ตอนที่ 7
ทมกับชงโคยืนฟังอยู่นาน จับใจความได้ว่ารัญชิดาจะมาค้างที่นี่ สองผัวเมียมองหน้ากัน และมีสีหน้าไม่สบายใจ
"คุณหนู...จะมาค้างที่นี่หรือครับ"
ทมถามรัญชิดาอย่างนอบน้อม
"ใช่จ้ะ...รบกวนลุงจัดห้องให้ด้วยนะจ๊ะ ฉันจะมาอยู่ 3 คืนจ้ะ"
"อย่าดีกว่าค่ะคุณหนู"
"ทำไมล่ะป้า...ที่นี่มีอะไรเหรอ"
รังรองถามสองผัวเมีย
"ป้าก็พูดไม่ถูกค่ะ นอกจากลุงกับป้าที่เฝ้าที่นี่มาหลายปี ที่นี่ก็ไม่อนุญาตให้ใครมาพักเลยค่ะ แม้แต่ลูกหลานก็ไม่เคยมีใครมาพักเลย"
"ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ"
รัญชิดาถาม...ทำหน้าสนใจ
"เราก็ไม่รู้ครับ แต่พวกเราอยู่กันมานาน...ก็ไม่เคยเห็นอะไร"
"งั้นก็คงไม่มีอะไรหรอก บ้านเก่าคนก็ย่อมต้องคิดเยอะเป็นธรรมดา"
รัชพลตบไหล่บอกรัญชิดา รังรองก็บอกเธอว่า
"เดี๋ยวแกโทรถามยายณัฐก่อนนะ ถ้ายายณัฐไม่ว่าง...พี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนเองจ้ะ"
"ขอบคุณค่ะพี่พลัม"
รัญชิดากอดแขนยิ้มให้พี่สาว ทมทำท่าจะพูดอะไร แต่ชงโคส่ายหัวให้เขา และรีบพูดกลบเกลื่อน
"คุณจะมาอยู่พรุ่งนี้ใช่ไหมคะ ป้าจะจัดห้องให้นะคะ"
"ขอบคุณค่ะป้า"
รัญชิดายิ้มให้ เธอไม่ได้สนใจอะไรอีก ดูบ้านกันต่ออีกสักพัก...ก็ชวนแม่กับพี่ ๆ กลับ ทมกับชงโคมาส่งหน้าประตู และปิดประตูรั้วเรียบร้อย
"ยอมให้เขามาค้าง...มันจะดีหรือวะชงโค"
"คุณอรรถไม่ว่า...เราจะพูดอะไรได้ล่ะพี่ ไปช่วยฉันทำความสะอาดดีกว่า ทำสัก 3 ห้องละกัน ไปเถอะ... เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน"
ทมพยักหน้า เดินตามชงโคเข้าบ้านโดยไม่พูดอะไรอีก
พอขึ้นรถมาได้สักพัก รัญชิดาก็เอามือถือมาโทรหาเพื่อนสนิทของเธอที่ชื่อ กุลณัฐ เพื่อจะชวนเธอมาค้างคืนที่เคหาสน์เอื้อมดาวด้วยกัน รอไม่นานเธอก็กดรับสาย
"ฮัลโหล...ณัฐ"
"แพร์เหรอ...มีไรยะ"
"อยู่ไหนจ๊ะ"
"มาทำผมกับคุณแม่จ้ะ"
"แกว่างสัก 3-4 วันไหม"
"อย่าว่าแต่ 3-4 วันเลย ทั้งเดือนก็ว่างจ้า จะชวนไปไหนเหรอ"
"ดีเลย...ฉันจะชวนแกไปค้างที่เคหาสน์เอื้อมดาวสัก 3 คืน"
"เค...เคอะไรนะ"
"เคหาสน์เอื้อมดาว"
"ว๊าว...ชื่อโรแมนติกจัง แต่ฟังดูโบร๊านโบราณว่ะ...เคหาสน์เอื้อมดาว"
"ตกลงจะไปไหม"
"ไป ๆๆๆ"
"พรุ่งนี้ฉันไปรับตอนสิบโมงนะ"
"ได้...จะได้บอกคุณแม่ว่าแกชวนไปเที่ยว อยู่บ้านทั้งวันโคตรเบื่อเลย"
"โอเค...แค่นี้นะ ไม่กวนละ"
"อื้ม...เจอกันพรุ่งนี้"
รัญชิดาวางสายแล้วหันมายิ้มให้รังรอง รัชพลเหลือบมองน้องสาวที่กระจกส่องหลัง
"ตกลงยายณัฐยอมไปไหม"
"ไปค่ะพี่พลับ"
"แน่ใจว่าจะอยู่ได้เหรอแพร์ สภาพบ้านแบบนั้นอ่ะนะ"
รังรองแสดงความเป็นห่วง
"บ้านมันก็แค่เก่าค่ะพี่พลัม ขนาดลุงกับป้ายังเฝ้าบ้านมาได้ตั้งหลายปี คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
รังรองพยักหน้า เธอรู้นิสัยความดื้อรั้นของน้องดี หากรัญชิดาตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้ว เธอต้องทำให้ได้ รัญชิดาเพียงแค่อยากเอาบ้านหลังนี้มาให้แม่ และอยากเอาชนะอัครัช เธอไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรที่เคหาสน์เอื้อมดาวแห่งนี้บ้าง
อัครัชขับรถกลับบ้านด่วยใจที่หนักอึ้ง วันนี้เขาตั้งใจจะไปดูบ้านเฉย ๆ ไม่คิดว่าจะไปเจอครอบครัวของรจิต ด้วยความหมั่นไส้รัญชิดา...เขาจึงวู่วามไปท้าเธอ และไม่คิดว่าเธอจะรับคำท้าและท้ากลับ แต่คำพูดลูกผู้ชายต้องเป็นสัจจะ เมื่อเขาบอกว่าจะไปก็ต้องไป... เขาจะผิดคำพูดไม่ได้
อัครัชจอดรถแล้วเดินเข้าบ้าน ก็พบว่าปิยะมนมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว อารักษ์กับนิตยาหันมามองเขา
"ทำไมเพิ่งกลับล่ะอรรถ หนูบิวมารอนานแล้วนะ"
อารักษ์ยิ้มบอกเขา อัครัชมานั่งลงข้างพ่อ
"มาเยี่ยมคุณพ่อเหรอบิว"
"ก็ใช่น่ะสิ แล้วก็...คิดถึงคุณด้วยค่ะ เราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้วนะ"
"ช่วงนี้ผมยุ่ง ๆ น่ะ"
นิตยาสะกิดแขนสามี ทั้งคู่ลุกขึ้น และเดินขึ้นข้างบนเงียบ ๆ ปิยะมนจึงย้ายมานั่งกอดแขนอัครัช
"เป็นอะไรคะ...ทำหน้าเหมือนโกรธใครมา มีใครทำให้โกรธเหรอคะ"
"เปล่าหรอก...หงุดหงิดเรื่องงานน่ะ"
"อย่าหงุดหงิดไปเลยนะคะ เราไปหาอะไรกินกันไหม"
"อย่าเลย...ป่านนี้คุณแม่คงทำอาหารเสร็จแล้วล่ะ"
ปิยะมนทำหน้าขัดใจ
"ทำไมคะ...คุณไม่อยากให้บิวมาหรือ ถึงทำหน้าแบบนี้อ่ะ"
อัครัชถอนใจ จับมือปิยะมนมาจูบ
"อย่าคิดอย่างนั้นสิ ผมดีใจที่คุณมาหานะ"
ปิยะมนยิ้มออก เอียงหัวซบไหล่ของอัครัช
"อรรถคะ...เสาร์นี้เราไปดูหนังกันไหม เสร็จแล้วก็ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน...นะ"
"อืม...ได้สิ"
"เย้...คุณน่ารักที่สุดเลยค่ะ"
ปิยะมนดีใจ กอดหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ อัครัชค่อยยิ้มออก ลืมเรื่องน่าหงุดหงิดไปชั่วคราว
