บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

“รอครู่หนึ่งก่อน” สิ้นคำนั้นเสียงวัตถุแหวกอากาศพลันดังขึ้น ร่างของกลุ่มบุรุษที่กำลังหาความสำราญจากเรือนร่างของปี้หรูล้มลงทีละคนสองคน ก่อนที่กลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งจะกรูกันเข้ามา

เสียงอึงคะนึงและเสียงกรีดร้องพร้อมเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเป็นระยะ ดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเบิกกว้าง

“อย่างส่งเสียง” เสียงเบากระซิบบอกนางซึ่งนางก็ทำตามแต่โดยดี เพราะกลุ่มโจรที่เข้ามาใหม่เริ่มเข่นฆ่าผู้คนที่อยู่ในศาลเจ้าร้าง

จากจุดที่นางอยู่สามารถมองเห็นการเข่นฆ่านั้นอย่างถนัดถนี่ นางดิ้นรนอีกครั้งเมื่อกลุ่มโจรเดินตรงไปยังปี้หรูที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ก่อนที่กระบี่เล่มหนึ่งจะแทงลงไปยังร่างเปลือยเปล่าของนาง

“เจ้าทำอะไร! เหตุใดไม่เก็บนางนี่ไว้หาความสำราญ!”

ถ้อยคำตะโกนนั้นได้รับคำตอบเป็นสายตาโกรธแค้นของผู้ลงมือสังหาร “ข้าเพียงปล้นทรัพย์สินไม่ย่ำยีอิสตรี คนที่เหลือจับไปใช้แรงงานในค่าย แม้ข้าทำตัวเยี่ยงโจรปล้นฆ่าผู้คนแต่ข้าลงมือเฉพาะกับบุรุษด้วยกันเท่านั้น ข้าไม่ต่ำช้าพอที่จะย่ำยีสตรีที่ไร้ทางสู้” น้ำเสียงที่แฝงแววข่มขู่ทำให้โจรถ่อยคนแรกรามือไป

ในยามที่กลุ่มโจรเหล่านั้นค้นของมีค่า จุดที่หญิงสาวกับบุรุษแปลกหน้าอยู่กลับไม่ได้รับความสนใจ อาจเพราะเป็นมุมมืดใต้โต๊ะซึ่งมีเศษผ้าเก่าๆ พาดลงไปหลงเหลือเพียงช่องเล็กๆ ทำให้นางเห็นเหตุการณ์ ทำให้ผู้มาใหม่เพียงสนใจในจุดที่กลุ่มผู้อพยพนอนเรียงรายกันอยู่

น้ำตาของโจวจินเซวียนยังคงหลั่งริน ในยามที่นางมองไปยังร่างแน่นิ่งเปลือยเปล่าของปี้หรู นางชะงักเมื่อมองเห็นโจรผู้ลงมือสังหารผู้นั้น ดึงเสื้อคลุมของหนึ่งในเหล่าบุรุษที่ย่ำยีปี้หรูขึ้น ก่อนจะใช้คลุมมันลงไปยังร่างเปลือยเปล่าน่าเวทนานั้น

แม้จะโกรธแค้นที่เขาลงมือฆ่าสาวใช้ของตน แต่ใจนางกลับแอบขอบคุณเขาในใจกับการกระทำนั้น เพราะโจรใจโฉดหลายคนยังกวาดสายตามองร่างไร้วิญญาณนั้นด้วยดวงตาหื่นกระหาย ราวกับพวกเขากำลังเสียดายอย่างสุดแสน

ไม่นานศาลเจ้าพลันกลับมาเงียบสงบ กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งแม้ด้านนอกสายฝนยังคงสาดซัด ร่างที่จมกองเลือดด้านนอก ถูกกลุ่มโจรเหล่าทิ้งเอาไว้อย่างไม่เหลียวแล คาดว่ากลุ่มอพยพน่าจะถูกติดตามมานานแล้ว กระทั่งกลุ่มโจรเหล่านั้นเห็นโอกาสในการโจมตีนี้ก่อนลงมืออย่างเหี้ยมโหด

โจวจินเซวียนหาได้สงสารเหล่าเพื่อนร่วมเดินทางที่สิ้นใจอยู่โดยรอบ นางเห็นชัดเจนในยามที่มองกวาดสายตาไปยังสตรี คนแก่ หรือคนอื่นๆ ที่เดินทางมาด้วย พวกเขารู้ทั้งรู้ว่าปี้หรูโดนย่ำยีแต่ไม่กล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ บางคนขยับกายมองด้วยสายตาเฉยชา บางคนขยับหนีด้วยความหวาดกลัว บางคนลุกขึ้นนั่งมองราวกำลังเห็นเรื่องน่าสนุก

ความสิ้นหวังและท้อแท้ลอยอวลท่ามกลางความเงียบ หญิงสาวได้แต่นอนนั่งในอ้อมแขนของบุรุษแปลกหน้า กลิ่นเหงื่อไคลที่โชยออกมาท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด เสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างหู เรียกสติและความนึกคิดของนางกลับมา

มือน้อยค่อยๆ ขยับก่อนจะพบว่าพันธนาการจากเขาได้คลายลงแล้ว นางขยับออกห่างเขาจากกายเขาแล้วพบว่าอีกฝ่ายแน่นิ่งไปแล้ว

คิ้วเรียวขมวดมุ่นในยามที่แสงฟ้าแลบแปลบปลาบนั้น ส่งผลให้นางมองเห็นคราบเลือดบนแขนเสื้อตัวเอง นางอยู่ห่างจากจุดที่เกิดการเข่นฆ่า แล้วเหตุใดตัวนางจึงเปรอะเปื้อนเลือดได้

นั่นคือคำถามที่นางถามตัวเองในใจ กระทั่งเลื่อนสายตามองบุรุษที่หลับตานอนนิ่งอยู่ในมุมมืด แสงสายฟ้าเล็ดลอดเข้ามาอีกครั้งทำให้นางตระหนักในที่สุด บุรุษผู้นี้ได้รับบาดเจ็บ

นั่นคือคำตอบว่าเหตุใดในยามที่พวกนางเข้ามายังศาลเจ้าแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดมองเห็นเขา เพราะเขาเอาแต่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่ในซอกมุมแห่งนี้นั่นเอง

ละล้าละลังอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร หญิงสาวมองไปยังปี้หรูที่นอนนิ่งภายใต้เสื้อคลุมสีเทา ก่อนละสายตากลับมามองบุรุษแปลกหน้าที่ช่วยนางเอาไว้ นางถอนหายใจออกมาเมื่อตัดสินใจได้ มือเล็กยื่นเข้าไปหาบุรุษผู้นั้นก่อนออกแรงลากเขาออกมาจากมุมมืด กระนั้นก็พบว่าตนจะหมดแรงก็ทำได้เพียงลากเขาออกมาได้ไม่ถึงสิบชุ่น นั่นนับว่าสว่างมากพอหากนางต้องการทำแผลเพื่อห้ามเลือดให้เขา อย่างน้อยเพื่อตอบแทนที่เขาช่วยนางเอาไว้

ร่างเล็กเดินวนไปเวียนมายุ่งง่วนอยู่ค่อนคืน เพื่อค้นหาสิ่งที่กลุ่มโจรทิ้งเอาไว้ที่นางสามารถใช้ประโยชน์ ยังดีที่มีขวดยาสมานแผลของนางหลงเหลืออยู่ ดังนั้นนางจึงเริ่มใช้ทุกอย่างที่ใช้ได้ออกไปรองน้ำฝน ก่อนใช้น้ำนั้นชะล้างบาดแผลและใส่ยาให้บุรุษซึ่งนอนสลบไศลไม่ได้สติ พันแผลเอาไว้ด้วยเสื้อผ้าที่นางฉีกเป็นริ้วๆ

โจวจินเซวียนชะงักในยามที่เห็นคิ้วเข้มขมวดมุ่น ใบหน้าเสี้ยวหนึ่งของเขายังคงปกคลุมไปด้วยเส้นผมรุงรัง กลิ่นเหงื่อไคลจากร่างหนาทำเอานางย่นจมูก

“ไหนๆ ข้าก็กลายเป็นสาวใช้จำเป็นของท่านแล้ว...”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel