ตอนที่ 4 ปลาไร้ค่ากับความคิดใหม่
ตอนที่ 4
ปลาไร้ค่ากับความคิดใหม่
แสงเช้าของหมู่บ้านริมทะเลสาดเข้ามาทางช่องหน้าต่างไม้เหมือนทุกวัน แต่เช้าวันนี้ในบ้านของครอบครัวตู้กลับดูคึกคักกว่าปกติเล็กน้อยกลิ่นควันฟืนจากเตาในครัวลอยออกมาปะปนกับกลิ่นปลาอ่อน ๆ ที่เพิ่งเตรียมไว้ตั้งแต่รุ่งสาง
ซูหว่านหนิงยืนอยู่หน้าเตาดิน มือหนึ่งจับทัพพีไม้ อีกมือหนึ่งคนหม้อซุปปลาที่กำลังเดือดเบา ๆ
เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนสนิทนัก ไม่ใช่เพราะร่างกายเจ็บปวดเหมือนวันก่อน แต่เพราะสมองของเธอคิดเรื่องเดียววนไปมาไม่หยุด ปลาที่คนทั้งหมู่บ้านมองว่าไม่มีค่า ปลาที่พ่อค้าคนกลางกดราคา ปลาที่ขายแทบไม่พอค่าน้ำมันเรือ ถ้าเปลี่ยนวิธีทำเสียหน่อย ของพวกนี้อาจไม่ใช่ของไร้ค่าอีกต่อไป
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากหน้าบ้าน ไม่นานตู้เจี้ยนกั๋วก็เดินเข้ามาในครัว เขาเพิ่งกลับจากทะเล เสื้อผ้ายังมีกลิ่นลมเค็มของน้ำทะเลติดอยู่ ในมือของเขาถือตะกร้าไม้ใบหนึ่ง
ซูหว่านหนิงหันไปมองทันที“ได้อะไรมา”
ตู้เจี้ยนกั๋ววางตะกร้าลงกับพื้น ภายในตะกร้ามีปลาตัวเล็กหลายชนิดปะปนกัน บางตัวลำตัวเรียวยาว บางตัวแบน บางตัวก้างเยอะจนพ่อค้าคนกลางไม่อยากรับซื้อ
“พวกนี้ขายไม่ได้ราคา” เขาพูดเรียบ ๆ
ซูหว่านหนิงก้มลงดูอย่างตั้งใจ ปลายตะกร้ายังมีปลาตัวเล็กสีเงินวาวอยู่หลายตัว ดวงตาของเธอสว่างขึ้นทันที
“ดีเลย”
ตู้เจี้ยนกั๋วชะงัก“ดีหรือ”
“ใช่ดีมาก”
ซูหว่านหนิงหยิบปลาขึ้นมาหนึ่งตัว พลิกดูเนื้อปลาอย่างชำนาญ
“ปลาแบบนี้เนื้อแน่น ถึงจะตัวเล็กแต่ รสหวาน”
ชายหนุ่มมองเธอเงียบ ๆในความทรงจำของเขา ภรรยาไม่เคยสนใจปลาสักครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับจับปลาอย่างคล่องมือเหมือนคนคุ้นเคยมานาน
ซูหว่านหนิงไม่ได้สังเกตสายตาของเขา เธอกำลังคิดอยู่ในหัวอย่างรวดเร็ว ถ้าทำลูกชิ้นปลาอย่างเดียวคงยังไม่พอต้องมีอย่างอื่นด้วย
เธอหันไปหยิบปลาหลายตัวออกมาวางบนเขียง
เสียงมีดกระทบเขียงดังขึ้นเป็นจังหวะ
ตู้เจี้ยนกั๋วยืนดูอยู่ข้าง ๆ“จะทำอะไร”
“ลองทำอีกอย่างดู”ซูหว่านหนิงตอบโดยไม่เงยหน้า
เธอแล่ปลาออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วคลุกเกลือเล็กน้อย ก่อนจะตั้งกระทะเหล็กบนเตาไฟ น้ำมันเพียงเล็กน้อยถูกเทลงไปเมื่อกระทะร้อน เธอก็วางชิ้นปลาลงไปทีละชิ้นเสียงฉ่าดังขึ้นทันที กลิ่นหอมของปลาเริ่มลอยออกมา
ตู้เจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อย ปลาที่คนในหมู่บ้านมักเอาไปต้มอย่างเดียว วันนี้กลับถูกนำมาทอดจนผิวเหลืองกรอบ ไม่นานปลาก็สุก
ซูหว่านหนิงตักขึ้นใส่ชาม ก่อนจะราดซอสเค็มหวานบาง ๆ ที่เธอผสมขึ้นจากซีอิ๊วกับน้ำตาลเล็กน้อย
กลิ่นหอมยิ่งแรงขึ้นทันที
หลี่ซิ่วอิงที่กำลังเก็บฟืนอยู่หลังบ้านเดินเข้ามา
“ทำอะไร กลิ่นหอมไปทั้งบ้าน”
ซูหว่านหนิงยิ้ม“ลองทำปลาแบบใหม่ค่ะ”
หญิงชรามองจานปลาบนโต๊ะ ปลาตัวเล็กที่เคยไม่มีใครอยากกิน ตอนนี้กลับดูน่ากินขึ้นอย่าประหลาด
ซูหว่านหนิงหยิบตะเกียบส่งให้“ลองชิมดูค่ะ”
หลี่ซิ่วอิงลังเลเล็กน้อย ก่อนคีบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
กัดคำแรก เสียงกรอบเบา ๆ ดังขึ้น เนื้อปลาหวานและหอมกว่าที่คิดมาก ซอสเค็มหวานเคลือบอยู่ด้านนอกทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น
หญิงชราหยุดเคี้ยวไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ “อร่อยใช้ได้”คำสั้น ๆ นั้นทำให้ซูหว่านหนิงยิ้มกว้าง
ตู้เจี้ยนกั๋วเองก็ลองชิมบ้าง หลังจากกินไปคำหนึ่ง เขาก็พยักหน้า “ดี” แม้จะพูดเพียงคำเดียว แต่ ซูหว่านหนิงก็รู้ว่าเขาหมายความตามนั้นจริง ๆ
เธอวางตะเกียบลง“ถ้าทำหลายแบบแบบนี้ แล้วเอาไปขายที่ตลาด น่าจะมีคนซื้อ”
หลี่ซิ่วอิงมองเธอ“ขายอาหารหรือ”
“ใช่ค่ะ”
ซูหว่านหนิงพยักหน้า
“ปลาที่ขายไม่ได้ราคา ถ้าเอามาทำแบบนี้ก็เพิ่มมูลค่าได้”
หญิงชรานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในหมู่บ้านนี้ คนส่วนใหญ่ขายปลาสด ยังไม่เคยมีใครเอาปลามาทำอาหารขายจริงจัง แต่กลิ่นหอมที่ลอยอยู่ในครัวตอนนี้ก็เป็นคำตอบอย่างหนึ่งแล้ว
หลี่ซิ่วอิงถอนหายใจเบา ๆ“ถ้าอยากลองก็ลองดู”
ตู้เจี้ยนกั๋วเงียบมานาน ตอนนี้เขาจึงพูดขึ้น
“ถ้าต้องใช้ปลาเพิ่ม ฉันจะเก็บมาให้”
ซูหว่านหนิงเงยหน้ามองเขา แววตาของ ชายหนุ่มยังคงซื่อตรงเหมือนเดิม ไม่มีคำถามว่าเธอจะทำสำเร็จไหม ไม่มีคำสงสัย มีเพียงการสนับสนุน เงียบ ๆ แบบที่เขาทำมาตลอด
ซูหว่านหนิงยิ้ม“งั้นพรุ่งนี้ช่วยเอาปลาพวกนี้มาอีกหน่อย”
“ได้”เขาตอบทันที
เสี่ยวเยว่ที่นอนอยู่ในเปลผ้าฝ้ายข้างเตาเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้
ตู้เจี้ยนกั๋วเดินไปอุ้มลูกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
เด็กน้อยหัวเราะเบา ๆ เมื่อถูกอุ้มสูง เสียงหัวเราะนั้นทำให้ทั้งครัวดูสว่างขึ้น
ซูหว่านหนิงมองภาพนั้นแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ปลาตัวเล็กที่กองอยู่ในตะกร้า เตาไฟเก่า
บ้านไม้ที่ลมทะเลพัดผ่านทุกวัน ทั้งหมดนี้อาจดูธรรมดาแต่บางทีจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ก็อาจเริ่มจากสิ่งธรรมดาแบบนี้เอง
เธอมองปลาบนโต๊ะอีกครั้งแล้วพูดเบา ๆ เหมือนบอกตัวเอง
“จากนี้ไป ปลาพวกนี้จะไม่ไร้ค่าอีกแล้ว”
ลมทะเลพัดผ่านครัวเบา ๆ กลิ่นปลาและกลิ่นอาหารยังลอยอบอวลอยู่ในบ้าน และในบ้านไม้เล็ก ๆ หลังนี้ ความหวังของครอบครัวเล็ก ๆ ก็กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างช้า ๆ
