บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

นางถอนหายใจก่อนใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เขา ในใจก็ท่องซ้ำๆ บอกตัวเองว่าเขาคือคนเจ็บที่ช่วยนางเอาไว้ก่อนหน้านี้ และนางทำเพียงเพื่อตอบแทนพระคุณของเขาเท่านั้น นางจะไม่ทำเกินขอบเขตที่นางทำได้

เมื่อมือป่ายเส้นผมรุงรังของเขาออกจากใบหน้า รูปหน้าอีกด้านหนึ่งของชายหนุ่มปรากฏขึ้น ใบหน้าในส่วนที่ไม่ถูกทำลายของเขา ทำให้นางอดทอดถอนลมหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาน่าจะเป็นบุรุษที่หล่อเหลาก่อนจะถูกทำลายโฉมหน้าเช่นนี้ บาดแผลที่เกิดจากของมีคมสามเส้นข้างแก้มด้านขวาของเขา เปลี่ยนเขาจากบุรุษผู้มีใบหน้าดุจหยกสลัก กลับกลายเป็นบุรุษอัปลักษณ์ที่มีบาดแผลน่าหวาดหวั่นในทันที

บาดแผลดังกล่าวยังคงไม่หายสนิท ดังนั้นนางจึงโรยยาสมานแผลลงไปด้วย เพราะเห็นชัดว่าเขาไม่ได้ใส่จะดูแลรักษาแม้แต่น้อย

กว่านางจะปลีกตัวออกมาจากซอกมุมหนึ่งของศาลเจ้าร้าง ลากร่างสิ้นลมของปี้หรูออกมาด้านนอกฝนก็หยุดตกพอดี หญิงสาวสะอื้นฮักในยามที่สวมเสื้อผ้าให้สาวใช้ตัวน้อย ก่อนจะจัดการขุดหลุมอย่างเอาเป็นเอาตาย ใช้ความเหน็ดเหนื่อยในการขุดหลุมฝังศพของตน เพื่อชดเชยให้สาวใช้คนสนิทที่ต้องเสียสละชีวิตเช่นนี้

ฟ้าสางแล้วในตอนที่โจวจินเซวียนชะล้างคราบดินโคลนตามเนื้อตัวจากแอ่งน้ำฝน นางเปลี่ยนเสื้อผ้าในมุมหนึ่งแล้วกลับมานั่งลงไม่ไกลจากจุดที่คนเจ็บนอนอยู่ ความเหน็ดเหนื่อยทำให้ลืมศพคนตายและกลิ่นคาวเลือดที่อยู่รอบด้านจนสิ้น กระทั่งไม่นานก็ผล็อยหลับไป ทว่าก่อนหลับไปมือเล็กยังเอื้อมไปคว้าชายเสื้อของบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นเอาไว้ ก่อนจะกำมันไว้แน่นและจมลงไปในห้วงนิทราช้าๆ

ความเคลื่อนไหวข้างกายทำให้โจวจินเซวียนสะดุ้งตื่น นางขยับกายลุกขึ้นอย่างลนลานก่อนใช้สองมือกอดเข่ามองไปโดยรอบ สายตาแตกตื่นของนางสานสบเข้ากับดวงตาคมดุที่จ้องมาอยู่ก่อนแล้ว นางยังคงสะดุ้งตกใจกับใบหน้าซีดขาวที่มีบาดแผลฉกรรจ์บนซีกแก้ม กระนั้นเมื่อเขาเพียงนั่งมองนางนิ่งๆ จึงแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

ทั้งสองต่างคนต่างนั่งเงียบ เขาไม่ขยับ นางเองก็ไม่กล้าส่งเสียง ร่างเล็กสั่นน้อยๆ ในยามที่รับรู้ถึงสายตาคมกริบที่กวาดมองสำรวจตัวนางช้าๆ นางต้องสะดุ้งเฮือกในยามที่เขาขยับกายลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกไปด้านนอก

บาดแผลของเขานับว่าร้ายแรงมาก โดยเฉพาะรอยคมกระบี่ที่หน้าอกซึ่งพาดยาวจากไหล่ลงมายังหน้าท้อง และนั่นเป็นสาเหตุให้เขาเสียเลือดมาก แม้นางจะทำแผลใส่ยาให้แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถออกแรงได้ตามใจชอบ

“คุณชายท่านนี้...”

นางส่งเสียงและเดินตามเขาออกมาอย่างลังเล ในมือนางมือห่อผ้าที่นางเก็บรวบรวมของที่ใช้ได้ ก่อนสายตาจะหันไปมองหลุมศพของหรูปี้ราวกำลังอำลาอีกฝ่ายเงียบๆ

ร่างสูงยังคงก้าวเดินออกไปช้าๆ และนั่นทำให้โจวจินเซวียนก้าวตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก แม้ว่าไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและกำลังไปที่แห่งใด

กระนั้นนางกลับรู้สึกว่าอยู่กับเขานางคงปลอดภัยกว่าอยู่ที่ศาลเจ้าร้างที่เต็มไปด้วยศพคนตาย หรืออีกทางเลือกหากนางเดินทางคนเดียวนั่นยิ่งอันตรายกว่า...

เดินเท้าตั้งแต่เช้าตรู่กระทั่งตะวันบ่ายคล้อย โจวจินเซวียนเริ่มเหน็ดเหนื่อยจนก้าวเท้าไม่ออก เท้าของนางเจ็บจนชาแทบไม่มีความรู้สึก แผ่นหลังของบุรุษที่เดินอยู่ด้านหน้าทิ้งห่างไปเรื่อยๆ แต่กลับไม่กล้าเปล่งเสียงเรียกเขา เนื่องจากกลัวว่าเขาจะปฏิเสธที่จะให้นางร่วมทาง หญิงสาวจึงได้แต่เร่งฝีเท้าตามเขาอยู่ห่างๆ กระทั่งในที่สุดนางก็ตามเขาไม่ทัน

โจวจินเซวียนเคว้งคว้างเพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงของสายลมพัดยอดไม้และเสียงเหล่าสกุณาที่กำลังบินกลับรัง ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีส้มเป็นสัญญาณสุดท้ายว่ากำลังจะค่ำลง นางเดินไปข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดขาว ความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบงำจิตใจช้าๆ จนไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ น้ำตาที่เพียรห้ามไม่ให้หลั่งริน

ความอ่อนแอที่เพียรกดข่ม บัดนี้ทุกอย่างกลับพังครืน...ได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นกอดห่อผ้าเอาไว้กับอกก่อนร้องไห้ออกมาเสียงเบา
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel