกไปทุกทิศทางเพราะความหวาดหวั่น เช่นเดียวกันกับใบหน้าของผู้คนที่อยู่ในขบวนรถม้า พวกเขาทุกคนต่างมองไปรอบทิศอย่างหวาดระแวง

เสียงฝีเท้าม้าซึ่งตามหลังมาส่งผลให้ใบหน้าของพวกเขายิ่งเผือดสี คนบังคับรถม้าหวดแส้ไปยังม้าสองตัวที่ผูกยืดเข้ากับรถม้า พวกมันเร่งฝีเท้าขึ้นอีกตามแรงหวดกระนั้นกลับยังคงไม่เร็วดังใจ

เสียงตะโกนกู่ร้องด้านหลังทำให้คนในขบวนรถม้าแตกตื่น คนคุ้มกันส่วนหนึ่งหันหลังกลับไปยิงธนูอีกส่วนก็เตรียมพร้อมรับมือผู้ที่ไล่ตามมา

รถม้าคันที่อยู่ด้านหลังสุดค่อยๆ ชะลอความเร็วกระทั่งจอดแน่นิ่ง ใบหน้านิ่งเฉยของบุรุษวัยกลางคนโผล่ออกมาจากม่านรถม้า ชะโงกออกไปมองไปยังรถม้าอีกคันข้างหน้า

“พวกเจ้าคุ้มเซวียนเอ๋อร์ด้วย ข้าขอฝากบุตรสาวของข้าด้วย”

“ขอรับท่านอาจารย์โจว” ผู้คุ้มกันสามคนรับคำเสียงหนักแน่นก่อนควบม้าตามรถม้าอีกคันไป ส่วนที่เหลือหันกลับไปถ่วงเวลาเหล่ามือสังหารในชุดสีดำซึ่งกำลังใกล้เข้ามา

“ท่านพ่อ!” เสียงสตรีนางหนึ่งร้องเรียก กระนั้นโจวอวี้กลับก้าวลงจากรถม้าช้าๆ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

“ท่านต้องทำให้ยุ่งยากถึงเพียงนี้ด้วยหรือ ท่านเองตระหนักดีว่าจะอย่างไรก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้า เหตุใดต้องดิ้นรนจนสูญเสียเลือดเนื้อของผู้คน”

น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นทำให้โจวอวี้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายช้าๆ “เหวินอู่โหว ข้าเกรงว่าประโยคนี้ท่านสมควรเก็บเอาไว้ใคร่ครวญเองเห็นจะถูก ท่านก่อกบฏทำให้ชาวบ้านมากมายต้องเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เพียงเพื่อตอบสนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของตนเอง คิดว่าการกระทำของท่านถูกต้องแล้วหรือ”

“ท่านอาจารย์โจว ลูกไม้ของท่านหาใช้ได้ผลกับข้าไม่ ท่านก็ตามข้ามาแต่โดยดีเถิด” เหวินอู่โหวส่งสัญญาณให้คนของตนติดตามรถม้าอีกคันไปเงียบๆ

“ได้ยินว่าบุตรสาวของท่านอายุสิบห้าก็เรียนรู้ทุกอย่างมาจากท่านจนหมด อีกทั้งยังเป็นโฉมสะคราญที่เพียบพร้อมในทุกด้าน นางยังไม่มีคู่หมายมิใช่หรือ ข้าเพียงใคร่จะเชิญท่านกับนางไปเป็นแขกเท่านั้น เหตุใดต้องทำให้เรื่องวุ่นวายถึงเพียงนี้”

น้ำเสียงอบอุ่นและสุภาพอ่อนโยนหาได้ทำให้โจวอวี้หลงเชื่อ ตรงกันข้ามเขากลับมองอีกฝ่ายด้วยดวงตารังเกียจ ความมักใหญ่ใฝ่สูงในยศและอำนาจในตัวของเหวินอู่โหวผู้นี้ เขาไหนเลยจะไม่อาจมองเห็น กระนั้นเขาก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทีสุภาพ

“หากใคร่จะเชิญข้ากับบุตรสาวไปเป็นแขก เหตุใดต้องนำเหล่ามือสังหารมามากมายเพียงนี้เล่า การกระทำของท่านโหวช่างย้อนแย้งกันเหลือเกิน ช่างทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”

“เชิญ!” เหวินอู่โหวดวงตาวาววับ เขาผายมือไปยังด้านหลังซึ่งมีรถม้าของเขาเพิ่งจะวิ่งมาจอด ท่าทีสุภาพของเขาหายวับกระทั่งเข้ามาแทนที่ด้วยท่าทีข่มขู่ ดวงตาเรียบเฉยของโจวอวี้ยิ่งทำให้เขาเดือดดาล กระนั้นก็ไม่อาจลงมือกับอีกฝ่ายได้

ในใจได้แต่ครุ่นคิด...หากเขาได้ในสิ่งที่ต้องการก็อย่าหวังว่าเขาจะปรานี!!!

ในยามพลบค่ำชายป่าเมืองอันอี้ซึ่งติดกับเมืองลั่วหยาง เงาร่างเล็กของสตรีสองนางกำลังหลบเร้นไปตามแนวพุ่มไม้ เสื้อผ้าสีเทาตุ่นเนื้อผ้าหยาบกระด้างบนกายของทั้งสอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาไม่กี่อีแปะ

ตามเนื้อตัวมอมแมมสกปรกอีกทั้งผมเผ้ารุงรัง สายตาหวาดหวั่นและท่าทีหวาดระแวงราวกำลังหลบหนีบางสิ่ง ทั้งสองนางหลบเร้นเข้าไปในกลุ่มผู้คนที่กำลังอพยพหนีสงครามของแคว้นเว่ย ซึ่งเหวินอู่โหวเป็นผู้นำก่อกบฏ

แม้ในยามนี้องค์ชายห้าเว่ยหย่วนฉีและแม่ทัพมู่หรงเก๋อจะยกทัพมาปราบกบฏ แต่การปราบปรามกบฏในครั้งนี้ ชาวเมืองอันอี้มากมายต่างก็ได้รับความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า หลายครอบครัวต้องสูญเสีย หลายครอบครัวจำต้องย้ายถิ่นฐาน หลายครอบครัวต้องพลัดพราก

กระนั้นราวกับนี่ยังไม่เกิดความเสียหายมากพอ กลุ่มโจรที่หลบเร้นในป่ากลับรอซุ่มดักชิงปล้นฆ่า สตรีที่เดินทางเพียงลำพังถูกกระทำย่ำยี หลายคนถูกฆ่าแล้วทิ้งศพเอาไว้เป็นที่น่าเวทนา หลายคนแม้จะเดินทางมากับครอบครัวก็ยังไม่อาจปกป้องตัวเอง