ตอนที่ 2 จวนตระกูลเฟย
“คุณชายน้อยได้เวลาตื่นนอนแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหญิงรับใช้ดังขึ้นหน้าประตูเรือน วิมลซึ่งนอนกะพริบตาปริบ ๆ อยู่บนเตียงกำลังยิ้มราวกับคนบ้า เขายังทำใจยอมรับกับการทะลุมิติมาเข้าร่างคนอื่นไม่ได้ สองมือยกขึ้นจับแก้มกลมนุ่มนิ่มก่อนจะบีบแล้วดึงยืดออก
“โอ๊ย!!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดภายในห้องทำหญิงรับใช้ร้อนรน
คงไม่ได้เกิดเรื่องกับคุณชายน้อยใช่ไหม
เธอลนลานอยู่นอกห้องอยากจะผลักประตูเข้าไปเสียเหลือเกิน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกละก็เบี้ยหวัดนางเดือนนี้ไม่เหลือแน่
“คุณชายน้อย!! เป็นอะไรไปเจ้าคะ” สุดท้ายด้วยความเป็นห่วงและหวงแหนเบี้ยหวัดเพียงน้อยนิด หญิงรับใช้ตัดสินใจที่จะเปิดประตูเข้าไป
เอาเถอะ หากไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอย่างน้อยนางก็แค่โดนตำหนิที่เข้าห้องคุณชายน้อยอย่างถือวิสาสะ แต่ถ้าหากไม่เข้าไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายน้อย ชีวิตการทำงานของนางได้จบสิ้นแน่
“ไม่ต้องเข้ามาฉะ…เอ่อ ข้าไม่เป็นอะไร” เกือบไปแล้วไหมล่ะวิมลเอ่ย แค่ดีใจเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง หากปล่อยให้หญิงรับใช้เข้ามาเห็นเขาในสภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มราวคนบ้า อาจจะถูกนางเอาไปบอกกับเจ้าของบ้านก็ได้ว่า คุณชายน้อยถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง คนที่รักลูกปานแก้วตาดวงใจจะไม่เชิญนักพรตมาขับไล่วิญญาณเขาออกไปหรอกเหรอ ถึงจะไม่รู้ว่าโลกนี้มีนักพรตที่ว่าหรือเปล่าก็เถอะ
พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็ยังคงคิดว่ามัน...เป็นเพียงแค่ฝัน
วิมลทะลุมิติมายังโลกจีนโบราณแห่งนี้แถมยังเข้ามาแทนที่คุณชายสามแห่งตระกูลเฟย ตระกูลร้านอาหารที่กิจการของบ้านไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าดี แต่ก็ไม่แย่ ฐานะทางบ้านเรียกได้ว่าเป็นคนชนชั้นกลางที่ค่อนไปทางคนมีฐานะ แต่ยังไม่ถึงกับเรียกได้ว่า ร่ำรวย
ชีวิตที่เกือบรวยแต่ยังไม่รวย แต่ในเมื่อเขามาแล้วจะต้องทำให้ธุรกิจของที่บ้านรวยขึ้นให้ได้ ฮ่า ๆ เหมือนตัวเอกในนิยายหลายเรื่องที่เคยอ่านไง
เสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นในห้องทำหญิงรับใช้ตกใจ สวรรค์รับรู้ได้ว่าตอนนี้นางกังวลเกี่ยวกับคุณชายน้อยมากเพียงใด
ชีวิตความเป็นอยู่ของเฟยอี้หลินเรียกได้ว่าดีเลย เพราะได้รับความรักจากคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็น พี่ชาย พี่รอง พ่อ แม่ รวมไปถึงคนอื่น ๆ ในบ้านต่างให้ความสำคัญกับเขาทั้งนั้น วิมลคิดว่าที่เด็กคนนี้ได้รับความรักมากขนาดนี้ คงจะด้วยความเป็นลูกคนเล็ก
“คุณชายน้อย ท่านไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมเจ้าคะ” เสียงหญิงรับใช้ทำวิมลต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาตื่นเต้นที่ได้ทะลุมิติมาเหมือนคนอื่น ๆ ในนิยายที่เคยอ่าน ถึงจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ยังคงรู้สึกเหมือนวันแรก แถมยังกลัวว่าจะมีวันที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตในโลกเดิม
เขาไม่อยากกลับไปในโลกซึ่งเหลือเพียงตัวคนเดียว ถึงจะสงสารครอบครัวเฟยที่ต้องเสียบุตรชายอันเป็นที่รักไป แต่เขาจะพยายามใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีแทนที่ในส่วนของเด็กคนนั้น
“เข้ามาได้” หญิงรับใช้รีบผลักประตูเข้ามาทันที นางเดินเข้ามาใกล้สำรวจร่างกายคุณชายน้อย เมื่อไม่พบจุดใดที่ดูผิดปกติถึงได้ถอนหายใจออกมา
โล่งอกได้เสียทีนึกว่าต้องเสียเบี้ยหวัด เดือนนี้ไปหมดเสียแล้ว
“ท่าทางอะไรของเจ้า” วิมลยิ้มขำ เห็นท่าทางเสมือนโล่งใจของหญิงรับใช้ก็ได้แต่ส่ายหัว
แค่เสียงร้องเพราะเจ็บกับเสียงหัวเราะ ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นเสียหน่อย
หญิงรับใช้ที่เห็นท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคุณชายน้อยก็ได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ ท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วเจ้าค่ะ เพราะหากท่านเป็นอะไรไปมีหวังชีวิตน้อย ๆ ของบ่าวได้จบสิ้นแน่
“คุณชายบ่าวนำน้ำอุ่นมาให้ล้างหน้าเจ้าค่ะ” นางเกือบจะลืมไปแล้วว่าหลังล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว คุณชายน้อยต้องไปทานอาหารไม่เช่นนั้นจะปวดท้องเอาได้
“แล้วไหนน้ำของเจ้า” เหมือนเขาจะเห็นว่านางวิ่งเข้ามาแต่ตัวนะ
พอได้ยินคำถามใบหน้าบ่าวรับใช้ก็ซีดเผือด รีบวิ่งแจ้นออกไปน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว ความรีบร้อนทำเอาอากาศเย็น ๆ ก็ไม่สามารถหยุดเม็ดเหงื่อที่ผุดผายบนใบหน้าได้
“ไม่ต้องรีบร้อน” เห็นยืนหอบหายใจแรงสองมือถือถังใส่น้ำก็ได้แต่อ่อนใจ
คนรับใช้ของเขาเป็นคนสติดีใช่ไหม
ยังไม่ทันที่วิมลจะได้แต่งตัวจนแล้วเสร็จก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเคาะประตู
“อี้เออร์น้องทำอะไรอยู่” เป็นเสียงพี่ใหญ่
อี้เออร์ หรือก็คือเฟยอี้หลิน บุตรชายคนเล็กของตระกูล และนี่คือชื่อในยุคนี้ของเขา
อี้เออร์เอ่ยเร่งหญิงรีบใช้ให้ช่วยแต่งตัวให้เสร็จเร็ว ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบวิ่งไปเปิดประตูเรือนกระโดดกอดผู้ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชาย
“เกอ!!”
“โอ๊ว…อี้เออร์ของพี่เหมือนจะตัวเบาขึ้นหรือไม่” เฟยอี้หลงกอดน้องชายที่พุ่งเข้ามาเอาไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาถูกแต่งแต้มไปด้วยความอ่อนโยน จ้องมองน้องคนเล็กซึ่งซุกหน้ากับอก ก่อนจะหันไปมองน้องชายคนรองที่ยืนทำหน้าบูดหนังตากระตุกอยู่ข้าง ๆ ดวงตาเผยความเหนือกว่า
ถึงแม้เฟยอี้หลงจะรักน้องชายทั้งสองคนไม่แพ้กันแต่หากเป็นเรื่องของอี้เออร์เขามักจะยกขึ้นมาแข่งขันกับน้องชายคนรองอยู่เสมอ
ถ้าเขาเป็นคนเคาะประตูก็จะได้รับอ้อมกอดจากน้องเล็ก
พี่ชายท่านช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนักที่เอ่ยกับข้าว่าจะเป็นคนเรียกน้องเล็ก เพราะท่านคาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้วใช่หรือไม่ว่าจะได้รับอ้อมกอดเช่นนี้
เฟยอี้หลันได้แต่เก็บความรู้สึกเจ็บใจเอาไว้ข้างใน ก้าวเดินเข้าไปใกล้
“อี้เออร์ชอบเพียงพี่ใหญ่จนลืมพี่รองไปเสียแล้ว” น้ำเสียงน้อยอกน้อยใจของคุณชายรองทำเฟยอี้หลินผงกหัวขึ้นมา ดวงตาทอประกายสดใส ผละออกจากพี่ใหญ่แล้วเดินเข้าไปกอดพี่รอง
“อี้เออร์ไม่ได้ลืมพี่รองนะขอรับ พี่รองอย่าได้น้อยใจ” เมื่อได้รับอ้อมกอดจากน้องชาย ความรู้สึกยินดีก็เข้าแทรกในดวงตา หันไปเยาะเย้ยพี่ใหญ่ที่ทำหน้าบูดอยู่ด้านข้าง
เหอะ เป็นเช่นไรละพี่ใหญ่ข้าได้อ้อมกอดน้องเล็กมาแล้ว
