ตอนที่ 2 สามีที่ไม่เคยโต้ตอบ
ตอนที่ 2
สามีที่ไม่เคยโต้ตอบ
รุ่งเช้าของหมู่บ้านริมทะเลมักเริ่มต้นก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเสมอ ลมทะเลพัดแรงกว่าตอนกลางคืนเล็กน้อย เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ้านไม้หลังเล็กของตระกูลตู้เริ่มมีเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังอยู่ในครัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี
ซูหว่านหนิงลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงสีเทาอ่อนลอดผ่านช่องไม้ของหน้าต่างเข้ามา ทำให้เห็นเงาร่างคนกำลังง่วนอยู่กับเตาดินตรงมุมห้องครัว กลิ่นควันฟืนลอยจาง ๆ ปนกับกลิ่นข้าวต้มที่กำลังเดือด เธอนอนฟังเสียงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อคืนแม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่เธอกลับหลับได้ลึกอย่างน่าประหลาด บางทีอาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดใหม่ที่เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังมีหลังคาและคนอยู่ข้างกาย
เสียงเด็กทารกขยับตัวเบา ๆ ดังขึ้นใกล้หมอน
ซูหว่านหนิงหันไปมอง เสี่ยวเยว่กำลังขยับมือเล็ก ๆ ไปมาเหมือนฝันอยู่ แก้มกลมนุ่มนิ่มจนอดเอื้อมนิ้วไปแตะเบา ๆ ไม่ได้ เด็กน้อยสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนจะส่งเสียงอืออา
ทันทีนั้นชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่หน้าเตาก็หันมา
ตู้เจี้ยนกั๋วเห็นเธอตื่นแล้วจึงเดินเข้ามาใกล้ มือหนึ่งถือชามดินเผาอีกมือหนึ่งยกผ้าขึ้นเช็ดมืออย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“ตื่นแล้วหรือ” เขาถามเสียงเบา
ซูหว่านหนิงพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อคืนเธอยังไม่ทันได้สังเกตดี วันนี้เมื่อเห็นเขาในแสงเช้า จึงพบว่า ตู้เจี้ยนกั๋วเป็นผู้ชายที่รูปร่างสูงใหญ่พอสมควร ไหล่กว้าง แขนแข็งแรงจากการทำงานกลางทะเล แต่ใบหน้ากลับดูซื่อตรงและไม่ค่อยแสดงอารมณ์นัก
เขายื่นชามมาให้“โจ๊ก”
ในชามมีโจ๊กขาวบาง ๆ เหมือนเมื่อคืน แต่ครั้งนี้มีผักดองหั่นชิ้นเล็กวางอยู่ด้านข้างเล็กน้อย
ซูหว่านหนิงรับมา “ขอบคุณ”
ตู้เจี้ยนกั๋วเหมือนจะชะงักนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนอุ้มเสี่ยวเยว่ไว้เงียบ ๆ
เด็กน้อยลืมตาขึ้นมาแล้ว มองพ่อกับแม่สลับกันไปมา ก่อนจะขยับปากเหมือนกำลังจะร้อง
ตู้เจี้ยนกั๋วรีบโยกตัวเบา ๆ ทันที ท่าทางยังดูไม่คล่อง แต่เห็นชัดว่าเขาพยายามเต็มที่
ซูหว่านหนิงมองภาพนั้นพลางตักโจ๊กเข้าปาก
จืดเหมือนเดิมแต่เธอกินหมดชามอย่างไม่เหลือหลังจากนั้นเธอจึงเอ่ยถาม“วันนี้จะออกเรืออีกหรือ”
ตู้เจี้ยนกั๋วพยักหน้า “ต้องไป”
“ทะเลเป็นอย่างไร”
“ลมยังไม่แรง” เขาตอบสั้น ๆ “ออกได้”
คำตอบของเขาแทบจะเป็นประโยคสั้น ๆ ทั้งหมด
ซูหว่านหนิงเริ่มเข้าใจจากความทรงจำเดิมว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนพูดมากตั้งแต่แรก ต่อให้ถูกด่าหรือถูกประชด เขาก็มักเงียบและทำงานของตัวเองต่อ
เธอมองมือของเขาอีกครั้ง มือที่แตกหยาบเพราะเชือกแหและเกลือทะเล เจ้าของร่างเดิมเคยด่าว่าเขาโง่แต่ตอนนี้ซูหว่านหนิงกลับคิดอีกอย่าง ผู้ชายคนนี้อาจไม่ได้เก่งเรื่องพูด แต่การกระทำของเขาไม่เคยหยุดเลย
เธอจึงถามต่อ“เมื่อวานปลาที่เหลือยังอยู่ไหม”
ตู้เจี้ยนกั๋วมองเธออย่างสงสัยเล็กน้อย“อยู่”
“อยู่ที่ไหน”
“ลานหลังบ้าน”
ซูหว่านหนิงพยักหน้า เธอวางชามลงแล้ว ค่อย ๆ ลุกจากเตียง แม้ท้องยังหน่วงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับลุกไม่ได้
ตู้เจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วทันที“อย่าลุกเร็ว”
“ไม่เป็นไรหรอก”เธอยิ้มบาง ๆ แล้วเดินช้า ๆ ออกไปด้านหลังบ้าน
ลานหลังบ้านของตระกูลตู้เล็กมาก มีเพียงเสาไม้สองต้นที่ใช้ตากแห กับตะกร้าไม้เก่าหลายใบ
ในตะกร้าหนึ่งมีปลากองอยู่
ซูหว่านหนิงเดินเข้าไปดูปลาตัวเล็กหลายชนิดปะปนกัน บางตัวก้างเยอะ บางตัวตัวผอม บางชนิดรูปร่างแปลกจนเห็นชัดว่าเป็นของที่พ่อค้าคนกลางไม่อยากรับซื้อแต่สำหรับเธอนี่คือสมบัติ
ซูหว่านหนิงหยิบปลาตัวหนึ่งขึ้นมาดูพลิกไปมา
จากประสบการณ์เดิม เธอรู้ทันทีว่าปลาพวกนี้สามารถบดทำลูกชิ้นปลาได้ หรือไม่ก็ทำซุปปลาแบบเข้มข้น
ถ้าใช้วิธีต้มอย่างเดียวคงไม่ดีนักแต่ถ้าเพิ่มขั้นตอนอีกนิดก็จะดี
“ปลาพวกนี้ขายไม่ได้หรือ”เธอหันไปถาม
ตู้เจี้ยนกั๋วยืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้“ขายได้” เขาตอบ “แต่ถูก”
“ถูกแค่ไหน”
“แทบไม่พอค่าน้ำมันเรือ”
ซูหว่านหนิงพยักหน้าเบา ๆ เธอก้มลงเลือกปลาอีกสองสามตัวแล้วถามต่อ
“ถ้าไม่ขาย เอากลับมาบ้านทุกวันได้ไหม”
ตู้เจี้ยนกั๋วมองเธอเหมือนกำลังพยายามเดาความคิด“เอามาได้”
“ดีเลย เอากลับมา”เธอวางปลาลงในตะกร้าอย่างระมัดระวัง
ลมทะเลยามเช้าพัดแรงขึ้นเล็กน้อย ผมยาวของเธอปลิวเบา ๆ ซูหว่านหนิงหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า
“วันนี้หลังกลับจากทะเล ช่วยเอาปลาพวกนี้มาให้ฉันเพิ่มอีกหน่อย”
“จะทำอะไร”
เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ“ลองทำอาหารดู”
ตู้เจี้ยนกั๋วเหมือนจะตกใจนิดหนึ่ง เพราะในความทรงจำของเขา ภรรยาไม่เคยสนใจครัวเลยแม้แต่น้อยแต่สุดท้ายเขาก็เพียงพยักหน้า
“ได้สิ”คำตอบของเขายังคงสั้นเหมือนเดิม
เหมือนกับที่เขาเป็นมาตลอด
ซูหว่านหนิงมองเขาอยู่ครู่หนึ่งทันใดนั้นเธอก็เข้าใจบางอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้ชายคนนี้ไม่เคยเถียงเจ้าของร่างเดิมเลย ไม่ใช่เพราะเขาโง่ แต่เพราะเขาเลือกจะไม่ตอบโต้ เขาเพียงทำงาน ออกทะเล หาเงิน แล้วกลับบ้าน
เธอจึงยิ้มออกมาเบา ๆ“วันนี้ระวังตัวด้วย”
ตู้เจี้ยนกั๋วชะงัก เขามองเธอเหมือนเพิ่งได้ยินประโยคประหลาดที่สุดในชีวิต เพราะตั้งแต่แต่งงานมานี่เป็นครั้งแรกที่ภรรยาพูดคำแบบนี้กับเขา
ลมทะเลพัดผ่านลานหลังบ้าน เสี่ยวเยว่ร้องอ้อแอ้อยู่ในบ้าน ตู้เจี้ยนกั๋วยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “อืม”
จากนั้นเขาก็หันไปหยิบแหและไม้พาย เตรียมออกทะเลเหมือนทุกวันแต่ก่อนจะเดินพ้นประตู
เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง แววตาที่เคยระวังระแวงเสมอ วันนี้กลับมีบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ซูหว่านหนิงยืนอยู่กลางลานไม้เก่า มือหนึ่งจับขอบตะกร้าปลา ในสายตาของเธอ ปลาที่คนอื่นมองว่าไร้ค่า กลับเหมือนกำลังเปล่งประกายและบางที
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบ้านไม้เก่าหลังนี้อาจไม่ได้มีแค่กลิ่นคาวปลาและความยากจนอีกต่อไปแต่จะมีความหวังเพิ่มเข้ามาด้วย
เธอมองเรือลำเล็กที่กำลังถูกเข็นออกไปทางทะเลก่อนจะพูดกับตัวเองเบา ๆ“ลองเริ่มจากตรงนี้ก็แล้วกัน”
ลมทะเลพัดแรงขึ้นคลื่นซัดฝั่งอย่างสม่ำเสมอและในลานหลังบ้านของครอบครัวตู้ ปลาตัวเล็กที่เคยไร้ค่า กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่อย่างแท้จริง
