ตอนที่ 6
รัชพลมองไปรอบ ๆ บ้าน และบอกแม่ว่า...
เราต้องลงทุนตั้ง 90 ล้านเชียวนะครับคุณแม่...เงินไม่ใช่น้อย ๆ เลย"
รัญชิดาเดินมากอดแขนบอกแม่
"แต่แพร์ว่าคุ้มนะคะ ถึงจะไม่ทำร้านอาหาร ซ่อมไว้อยู่เองยังคุ้มเลยค่ะ"
"เฮอะ!...หน้าอย่างคุณเนี่ยนะ จะมาอยู่ที่นี่"
อัครัชทำเสียงดูหมิ่น รัญชิดาหันมามองหน้าเขา ทั้งคู่จ้องหน้ากันด้วยท่าทางเอาเรื่อง
"มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะไม่กล้าอยู่"
"แค่พูด...ใครก็พูดได้ คุณกล้ามานอนที่นี่สัก 3 คืนไหมล่ะ ถ้าอยู่ได้โดยไม่หนีเสียก่อน ผมจะยอมขายบ้านหลังนี้ให้ กล้าไหม...คุณแพร์"
อัครัชพูดท้าทายเธอ รัญชิดาอยากเอาชนะเขา ก็พยักหน้าตกลง
"ได้...พรุ่งนี้ฉันจะมาค้างที่นี่"
"ยายแพร์..."
แม่กับพี่ ๆ เรียกเธออย่างตกใจ
"ไม่ได้นะ...พี่ไม่อนุญาต"
รัชพลพูดเสียงจริงจัง"
"แม่ก็ไม่อนุญาต หนูเป็นผู้หญิงนะลูก จะมาอยู่บ้านร้างแบบนี้คนเดียวได้ยังไง"
"แพร์...แกอย่าวู่วามสิ แกจะอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง"
รังรองจับแขนน้อง
"นั่นสิ...มันไม่งามเลยนะคุณ คิดอะไรถึงมาท้าทายลูกสาวฉันแบบนี้"
รจิตขมวดคิ้วไม่พอใจอัครัช
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ที่นี่มีคนดูแลสองผัวเมียอาศัยอยู่ด้านหลัง"
พูดจบก็เขาก็ตะโกนเข้าไปในบ้าน
"ลุง...ป้า อยู่ไหม ออกมาหน่อยสิ"
ตะโกนไม่นาน ก็มีชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งเดินออกมา ทั้งคู่ยกมือไหว้ทุกคน
"นี่คือลุงทมกับป้าชงโค เป็นคนดูแลที่นี่มาหลายปีแล้วครับ พวกเขาพักอยู่ด้านหลัง"
รัญชิดาจ้องสบตากับอัครัช
"ฉันจะมาอยู่ที่นี่...ไม่กลับคำแน่ค่ะ แต่คุณ...ก็ต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย"
"อะไรนะ"
อัครัชตาลุก คำสั่งของปู่เข้ามาในห้วงความคิดทันที
"ไม่มีใครสามารถมาค้างแรมข้ามคืนที่เคหาสน์เอื้อมดาวได้"
"ทำไมหรือครับคุณปู่"
"ไม่มีใครรู้ เพราะคนที่กล้ามาค้างแรมที่นี่ ไม่มีใครรอดออกมาเล่าให้ใครฟังเลย บางคนก็ตาย บางคนก็บ้า มันเลยกลายเป็นเคหาสน์ลึกลับไป อรรถเองก็จำไว้นะ อย่าให้ใครมาค้างที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอรรถเองหรือคนนอก...จำไว้นะหลาน"
เขายังจำคำพูดของปู่ได้ดี แต่เขากลับพลั้งเผลอไปท้าทายรัญชิดาให้มาค้างแรมที่นี่ และถูกรัญชิดาท้ากลับ
"ว่าไง...ไม่กล้าเหรอ"
เสียงรัญชิดาฟังดูเยาะเย้ย อัครัชเกิดทิฐิไม่ยอมแพ้หญิงสาว
"ได้...ผมจะมาอยู่ที่นี่ด้วย"
"เฮ้ย!...ได้ไง คุณเป็นผู้ชายนะ จะมาค้างกับน้องสาวผมสองต่อสองได้ไง"
รัชพลโวยวายไม่ยอม
"ไม่มีทาง...ต่อให้มีคนดูแลบ้าน ฉันก็ไม่ให้ลูกสาวฉันมาค้างอ้างแรมกับคุณหรอก...คิดอะไรบ้า ๆ"
รจิตโกรธมากที่อัครัชท้ารัญชิดาแล้ว...ยังจะมาค้างด้วยอีก
"พลับ...พลัม...แพร์ กลับบ้านลูก แม่ไม่ซื้อบ้านหลังนี้แล้ว ทำแบบนี้มันดูถูกกันชัด ๆ"
รจิตโกรธจนชวนลูก ๆ กลับ สามพี่น้องมองหน้ากัน แต่อัครัชยืนมองนิ่ง เขาพอใจที่รจิตบอกว่าจะไม่ซื้อแล้ว
รัญชิดาเป็นคนดื้อ เธอหมั่นไส้ที่อัครัชเล่นท่าจะไม่ยอมขายเคหาสน์เอื้อมดาว ทั้งที่แม่ของเขารับมัดจำไปแล้ว เธอรู้ว่าแม่โกรธเพราะรักและเป็นห่วงเธอ เธอก็ไมอยากให้แม่ผิดหวัง
"อย่าโกรธเลยค่ะคุณแม่ เขารับมัดจำเราไปแล้ว ก็ถือว่าได้ตกลงขายให้เราแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์บิดพลิ้วหรอกคะ แค่ขอให้แพร์มาค้างที่นี่ 3 คืนเป็นเรื่องเล็ก แพร์อยู่ได้สบายมาก เดี๋ยวแพร์จะชวนยายณัฐมาอยู่ด้วย...คุณแม่กับพี่ ๆ สบายใจได้นะคะ"
น้ำเสียงอ่อนหวานของลูกสาว ทำให้รจิตคลายความโกรธลงได้บ้าง
"ยังไงแม่ก็ไม่เห็นด้วย"
รจิตพูดเสียงแข็ง รัญชิดาลูบแขนแม่ กระซิบบอกเธอว่า
"ค้างแค่ 3 คืน แล้วคุณแม่ก็จะซื้อเคหาสน์เอื้อมดาวได้...คุ้มจะตายค่ะ แพร์จะไปชวนยายณัฐมาอยู่ด้วย คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ"
"มันจะดีหรือลูก แม่ว่า..."
"คุณแม่ต้องไว้ใจแพร์นะคะ แพร์บอกว่าได้...ก็คือได้ค่ะ"
รจิตถอนใจ ลูบหัวลูกสาวคนเล็ก
"ไหวแน่นะลูก"
"สบายมากค่ะคุณแม่ เขากล้าอยู่...แพร์ก็กล้าอยู่ค่ะ"
รัญชิดาปรายตาไปมองอัครัชเป็นเชิงท้าทาย
"ได้...พรุ่งนี้เจอกัน คุณจะพาใครมาอยู่ด้วยกี่คนผมก็ไม่ติด"
อัครัชไหว้รจิตแล้วเดินออกไปขึ้นรถ ขับออกไปจากเคหาสน์เอื้อมดาว โดยไม่พูดอะไรอีก รังรองส่ายหัว
"เฮอะ!...ไม่หล่อจริง ๆ ด้วยแพร์"
"ก็บอกแล้ว...พี่พลัมไม่เชื่อ"
"พรุ่งนี้พี่จะมาอยู่ด้วยนะแพร์"
รัชพลจับหัวบอกน้องสาว
"ไม่ต้องค่ะพี่พลับ แพร์จะชวนยายณัฐมาเป็นเพื่อนเองค่ะ"
"แกไม่น่าไปรับปากเขาเลย"
รังรองส่ายหัว
"ช่วยไม่ได้...อยากมาท้าแพร์เองนะ พี่ก็รู้...แพร์ไม่ชอบให้ใครมาท้า"
รังรองกับรัชพลมองหน้ากัน ต่างก็ส่ายหัวให้กับความดื้อของน้องสาว ที่ไม่เคยมีใครห้ามเธอได้...แม้แต่แม่ของพวกเขา
