ตอนที่ 3 เด็กน้อยชื่อเสี่ยวเยว่
ตอนที่ 3
เด็กน้อยชื่อเสี่ยวเยว่
รุ่งเช้าวันนั้นผ่านไปอย่างช้า ๆ สำหรับ ซูหว่านหนิง หลังจากตู้เจี้ยนกั๋วออกเรือไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง บ้านไม้ริมทะเลก็เงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะ และเสียงลมทะเลที่ลอดผ่านช่องไม้ของผนังบ้าน
ซูหว่านหนิงนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ยหน้าประตู มือหนึ่งอุ้มเสี่ยวเยว่ไว้แนบอก เด็กน้อยเพิ่งกินนมและหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ แก้มกลมนุ่มของเด็กน้อยขยับขึ้นลงตามลมหายใจเบา ๆเธอก้มมองลูกสาวอย่างตั้งใจ
ใบหน้าของเสี่ยวเยว่นั้นดูคล้ายตู้เจี้ยนกั๋วอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะดวงตาที่แม้ยังเปิดไม่เต็มที่ แต่ก็เห็นแววกลมใสอยู่ชัดซูหว่านหนิงเอื้อมนิ้วแตะแก้มเล็ก เบา ๆ
“เสี่ยวเยว่…”เธอเรียกชื่อที่เพิ่งตั้งให้เมื่อวาน
เด็กน้อยส่งเสียงอืออาเหมือนตอบรับ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยแล้วหลับต่อ
ลมทะเลพัดเข้ามาอีกระลอก กลิ่นเกลือทะเลลอยปะปนกับกลิ่นแหปลาแห้งที่แขวนอยู่ใต้ชายคา บ้านหลังนี้แม้จะเก่าและเรียบง่าย แต่เมื่อมองดี ๆ ก็เห็นว่าทุกมุมถูกจัดวางอย่างประหยัดและมีระเบียบ
ซูหว่านหนิงเพิ่งเข้าใจจากความทรงจำเดิมว่า หลี่ซิ่วอิง แม่ของตู้เจี้ยนกั๋ว เป็นคนดูแลบ้านทั้งหมด มาตลอด แม้บ้านจะจน แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้สกปรกหรือรก เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านใน
หลี่ซิ่วอิงเดินออกมาพร้อมตะกร้าไม้เล็กในมือ เมื่อเห็นลูกสะใภ้นั่งอุ้มหลานอยู่หน้าบ้าน นางชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“อากาศลมแรง อย่านั่งนาน”
ซูหว่านหนิงพยักหน้า“กำลังจะเข้าไปค่ะ”
หลี่ซิ่วอิงมองเด็กในอ้อมแขนเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นเหมือนนึกอะไรได้
“เมื่อวานบอกว่าจะตั้งชื่อให้หลานหรือ”
“ค่ะ”
“ชื่ออะไร”
ซูหว่านหนิงก้มมองเด็กอีกครั้ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เสี่ยวเยว่”
หลี่ซิ่วอิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดตาม
“พระจันทร์หรือ”
“ใช่ค่ะ”
หญิงชรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“ก็ดี ฟังแล้วสบายหู”
คำพูดนั้นฟังเหมือนธรรมดา แต่สำหรับ ซูหว่านหนิงแล้วกลับรู้สึกเหมือนคำยอมรับเล็ก ๆ จากแม่สามี หลังจากนั้นหลี่ซิ่วอิงก็เดินไปจัดของหลังบ้านต่อ
ซูหว่านหนิงอุ้มเสี่ยวเยว่กลับเข้าไปในบ้าน เธอวางเด็กน้อยลงบนเบาะผ้าฝ้ายที่พับไว้อย่างเรียบร้อย แล้วเริ่มมองสำรวจห้องครัวอย่างตั้งใจ ห้องครัวของบ้านตู้เรียบง่ายมาก มีเตาดินหนึ่งเตา หม้อเหล็กหนึ่งใบ กระทะเก่าหนึ่งใบ และเขียงไม้ที่ผ่านการใช้งานมานานจนผิวไม้เรียบเงา เครื่องปรุงก็มีเพียงเกลือ ซีอิ๊วเล็กน้อย และน้ำมันที่เหลือก้นขวดแต่สำหรับ ซูหว่านหนิง สิ่งเหล่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เธอเดินออกไปหยิบปลาจากตะกร้าที่วางไว้หลังบ้าน ปลาตัวเล็ก ๆ หลายชนิดยังสดอยู่ เพราะเพิ่งจับมาเมื่อวาน
เธอเลือกปลาที่เนื้อแน่นมาสองสามตัว ล้างให้สะอาดแล้วเริ่มใช้มีดขูดเนื้อออกจากก้าง
หลี่ซิ่วอิงที่กำลังตากผ้าอยู่หลังบ้านมองเห็นเข้า จึงเดินเข้ามาใกล้“จะทำอะไร”
“ลองทำอาหารดูค่ะ”
หญิงชรามองปลาที่ถูกขูดเนื้อออกมาแล้วขมวดคิ้ว“ปลาพวกนี้ก้างเยอะ คนไม่ค่อยกิน”
“เลยอยากลองทำแบบอื่นดู”
ซูหว่านหนิงตอบพลางบดเนื้อปลาด้วยหลังมีดบนเขียงไม้ จังหวะสม่ำเสมอของมีดกระทบเขียงดัง “ตึก ตึก ตึก” ไปทั่วครัวไม่นานเนื้อปลาก็กลายเป็นเนื้อบดเนียน
เธอใส่เกลือเล็กน้อย เติมน้ำทีละนิดแล้วใช้ตะเกียบคนแรง ๆ จนเนื้อปลาขึ้นฟู จากนั้นจึงปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ
หลี่ซิ่วอิงมองอยู่เงียบ ๆ“นี่จะทำอะไร”
“ต้มดูค่ะ”น้ำในหม้อเริ่มเดือด ซูหว่านหนิง ค่อย ๆ หย่อนก้อนปลาลงไปทีละก้อนไม่นานก้อนปลาก็ลอยขึ้นมา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเนื้อปลาสดลอยขึ้นมาพร้อมไอน้ำ
หลี่ซิ่วอิงชะงัก“กลิ่นไม่คาว”
ซูหว่านหนิงยิ้มเล็กน้อย เธอตักขึ้นมาหนึ่งก้อน เป่าเบา ๆ ก่อนยื่นให้แม่สามี
“ลองชิมดูค่ะ”
หลี่ซิ่วอิงรับไปอย่างลังเล ก่อนกัดคำเล็ก ๆ
ทันทีที่เคี้ยว ดวงตาของหญิงชราก็เบิกกว้างเล็กน้อย
เนื้อปลาเด้งนุ่ม ไม่มีก้าง และรสชาติหวานจากเนื้อปลาสดอย่างชัดเจน
“อร่อย…”คำพูดนั้นหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ซูหว่านหนิงหัวเราะเบา ๆ“ถ้าทำเยอะ ๆ อาจเอาไปขายได้”
หลี่ซิ่วอิงวางช้อนลงช้า ๆ“ขายหรือ”
“ใช่ค่ะ”
ซูหว่านหนิงมองก้อนปลาที่ลอยอยู่ในหม้อ
“ปลาที่คนอื่นไม่อยากได้ ถ้าเปลี่ยนวิธีทำก็อาจมีค่าขึ้นมาได้”
หญิงชรามองลูกสะใภ้เงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง
ภาพหญิงสาวที่เคยบ่นเรื่องความจนทุกวัน กับ หญิงสาวที่กำลังยืนทำอาหารอย่างตั้งใจตรงหน้า ดูเหมือนคนละคนอย่างสิ้นเชิง
หลี่ซิ่วอิงถอนหายใจเบา ๆ“ถ้าคิดจะทำ ก็ลองดู”น้ำเสียงนั้นไม่แข็งเหมือนก่อน
บ่ายวันนั้นซูหว่านหนิงลองทำหลายอย่างจากปลาที่เหลือ ทั้งต้ม ทั้งทอด ทั้งบด กลิ่นอาหารลอยไปทั่วบ้านแม้จะยังเป็นเพียงการทดลอง แต่เมื่อวางอาหารลงบนโต๊ะตอนเย็น ทุกคนในบ้านก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง
ตู้เจี้ยนกั๋วเพิ่งกลับจากทะเล เสื้อผ้ายังเปียกเกลือทะเลเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารหลายอย่างบนโต๊ะ เขานิ่งไป
“ทำเองหรือ”
ซูหว่านหนิงพยักหน้า“ลองชิมดู”
เขานั่งลงอย่างเงียบ ๆ แล้วคีบก้อนปลากลมขึ้นมาชิม เคี้ยวหนึ่งคำ สองคำก่อนจะพยักหน้า
“อร่อย”คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้ซูหว่านหนิงยิ้มออกมา
เสี่ยวเยว่ที่นอนอยู่บนเบาะข้างโต๊ะขยับตัวเล็กน้อย แล้วส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนอยากร่วมวงด้วย
ตู้เจี้ยนกั๋ววางตะเกียบลงแล้วอุ้มลูกขึ้นมา เด็กน้อยหัวเราะคิกคักเมื่อถูกอุ้มสูง ภาพนั้นทำให้ซูหว่านหนิงเผลอยิ้มตาม บ้านไม้เก่าหลังเล็กยังคงเหมือนเดิม เตาเก่ายังอยู่ โต๊ะไม้ยังเก่าแต่อากาศในบ้านกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
ซูหว่านหนิงมองครอบครัวเล็ก ๆ ตรงหน้า แล้วคิดในใจอย่างแน่วแน่ วันหนึ่งปลาตัวเล็กเหล่านี้จะทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตที่ดีขึ้นและเสี่ยวเยว่จะเติบโตในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
ลมทะเลพัดผ่านหน้าต่างเบา ๆ เสียงคลื่นยังคงดังอยู่ไกล ๆแต่ในบ้านของครอบครัวตู้ มื้อเย็นธรรมดามื้อนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อน
