บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 แม่ที่ยังคงเหมือนเดิม

ทั้งสองเดินห่างจากฝูงชนมาไม่ไกลนัก ก่อนเฉินจิ้งเซินจะหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสียงพูดคุยของชาวบ้านยังดังแว่วมาจากด้านหลัง คนที่มารอดูเรื่องสนุกยังไม่จากไป แต่คนที่เห็นแล้วว่าโจวซิ่วหรานปลอดภัยต่างก็พากันแยกย้ายกลับบ้านของตนเอง

เฉินจิ้งเซินหันกลับมามองเธอ

“ตอนนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว พูดมาเถอะ”

โจวซิ่วหรานกะพริบตา

“พูดอะไร”

คิ้วของเฉินจิ้งเซินกระตุก

“โจวซิ่วหราน”

“อืม”

“ฉันไปตกลงแต่งงานกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่”

“...”

คราวนี้เป็นโจวซิ่วหรานที่เงียบ เธอมองชายหนุ่มตรงหน้า ถึงจะรู้ว่าเขาไม่ตายแล้ว แต่ทุกครั้งที่เห็นใบหน้านี้ ความรู้สึกผิดในใจก็ยังคงถาโถมขึ้นมา

เฉินจิ้งเซินเห็นเธอเงียบจึงพูดต่อ

“เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อช่วยฉัน คืนนี้ถ้าเธอบอกว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ เรื่องก็ยังมีทางอธิบาย”

โจวซิ่วหรานส่ายหน้า

“ไม่มี”

เฉินจิ้งเซินนิ่งไป

“ต่อให้ฉันบอกว่าคุณไม่ได้ทำอะไร แต่พรุ่งนี้คนทั้งหมู่บ้านก็จะพูดว่าฉันกับคุณมีอะไรกันแล้ว”

“ชื่อเสียงของฉันก็จะยังคงเสียหายอยู่ดี”

“และคุณ...”

เธอมองเขาตรง ๆ

“อาจจะไม่รอดจากการลงโทษเพราะความโกรธแค้นของคนในหมู่บ้าน”

ดวงตาของเฉินจิ้งเซินมืดครึ้มลง เขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดเกินจริง ก่อนหน้านี้เคยมียุวชนคนหนึ่งถูกคนในหมู่บ้านทุบตีจนตายเพราะความโกรธแค้นที่เขาไปล่วงละเมิดเด็กสาวในหมู่บ้าน

“แต่ถ้าเธอแต่งงานกับฉัน”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

“เรื่องเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยของเธออาจหมดหวัง”

โจวซิ่วหรานยิ้มบาง ๆ

“ก็แค่ตอนนี้”

เฉินจิ้งเซินขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าความมั่นใจของเธอมาจากไหน แต่โจวซิ่วหรานไม่สามารถบอกเขาได้ว่าอีกสองปี การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมา

เธอจึงพูดเพียงว่า

“ฉันยังอายุน้อย ต่อให้พลาดโอกาสครั้งนี้ ชีวิตก็ไม่ได้จบลงแค่นี้ แต่ถ้าคืนนี้คุณถูกคนพวกนั้นทุบตีจนตาย...”

เสียงของเธอหยุดลง หัวใจเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เพราะภาพเฉินจิ้งเซินในชาติที่แล้วยังติดอยู่ในความทรงจำ

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก

“คนตายไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ และฉันก็คงจะรู้สึกผิดต่อคุณจนวันตาย”

เฉินจิ้งเซินมองเธอนิ่ง

“ทำไมต้องช่วยฉันขนาดนี้”

โจวซิ่วหรานเงียบไป

เพราะชาติที่แล้วฉันติดค้างชีวิตคุณ และเพราะแม่ของคุณคือคนที่ยื่นมือมาช่วยฉันในวันที่ชีวิตของฉันไม่เหลืออะไรแล้ว เหตุผลมากมายติดอยู่ในลำคอแต่ไม่มีเหตุผลใดที่เธอสามารถพูดออกไปได้

สุดท้ายโจวซิ่วหรานจึงเงยหน้าขึ้น

“เพราะฉันอยากแต่งกับคุณ”

“...”

เฉินจิ้งเซินเงียบ โจวซิ่วหรานเองก็เงียบ ลมกลางคืนพัดผ่านระหว่างคนทั้งสอง ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มจึงถามช้า ๆ

“เธอแน่ใจแล้วหรือ”

“ฉันแน่ใจ”

เฉินจิ้งเซินจ้องเธออยู่เนิ่นนาน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“ได้”

คราวนี้โจวซิ่วหรานกลับเป็นฝ่ายชะงัก

“อะไรนะ”

“เธอบอกต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านแล้วไม่ใช่หรือว่าพรุ่งนี้จะไปทำเรื่องจดทะเบียนสมรสกับฉัน”

เฉินจิ้งเซินมองเธอ

“ฉันตกลง”

หัวใจของโจวซิ่วหรานกระตุก แม้เธอเป็นคนพูดเรื่องแต่งงานเอง แต่เมื่อได้ยินเขาตอบรับจริง ๆ ความรู้สึกกลับแตกต่างจากที่คิดเอาไว้

เฉินจิ้งเซินพูดต่อ

“แต่ฉันมีเรื่องหนึ่งต้องบอกเธอก่อน”

“อะไรคะ”

“ฉันไม่มีเงิน”

โจวซิ่วหราน “...”

“ไม่มีบ้านดี ๆ”

“ฉันรู้”

“ครอบครัวก็มีปัญหา”

“ฉันก็รู้”

“ตอนนี้ฉันให้อะไรเธอไม่ได้”

โจวซิ่วหรานมองสีหน้าจริงจังของเขา แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกอยากหัวเราะ ชาติที่แล้วเธอแต่งงานกับหลี่เว่ยกั๋วเพราะทุกคนบอกว่าเขาเป็นตัวเลือกที่ดี

มีประวัติครอบครัวขาวสะอาด ฐานะในทางบ้านไม่เลว มีแม่คอยดูแลบ้านมีน้องสาวที่กำลังจะได้เรียนมหาวิทยาลัย แถมเขายังยอมแต่งงานกับหญิงสาวที่ชื่อเสียงเสียหายอย่างเธอ

ทุกคนบอกว่าเธอโชคดีแต่ชีวิตแต่งงานนั้นกลับเป็นขุมนรกที่ยากจะหลุดพ้นสำหรับเธอ

ส่วนผู้ชายตรงหน้าซึ่งไม่มีอะไรเลยในตอนนี้ อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยทำร้ายเธอ

“เฉินจิ้งเซิน”

“อืม”

“ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ ไม่ต้องการบ้านของคุณ และไม่สนใจว่าตอนนี้ครอบครัวคุณเป็นอย่างไร”

เธอมองเขาอย่างจริงจัง

“ฉันต้องการแค่เรื่องเดียว”

เฉินจิ้งเซินถาม

“อะไร”

โจวซิ่วหรานตอบโดยไม่ลังเล

“หลังจากแต่งงานแล้ว คุณต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี”

เฉินจิ้งเซินนิ่งงัน คำขอนี้แปลกเกินไป แปลกจนเขาไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรแต่โจวซิ่วหรานกลับยิ้ม ครั้งนี้ดวงตาของเธอแดงเล็กน้อย แต่แววตากลับหนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เฉินจิ้งเซิน”

“ชาตินี้...”

เธอหยุดคำพูดเอาไว้ทันเวลา ก่อนเปลี่ยนเป็น

“ต่อจากนี้ พวกเรามีชีวิตให้ดีกันเถอะ”

ชายหนุ่มมองเธออยู่นาน แม้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคำพูดธรรมดาเพียงเท่านี้จึงทำให้ดวงตาของหญิงสาวตรงหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้

แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้า

“ตกลง”

โจวซิ่วหรานยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มแรกหลังจากย้อนกลับมายังปี 1975 ที่ออกมาจากใจจริง

เธอไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะง่ายหรือยากเพียงใด ไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเรื่องคืนนี้จะทำให้อนาคตแตกต่างไปมากแค่ไหน แต่เธอรู้เรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน เฉินจิ้งเซินจะไม่ตายคืนนี้ เธอจะไม่แต่งงานกับหลี่เว่ยกั๋ว และอีกสองปีข้างหน้าเมื่อประตูมหาวิทยาลัยเปิดขึ้นอีกครั้งเธอจะใช้ความสามารถของตัวเองเดินเข้าไป

ส่วนหนี้แค้นของชาติที่แล้ว... โจวซิ่วหรานเหลือบมองกลับไปยังแสงตะเกียงด้านหลัง ตรงนั้น หลี่เว่ยหนิงกับหลี่เว่ยกั๋วยังคงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่ยังกลับไปไม่หมด

ริมฝีปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้น ไม่ต้องรีบร้อน ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล บัญชีที่ติดค้างกันเอาไว้ เธอจะค่อย ๆ ทวงคืนทีละอย่างเอง

หลังจากพูดคุยกับเฉินจิ้งเซินจนเข้าใจตรงกัน โจวซิ่วหรานก็เดินกลับไปยังบ้านของตนเอง ตลอดทางมีชาวบ้านหลายคนแอบเปิดประตูหรือชะโงกหน้าออกมามองเธอ บางคนจับกลุ่มกระซิบกระซาบกันอยู่ริมทาง

เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้คงแพร่ไปทั่วหมู่บ้านแล้ว พรุ่งนี้เช้าไม่แน่ว่าแม้แต่กองผลิตข้างเคียงก็อาจได้ยินข่าว

หากเป็นชาติที่แล้ว โจวซิ่วหรานคงก้มหน้าก้มตาเดินกลับบ้านด้วยความอับอาย ไม่กล้าสบตาใคร

แต่ตอนนี้เธอกลับเดินหลังตรง ใครอยากมองก็มอง ใครอยากพูดก็พูด ชาติที่แล้วเธอกลัวน้ำลายของคนทั้งหมู่บ้านจนต้องสูญเสียทุกสิ่ง

ชาตินี้ต่อให้ถูกน้ำลายของคนทั้งหมู่บ้านท่วมตาย เธอก็จะไม่ยอมเดินซ้ำบนเส้นทางเดิมอีก

เมื่อเดินมาถึงลานบ้าน โจวซิ่วหรานก็พบว่าประตูบ้านเปิดกว้างอยู่ แสงตะเกียงลอดออกมาจากด้านใน

เธอยังไม่ทันก้าวข้ามธรณีประตู เสียงตวาดก็ดังขึ้นเสียก่อน

“โจวซิ่วหราน!”

หญิงวัยกลางคนรีบเดินออกมาจากห้อง เธอคือหวังกุ้ยอิง แม่ของโจวซิ่วหราน

ทันทีที่เห็นลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย หวังกุ้ยอิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่หลังจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นโกรธจัด

“แกยังรู้จักกลับบ้านอีกหรือ”

โจวซิ่วหรานหยุดเดิน เธอมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างเงียบงัน

แม่ของเธอ... ยังสาวกว่าความทรงจำครั้งสุดท้ายของเธอมาก เส้นผมยังไม่ขาว หลังยังไม่ค่อม ใบหน้าที่ผ่านการทำงานหนักเพิ่งมีริ้วรอยเล็กน้อยตรงหางตา

เมื่อได้เห็นคนที่จากกันมานานหลายสิบปีอีกครั้ง โจวซิ่วหรานคิดว่าตัวเองคงรู้สึกคิดถึง

แต่ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมากลับซับซ้อนจนยากอธิบาย เพราะผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเธอ แต่ก็เป็นแม่คนเดียวกันที่ชาติที่แล้ว หลังจากชื่อเสียงของเธอพังพินาศ กลับรับสินสอดจากบ้านหลี่แล้วบังคับให้เธอแต่งงานกับหลี่เว่ยกั๋ว

ตอนนั้นแม่พูดทำร้ายจิตใจของเธอว่า

“ชื่อเสียงแกเป็นแบบนี้แล้ว ยังคิดว่าจะมีผู้ชายดี ๆ คนไหนยอมแต่งกับแกอีก”

“บ้านหลี่ยอมรับแกก็บุญแค่ไหนแล้ว”

“เว่ยกั๋วไม่รังเกียจแก แกยังจะเลือกอะไรอีก”

ชาติที่แล้วโจวซิ่วหรานเชื่อคำเหล่านั้น เพราะเธอคิดว่าแม่ไม่มีทางทำร้ายลูกสาวของตัวเอง สุดท้ายเธอจึงเดินเข้าบ้านหลี่ด้วยสองเท้าของตัวเอง แล้วใช้เวลาหลายสิบปีจึงสามารถเดินออกมาได้ โดยที่แม่ของเธอไม่เคยสนใจชีวิตหลังจากแต่งงานไปแล้วของเธอเลย

“แม่”

โจวซิ่วหรานเรียกเบา ๆ หวังกุ้ยอิงกลับไม่ทันสังเกตความผิดปกติในน้ำเสียงของลูกสาว

“แกยังมีหน้ามาเรียกฉันว่าแม่ รู้ไหมว่าตอนนี้ข้างนอกพูดกันว่าอย่างไร ฉันเพิ่งกลับจากบ้านป้าหลิว ยังไม่ทันถึงบ้านดี ก็มีคนวิ่งมาบอกว่าแกไปอยู่กับผู้ชายกลางค่ำกลางคืน แล้วผู้ชายคนนั้นยังเป็นเฉินจิ้งเซินอีก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel