บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ดีขอรับท่านพ่อ !

เฟยอี้หลงมองแขนสองข้างอย่างนึกเสียดายตนได้กอดน้องเล็กไม่ก็ถูกน้องรองพรากความอบอุ่นไปเสียแล้ว ได้แต่ส่ายหัวอย่างทำอะไรไม่ได้แล้วเอ่ยขึ้น

“อี้เออร์ไปทานข้าวกัน ท่านพ่อกับท่านแม่มารออยู่ก่อนแล้ว”

“ขอรับพี่ใหญ่”

แล้วทั้งสามคนก็เดินจูงมือกันไปยังเรือนรับรอง โดยมีน้องคนเล็กยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพี่ชายทั้งสอง

ภาพลูก ๆ ทั้งสามคนเดินจูงมือกันมาดูสนิทสนมกลมเกลียวสร้างรอยยิ้มให้คุณท่านทั้งสองได้ไม่ยาก เฟยอันฟางพยักหน้าพึงพอใจ เอ่ยคำว่า ดี ติดกันสามครั้ง

“คุณชายทั้งหมดมาแล้ว ยกอาหารขึ้นโต๊ะได้” หัวหน้าพ่อบ้านกล่าวเสียงขึงขัง ไม่นานอาหารทุกอย่างก็ถูกจัดวางจนเต็มโต๊ะ

ตระกูลเฟยของเฟยอี้หลินมีด้วยกันทั้งหมดห้าคน นอกจากบุตรชายทั้งสามกับเจ้าบ้านแล้วยังมี ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียว คือ เซวี่ยหลิน บุตรสาวของพ่อค้าหาบเร่ที่เดินทางมายังแคว้นแห่งนี้แล้วได้พบรักกับเจ้าบ้านตระกูลเฟย ที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กน้อยอายุสิบกว่าปี ทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นรักแรกพบ ต่อมาก็ได้มีการจัดงานแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยา เฟยอันฟางเองก็รักและถนอมภรรยาคนนี้มากจนไม่คิดรับอนุเพิ่ม

เซวี่ยหลินทำหน้าที่ฮูหยินได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะการให้กำเนิดบุตรชายสองคน และบุตรเกอหนึ่งคน

ในจวนแห่งนี้มีบ่าวรับใช้อยู่ทั้งหมดเจ็ดคน ชายสี่หญิงสามในจำนวนคนทั้งหมดนี้ได้รวมหัวหน้าพ่อบ้านเข้าไปแล้ว

เมื่อทุกอย่างถูกยกขึ้นโต๊ะ เหล่านายท่านและคุณชายของบ้านก็ลงมือทานอาหาร แต่ละวันผ่านไปอย่างสงบสุข

“ท่านพ่อ”

“มีอะไรหรืออี้เออร์” หลังทานข้าวเสร็จคนทั้งหมดก็ย้ายมานั่งเล่นที่ศาลากลางน้ำซึ่งมีดอกบัวปลูกเอาไว้เต็มไปหมด รอบ ๆ นอกจากจะเป็นทางเดินเชื่อมไปยังห้องพักต่าง ๆ ยังมีดอกไม้ ต้นไม้ปลูกประดับเอาไว้ดูร่มรื่นไม่น้อย เฟยอี้หลินนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างบิดาและมารดา ส่วนพี่ชายทั้งสองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถูกขั้นกลางด้วยโต๊ะน้ำชาตัวเตี้ย

ขอพูดหน่อยเถอะว่าตอนที่มาถึงศาลาแรก ๆ และต้องทำการเลือกที่นั่งคนทั้งสี่ได้มีการต่อสู้กันผ่านสายตา เพราะแต่ละคนต้องการนั่งข้างเฟยอี้หลินกันทั้งหมด แต่ด้วยความเป็นเด็กและผู้อาวุโส สุดท้ายพี่ใหญ่และพี่รองก็ต้องยอมแพ้ ยกที่นั่งข้าง ๆ น้องชายให้พ่อกับแม่อย่างไม่เต็มใจ

“ลูกอยากได้ที่ดินของบ้านสักสิบหมู่ได้หรือไม่ขอรับ”

“ลูกจะเอาไปทำอะไร!!” เสียงเจ้าบ้าน

“น้องจะเอาไปทำอะไร!!” เสียงที่ชายทั้งสอง

เฟยอี้หลินตกใจกับเสียงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เขาตัวสั่นขึ้นมาด้วยความกลัว ไม่ใช่กลัวเสียงดังแต่กลัวว่าเสียงที่เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บนี้จะพาเขากลับไปยังโลกเดิม อย่าลืมว่าการที่เขาได้มายังโลกใบนี้เป็นเพราะตกใจเสียงหมาเห่า ซึ่งมันดังมากพอ ๆ กัน

ไม่นะเขาไม่อยากกลับไป

“เหตุใดถึงได้เสียงดังมากถึงเพียงนี้เห็นหรือไม่ว่าอี้เออร์กลัวหมดแล้ว” เซวี่ยหลินดึงบุตรชายเข้ามากอดปลอบ นางทันได้เห็นน้ำตาที่ไหลรดดวงหน้างดงาม ฮูหยินของบ้านแสดงสีหน้าไม่พอใจที่ชายทั้งสามทำให้บุตรคนเล็กของนางตกใจจนร้องไห้ออกมาอย่างชัดเจน

คนที่ทำเสียงดังเมื่อครู่ได้แต่มองหน้ากันอย่างรู้สึกผิด

“อี้เออร์พ่อไม่ได้ตั้งใจเสียงดังใส่ลูก พ่อแค่แปลกใจที่ลูกถามถึงที่ดินบ้านเรา แต่ถ้าลูกอยากได้พ่อยกให้ได้ทันทีเพราะงั้นอย่าได้โกรธพ่อเลยนะลูก”

“ใช่"เฟยอี้หลงพยักหน้า กล่าวต่อว่า "อี้เออร์พี่ขอโทษที่ทำให้น้องตกใจ น้องอยากได้ที่ดินใช่ไหมเดี๋ยวพี่ยกของพี่ให้เลย”กล่าวเสียงหนักแน่น พยายามปลอบน้องให้หายตกใจ

“ใช่ ๆ อี้เออร์เอาของพี่ด้วยเลยก็ได้ พี่ยกให้น้องทั้งหมด” เฟยอี้หลันไม่ยอมน้อยหน้า เขาจะยอมให้พี่ใหญ่ได้รับความโปรดปรานจากน้องเล็กมากกว่าตนได้ยังไง

เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดมารดาเริ่มสงบลง ชายหนุ่มทั้งสามคนถึงได้คลายความรู้สึกผิด หายใจออกมาได้เสียที

วิมลที่อยู่ ๆ ก็แสดงท่าทางตกใจเริ่มได้สติ

เขาหวาดกลัวมากเกินไปสินะ ถึงจะยังไม่คุ้นเคยกับคนในตระกูลนี้ แต่ชีวิตที่มีทั้งพอแม่และพี่ชาย คือสิ่งที่เขาโหยหาจนไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตเหงา ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

วิมลยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่มีอยู่ไม่กี่หยด ขยับออกจากอกมารดาแล้วกล่าวเสียงติดแหบเล็กน้อย

“อี้เออร์ไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง” เห็นบุตรชาย น้องชายเป็นเด็กดีมากถึงเพียงนี้ ความรักที่มีให้ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิม

“ไม่เลยอี้เออร์ลูกไม่จำเป็นต้องขอโทษ” เฟยอันฟางเอ่ยแก้ต่าง

เฟยอี้หลินมองบิดาแล้วหันไปมองพี่ชายทั้งสองคน พอได้เห็นคนทั้งคู่พยักหน้า ใบหน้าน่ารักจึงแย้มยิ้มออกมาในที่สุด ส่วนมารดาที่เห็นว่าบุตรชายคนเล็กไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ก็ลดบรรยากาศปกป้องรอบ ๆ ตัวกับมา

“ลูกบอกพ่อได้หรือไม่ว่าต้องการที่ดินไปทำอะไร” ถึงจะสามารถให้ได้โดยไม่นึกเสียดาย แต่เฟยอันฟางก็ยังคงมีความสงสัยอยู่ดี เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาบุตรชายไม่เคยถามถึงที่ดินของบ้านหรือแม้กระทั่งต้องการมีส่วนร่วมในกิจการของครอบครัว

“ตอนนี้ลูกก็อายุสิบหกแล้ว ลูกมีความคิดว่าต้องทำอะไรเพื่อครอบครัวของเราบ้าง” น้ำเสียงไพเราะตอบกลับมาด้วยท่าทางแน่วแน่ ทำคนทั้งหมดอ่อนระทวยไปกับความคิดแสนน่ารัก

“หากเป็นความตั้งใจจริงของลูก พ่อก็ไม่ขัดขวางส่วนเรื่องที่ดินไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปจัดสรรกันอีกทีดีหรือไม่”

“ดีขอรับท่านพ่อ!!”เฟยอี้หลินมีความสุข โผเข้ากอดบิดาแน่น การมีครอบครัวที่รักทั้งยังพร้อมสนับสนุนทุกอย่างอย่างไร้ซึ่งเงื่อนไขแบบนี้มันดีมากจริง ๆ ครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้เขาไม่ได้สัมผัสมันมานานแค่ไหนแล้วนะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel