บทย่อ
วิมล ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณชายน้อยแห่งตระกูลเฟย ที่ตายเพราะหนาวตาย ส่วนเขาตายเพราะตกใจเสียงหมาเห่าแล้วตาย!!! วิมลใช้ชีวิตในฐานะคุณชายน้อยแบบที่อยากเป็น ออกไปเที่ยวข้างนอกจวนเกือบทุกวันจนได้พบกับชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ข้างถนน แค่แผ่นหลังก็ทำให้รู้สึกได้ว่า ต้องเป็นบุรุษที่หน้าตาไม่เลวอย่างแน่นอน และด้วยความที่เป็นคนยุคสมัยใหม่ ทำให้เขาวิ่งเข้าไปหาต้องการทักทายทำความรู้จัก วิมลที่รีบร้อนกลัวว่าจะก้าวขาไม่ทันเผลอสะดุดเท้าตัวเองเข้า ล้มใส่หนึ่งในสองบุรุษ “คุณชายท่านรู้หรือไม่ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป “ข้ารู้ ข้าพึ่งจะวิ่งเข้ามาทักทายคุณชายสองท่านนี้และเกือบถูกเตะเสยคอหักไปแล้วมีสิ่งใดแปลกหรือ” “ท่านสัมผัสตัวบุรุษ!!”
ตอนที่ 1 ทะลุมิติมาเพราะหมาเป็นเหตุ
“อ่าา...จบสักที” วิมลบิดขี้เกียจ ดันเก้าอี้ออกก่อนจะลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายไปยังระเบียง เท้าแขนสองข้างกับราวกั้นหลับตาสูดอากาศเย็น ๆ เข้าปอด
“อ้า สดชื่น!!!”
จ๊อก ๆ
เสียงท้องร้อง เขาก้มลงมองท้องแฟบ ๆ ของตัวเองก็ได้แต่เดินลูบท้องเข้าห้อง
“ไม่น่าท่องนิยายจนลืมเวลาเลย เป็นไงละรู้ตัวอีกทีก็ค่ำแล้วเนี้ย” บ่นออด ๆ แอด ๆ แต่ก็ควานหากระเป๋าใบน้อย เอื้อมหยิบเสื้อแขนยาวที่วางพาดอยู่บนพนักเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้อง
“หืยย หนาวเกินไปหรือเปล่าทำไมตอนอยู่ในห้องไม่หนาวขนาดนี้” วิมลยกมือขึ้นลูบแขนห่อตัวเดินไปยังร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเจ้าประจำใต้คอนโด
“ป้าครับ”
“ว่ายังไงละพ่อหนุ่มวันนี้เอาอะไรบ้าง” ป้าทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
“วันนี้เอาหมูปิ้งสี่ไม้ ข้าวเหนียวสิบบาทพร้อมส้มตำปูปลาร้าแซ่บ ๆ หนึ่งครับ”
“ได้ รอป้าสักครู่” เขาขยับออกมายืนรอข้างร้าน เว้นที่เอาไว้ให้ลูกค้าคนอื่นเข้ามา
รอไม่นานของที่สั่งก็เสร็จแล้ว
“เท่าไรครับป้า”
“หมูปิ้งไม้ละสิบบาทก็สี่สิบ ข้าวเหนียวสิบ ส้มตำสี่สิบทั้งหมดเก้าสิบบาท”
วิมลหยิบแบงก์ร้อยออกมายื่นให้ป้า พร้อมกับรับถุงกับข้าวมาด้วย"นี่ครับ ไม่ต้องทอนนะครับ”
“ขอบใจมากลูก” รอยยิ้มของป้ากว้างขึ้นกว่าเดิม
“ไม่เป็นไรครับป้า ผมไปแล้วนะครับ”
“เออ ๆ เดินดี ๆ ละ ระวังระวังด้วย”
“ครับป้า”
วิมลเดินเข้าคอนโดอย่างเช่นปกติ ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ ป้าถึงได้เตือนให้ระวัง คอนโดกับร้านป้าก็ห่างกันแค่นี้เขาจะเกิดอุบัติเหตุอะไรได้ก่อน หรือว่าจะเป็น...
วันสิ้นโลก?
เขาหันหน้ามองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังท่าทางดูมีพิรุธ
สักพักก็ได้แต่ส่ายหัวเรียกสติ คงต้องพักอ่านนิยายแนววันสิ้นโลกไปสักพักแล้วละถ้ามันจะติดจนขึ้นสมองขนาดนี้
โฮ่ง !!!
เสียงเห่าของสุนัขเกิดขึ้นกะทันหันต่อหน้าเขา วิมลสะดุ้งตกใจโยนถุงกับข้าวทิ้งก่อนที่ร่างกายจะล้มไปข้างหน้าแล้วแน่นิ่งไป
….
“คุณชายสาม ว๊าย!! ตายแล้วใครก็ได้ช่วยด้วย” เสียงร้องตกอกตกใจของหญิงรับใช้ ทำนายใหญ่ของบ้านรีบเดินมายังจุดเกิดเสียง ได้เห็นบุตรชายนอนหลับไม่ได้สติหน้าจุ่มหิมะ หัวใจคนเป็นพ่อพลันปวดหนึบ ก้าวเท้าเร็ว ๆ เข้าไปประชิดอุ้มคนที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจขึ้น
“มัวยืนนิ่งอะไรอยู่รีบไปตามหมอ!! อุ่นเตาในห้องให้เรียบร้อย!!” นายท่านตวาดเสียงกร้าว ถ้าเกิด ถ้าเกิดบุตรชายเป็นอะไรขึ้นมา เขาจะสั่งโบยบ่าวรับใช้พวกนี้ให้หมด
ไร้ประโยชน์ ให้ดูแลบุตรชายยังไม่ได้เรื่อง !!
นายท่านอุ้มบุตรชายเข้าไปยังเรือนพัก วางบุตรชายลงบนเตียงห่มผ้าให้ เดินไปมาในห้อง ด้วยความร้อนใจ
เมื่อไหร่ท่านหมอจะมา เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน
“ท่านพี่น้องได้ยินเสียงดังเอะอะ” ผู้มาใหม่ยังพูดไม่จบประโยคดีก็เหลือบไปเห็นบุตรชายนอนหลับสนิทบนเตียงสองขาเดินเข้าไปใกล้
“อี้เออร์ ท่านพี่ลูกเป็นอะไร” สัมผัสตัวบุตรชายที่เย็นเฉียบ หัวใจนางพลันปวดหนึบใบหน้าเป็นกังวล นางเพียงออกไปจัดการแผนการในบ้านประเดี๋ยวประด๋าว เหตุใดพอกลับมาถึงได้เกิดเรื่องกับแก้วตาดวงใจของนางได้
“ลูกนอนหมดสติอยู่บนหิมะมีบ่าวคนหนึ่งไปพบเข้า” ตอบภรรยาด้วยใบหน้ารู้สึกผิดและเป็นกังวล
“ท่านพี่ว่าอะไรนะ!! อากาศเย็นไม่น้อยเหตุใดอี้เออร์ถึงได้ไปนอนหมดสติอยู่บนหิมะได้” ฮูหยินดึงหูสามีลงมา ต้องการรับความกระจ่าง ช่วงจังหวะเดียวกับที่ท่านหมอเดินทางมาถึง นางจึงต้องปล่อยมือเพื่อไม่ให้คนนอกเห็นการกระทำเช่นนี้ก่อนจะเร่งรีบเชิญท่านหมอเข้ามาตรวจอาการ
“ท่านหมอบุตรชายของข้าเป็นเช่นไรบ้าง” ถามด้วยความร้อนรนเป็นกังวล ท่านหมอจับชีพจรครั้งแรกก็ตกใจตาเบิกกว้างแต่พยายามรักษาสีหน้าเอาไว้
ไม่มีการไหลเวียนของชีพจร
เพื่อความแน่ใจเขาถึงได้จับชีพจรอีกครั้ง ครั้งนี้หมอชราขมวดคิ้วแล้วจับครั้งที่สาม หลังมั่นใจแล้วถึงได้เอ่ยกับเจ้าบ้านท่านสอง
“แค่สลบไปเท่านั้น ข้าจะจัดเทียบยาขับไล่ความเย็นให้สองชุดต้มให้ดื่มสามเวลา ไม่เกินพรุ่งนี้เช้าลูกชายของเจ้าก็จะฟื้น” หมอชราลูบคาง ยกล่ามขึ้นจัดยาที่จำเป็นสำหรับขับไล่ความหนาวเย็นและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้
เมื่อได้ยินว่าไม่อันตรายถึงชีวิต ฮูหยินและเจ้าบ้านถึงได้ถอนหายใจโล่งอกออกมาในที่สุด กล่าวขอบคุณท่านหมอ
“ขอบคุณท่านหมอมาก ไม่ทราบว่าท่านพอจะอยู่พักที่จวนสักคืนได้หรือไม่ มิใช่ว่าข้าไม่เชื่อในฝีมือของท่านข้าเพียงกังวลเกี่ยวกับร่างกายของบุตรชาย” ท่านหมอมองนิ่ง ๆ ชื่อเสียงเรื่องความรักและปกป้องบุตรชายของตระกูลเฟยเป็นที่เลื่องลือ
แก้วตาดวงใจตระกูล จะเรียกว่าเป็นเกล็ดย้อนของตระกูลเฟยเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าตระกูลเฟยจะไม่ใช่ตระกูลที่มั่งมีมากขนาดที่สามารถชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ร่ำรวย
“ได้ข้าจะอยู่พักที่จวนเจ้าสักคืน”
ตอนนี้สีหน้าคนทั้งสองถึงได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย
“ขอบคุณท่านหมอ”
“อื้ออ ร้อน” คนบนเตียงขยับเตะผ้าห่มออกจากตัว
ร้อน ทำไมถึงได้ร้อนขนาดนี้!!
วิมลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งกลางดึกปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้ชัดเจน กวาดตามองรอบ เตียงขนาดกลางมีเสาสีต้นตั้งอยู่ระหว่างมุมของเตียง มีม่านแขวนเอาไว้ ภาพให้ห้องเห็นเพียงแสงสลัวแต่ก็รับรู้ได้ว่าไม่ใช่ห้องที่เคยอยู่
ถึงห้องจะดูดีในระดับหนึ่งแต่ที่แน่ ๆ คือ ไม่ใช่ห้องของเขา
ฝันเหรอ ?
จำได้ว่าภาพล่าสุดคือเขาตกใจเสียงหมาเห่าจนสลบไปนี่ คงไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกใช่ไหม อย่างหัวกระแทกพื้นตาย
วิมลส่ายหัวรัว ๆ ไม่หยุด ไม่ได้สังเกตเห็นหญิงรับใช้ซึ่งนั่งมองคุณชายน้อยด้วยท่าทางอึ้ง ๆ ก่อนจะได้สติ
“คุณชายน้อยท่านฟื้นแล้ว!!” เสียงที่ดังขึ้นในที่มืดทำวิมลสะดุ้งตกใจและสลบไปอีกครั้ง
คราวซวยมาเยือนนางแล้ว
นางทำคุณชายน้อยสลบ!!! อยากจะร้องไห้เสียจริง ส่วนนายท่านที่ได้ยินเสียง ก็รีบเร่งเดินเข้ามาแต่เมื่อมาถึงแล้วเห็นว่าบุตรชายยังคงนอนหลับไม่ได้สติจึงเอ่ยถามหญิงรับใช้ทันที
หลังได้คำตอบในใจนึกโกรธความสะเพร่าของนางแต่ก็ต้องอดทนไม่รบกวนบุตรชาย ส่วนหญิงรับใช้ไม่ได้เรื่องเขาสั่งหักเบี้ยหวัดสำหรับเดือนนี้สองส่วน
วิมลซึ่งหลับสนิทไปอีกครั้งได้พบกับภาพเหตุการณ์ก่อนตายของเด็กหนุ่มผู้งดงามมากราวหยกแกะสลัก รอยยิ้มเปรียบเสมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ เป็นความงดงามที่ไม่สามารถจับต้องได้
เด็กหนุ่มหลบสายตาบ่าวรับใช้ออกมาเดินเล่นข้างนอกท่ามกลางหิมะซึ่งกำลังโปรยปรายก่อนจะสะดุดก้อนหินหน้าจุ่มหิมะแล้วตายไป
เจริญ ตายตกกันไปง่ายดายไม่ต่างกัน
เขาควรจะแสดงสีหน้าแบบไหนก่อนดี ระหว่างเสียใจที่ตายเพราะหมาเห่ากับดีใจที่ได้มาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหนุ่มที่สะดุดก้อนหินแล้วตาย
เลวร้ายไม่แพ้กันทั้งสองอย่าง
“เฮอะ ๆ” วิมลหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะส่ายหัว ทำความเข้าใจเรื่องราวที่มีอยู่น้อยนิดในความฝัน
สิ่งที่ได้รับมามีเพียงความทรงจำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวนอกเหนือจากนั้นเขาก็ไม่รู้แล้ว
เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้รับประสบการณ์ชีวิตของการทะลุมิติ แต่วิมลก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้ถึงสาเหตุการณ์ตายของตัวเองอยู่ดี
จะยังมีใครตายได้อนาถมากกว่าเขาอีกไหม
อ๋อ มีนี่ก็ร่างที่เขาเข้ามาแทนที่นี่ไงละ!!!

