บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ชาตินี้ฉันจะแต่งกับเขา

หัวหน้ากองผลิตมองโจวซิ่วหรานด้วยสีหน้าจริงจัง

“เธอเป็นเด็กฉลาด ทำงานก็ดี ผลการเรียนเดิมก็ไม่เลว ปีนี้ชื่อของเธออยู่ในกลุ่มคนที่มีโอกาสได้รับการเสนอให้ไปเรียนต่อ ถ้าไม่มีเรื่องคืนนี้ โอกาสของเธอถือว่าดีกว่าคนอื่นมาก”

ประโยคนี้ทำให้แววตาของหลี่เว่ยหนิงไหววูบ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หัวหน้ากองผลิตพูดต่อ

“แต่ถ้าเธอจะแต่งงานกับเฉินจิ้งเซินจริง ๆ เรื่องการเสนอชื่อไปเรียนมหาวิทยาลัยของเธออาจได้รับผลกระทบ”

“ซิ่วหราน ชีวิตคนเรามีโอกาสดี ๆ ไม่กี่ครั้ง”

“อย่าตัดสินอนาคตของตัวเองเพราะอารมณ์ชั่ววูบ”

ชาวบ้านหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

“หัวหน้าพูดถูก”

“ใช่ ซิ่วหราน เธอต้องคิดให้ดีนะ”

โจวซิ่วหรานฟังคำพูดเหล่านั้นอย่างสงบ แน่นอนว่าเธออยากเรียนต่อ ชาติที่แล้วเธอเคยคิดว่าการได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยคือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตของตนเอง

เธอตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก แม้หลังเรียนจบจะต้องกลับมาทำงานในกองผลิต เธอก็ไม่เคยหยุดอ่านหนังสือ เพราะเหตุนี้ เมื่อมีข่าวว่าปีนี้อาจมีการคัดเลือกคนเพื่อเสนอชื่อไปเรียนต่อ ชื่อของเธอจึงอยู่ในอันดับต้น ๆ และเพราะเหตุนี้เช่นกันหลี่เว่ยหนิงจึงต้องการทำลายเธอ

โจวซิ่วหรานเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล หลี่เว่ยหนิงเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงราวกับกลัวว่าเพื่อนสนิทจะตัดสินใจผิดพลาด

หากเป็นโจวซิ่วหรานในชาติที่แล้ว เธอคงไม่มีวันสงสัยคนคนนี้ แต่ตอนนี้... เธอมองออกแล้ว

หากคืนนี้ชื่อเสียงของเธอถูกทำลาย ต่อให้ไม่แต่งงานกับเฉินจิ้งเซิน โอกาสที่จะได้รับการเสนอชื่อของเธอก็อาจพังไปแล้วเช่นกัน

หญิงสาวที่ถูกพบอยู่กับผู้ชายกลางค่ำกลางคืน เสื้อผ้ายุ่งเหยิง และมีชาวบ้านเป็นพยานมากมาย เรื่องจะจบลงง่าย ๆ ได้อย่างไร ต่อให้เธอตะโกนจนเสียงแหบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนที่อยากใช้เรื่องนี้เล่นงานเธอก็ยังหาเหตุผลมาพูดได้อยู่ดี

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่โควตามหาวิทยาลัย แต่คือชีวิต! ชีวิตของเฉินจิ้งเซิน และชีวิตของเธอเอง

ชาติที่แล้ว เฉินจิ้งเซินตายเพราะเหตุการณ์คืนนี้ ส่วนเธอแม้จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่กลับเหมือนตายทั้งเป็นอยู่ในบ้านตระกูลหลี่หลายสิบปี

หากต้องเลือกระหว่างโอกาสเรียนต่อในตอนนี้กับการไม่ต้องเดินซ้ำบนเส้นทางเดิม เธอเลือกอย่างหลังโดยไม่ต้องคิดเพราะโจวซิ่วหรานรู้สิ่งที่คนอื่นไม่รู้

อีกเพียงสองปีเท่านั้น… ในปี 1977 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้น เธอไม่จำเป็นต้องรอให้ใครเสนอชื่อ ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครตัดสินว่าเธอสมควรได้รับโอกาสหรือไม่ ขอเพียงเธอเตรียมตัวให้พร้อม เธอก็จะใช้ความสามารถของตัวเองสอบเข้าไปได้อย่างแน่นอน

แค่สองปีเท่านั้น ชาติที่แล้วเธอสูญเสียเวลาไปหลายสิบปี เหตุใดชาตินี้เธอจะรอสองปีไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังรู้อีกเรื่องหนึ่ง ตระกูลเฉินจะไม่ตกต่ำตลอดไป

ในชาติที่แล้ว หลังจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ครอบครัวเฉินได้รับการทบทวนเรื่องเดิมอีกครั้ง สมาชิกในครอบครัวที่กระจัดกระจายค่อย ๆ ได้รับโอกาสกลับคืนสู่ชีวิตปกติ

หลายปีต่อมา ตระกูลเฉินกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง ถึงขั้นมีฐานะดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ หญิงชราที่ช่วยเธอในบั้นปลายชีวิตก็คือแม่ของเฉินจิ้งเซิน ทั้งที่ลูกชายต้องตายเพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธอ หญิงชราคนนั้นกลับไม่เคยกล่าวโทษโจวซิ่วหรานแม้แต่ประโยคเดียว ตรงกันข้าม ยังช่วยเธอออกจากขุมนรกที่เรียกว่าบ้านตระกูลหลี่

ช่วยส่งหลี่เว่ยกั๋วเข้าคุก ช่วยให้เธอได้รักษาตัว และเป็นคนช่วยทำให้เธอรู้ความจริงที่ถูกครอบครัวหลี่ปิดบังมานานหลายปี

โจวซิ่วหรานไม่ได้คิดจะเกาะตระกูลเฉินเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิต แต่เธอรู้ดีว่า หากชาตินี้เธอช่วยเฉินจิ้งเซินให้มีชีวิตรอด และดูแลเขาอย่างดี อย่างน้อยเมื่อถึงวันที่ตระกูลเฉินได้รับความเป็นธรรม เธอก็อาจจะยังได้รับการช่วยเหลือจากคนตระกูลเฉินอีก

บางทีพวกเขาอาจช่วยให้เธอมีโอกาสเรียนหนังสือ หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้เธอมีโอกาสเลือกชีวิตของตัวเอง แต่ถึงไม่มีสิ่งเหล่านั้น...เธอก็ยังเลือกเหมือนเดิมเพราะแค่ไม่ต้องแต่งงานกับหลี่เว่ยกั๋ว สำหรับเธอก็นับว่าคุ้มค่ามากพอแล้ว

โจวซิ่วหรานเงยหน้าขึ้น

“ฉันคิดดีแล้วค่ะ”

หัวหน้ากองผลิตขมวดคิ้ว

“เรื่องมหาวิทยาลัยล่ะ”

“ถ้าปีนี้ไม่ได้เรียน ฉันก็รอโอกาสใหม่”

“พูดง่าย! เกินไปแล้ว”

หลี่เว่ยกั๋วที่เงียบอยู่นานอดพูดแทรกขึ้นมาไม่ได้

“เธอรู้หรือเปล่าว่าโอกาสแบบนี้หาได้ยากแค่ไหน”

โจวซิ่วหรานหันไปมองเขา เมื่อสบสายตาเย็นชาของเธอ หลี่เว่ยกั๋วกลับชะงักไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“นั่นเป็นเรื่องของฉัน”

“ซิ่วหราน ฉันพูดเพราะหวังดีกับเธอ”

“ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ต้องการ”

คำตอบนั้นทำให้หลี่เว่ยกั๋วหน้าแดงก่ำ เขากำหมัดแน่น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโจวซิ่วหรานถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

ก่อนคืนนี้ แม้เธอจะปฏิเสธการเกี้ยวพาราสีของเขาหลายครั้ง แต่ก็ยังรักษามารยาทเสมอ ไหนเลยจะพูดจาห่างเหินเช่นนี้ต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน

หลี่เว่ยหนิงเห็นสีหน้าพี่ชายก็รีบพูดขึ้น

“ซิ่วหราน ฉันรู้ว่าเธอคงกลัวว่าหลังจากคืนนี้จะถูกคนอื่นนินทา แต่เธอไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตไปแลกนะ”

เธอก้าวเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย

“ถ้าเธอกังวลเรื่องชื่อเสียง พวกเราช่วยกันอธิบายได้”

“ส่วนเรื่องเฉินจิ้งเซิน...”

หลี่เว่ยหนิงหยุดเล็กน้อย ก่อนมองชายหนุ่มด้วยแววตาลำบากใจ

“ถึงเขาจะบอกว่าไม่ได้ทำอะไรเธอ แต่คืนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ยังไม่มีใครรู้”

เฉินจิ้งเซินหรี่ตาลง โจวซิ่วหรานกลับหัวเราะเบา ๆ

“เว่ยหนิง”

หลี่เว่ยหนิงชะงัก

“อะไร”

“เธอบอกว่าคืนนี้ฉันดื่มจนเมาแล้วหายตัวไปใช่ไหม”

“ใช่...”

“แล้วเธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ที่นี่”

คำถามเพียงประโยคเดียวทำให้สีหน้าของหลี่เว่ยหนิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย โจวซิ่วหรานเห็นมันชัดเจน แต่เธอไม่ได้ไล่ต้อนต่อ

ยังไม่ใช่ตอนนี้ ชาติที่แล้วเธอโง่เกินไปจึงไม่เคยมองเห็นพิรุธเหล่านี้ แต่ชาตินี้ เธอจะค่อย ๆ คิดบัญชีทีละเรื่อง

หลี่เว่ยหนิงรีบตอบ

“ฉันก็ออกตามหาเธอไปทั่ว มีคนบอกว่าเหมือนเห็นเธอเดินมาทางนี้ ฉันเลยชวนทุกคนมาตามหา”

“อย่างนั้นหรือ”

โจวซิ่วหรานยิ้ม

“ใช่สิ!”

หลี่เว่ยหนิงรีบพูด

“ฉันเป็นเพื่อนสนิทของเธอนะ ฉันจะทำร้ายเธอได้อย่างไร”

“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าเธอทำร้ายฉัน”

“...”

ใบหน้าของหลี่เว่ยหนิงแข็งค้าง เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้านอีกครั้ง โจวซิ่วหรานไม่ได้พูดต่อ เธอเพียงจดจำสีหน้าของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนหันกลับไปหาหัวหน้ากองผลิต

“หัวหน้าคะ ฉันรู้ว่าคุณเตือนเพราะหวังดีกับฉัน”

“แต่เรื่องแต่งงาน ฉันตัดสินใจแล้ว”

จากนั้นเธอก็กระชับมือของเฉินจิ้งเซิน

“ฉันจะแต่งงานกับเขา”

เฉินจิ้งเซินที่ยืนเงียบมาตลอดก้มมองมือของหญิงสาว ตั้งแต่ประตูถูกพังเข้ามาจนถึงตอนนี้ โจวซิ่วหรานยืนอยู่ข้างหน้าเขามาตลอด

เธอไม่ยอมให้หลี่เว่ยกั๋วต่อยเขา ยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าเขาไม่ได้ล่วงเกินเธอ และตอนนี้ยังยอมเอาอนาคตของตัวเองมาเสี่ยงเพื่อประกาศว่าจะแต่งงานกับเขา

เฉินจิ้งเซินไม่เข้าใจ เขากับโจวซิ่วหรานไม่ได้สนิทกัน หากจะพูดว่ามีความเกี่ยวข้องกัน... ก็มีเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่เธอแอบคอยช่วยเหลือเขาโดยไม่ให้คนอื่นเห็นเท่านั้น

ช่วงสองปีที่ผ่านมา บางครั้งหน้าประตูที่พักของเขาจะมีห่ออาหารวางเอาไว้

ช่วงที่เขาป่วยหนักจนลุกไปทำงานแทบไม่ไหว ก็เคยมียาลดไข้กับอาหารจำนวนหนึ่งถูกวางทิ้งไว้

เขาเคยเห็นเงาร่างของหญิงสาวจากด้านหลังเพียงครั้งเดียวและจดจำได้ว่าเป็นเธอ แต่โจวซิ่วหรานไม่เคยยอมรับ

วันนี้เธอกลับประกาศว่าจะแต่งงานกับเขา

“โจวซิ่วหราน”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างกาย เธอหันไปมอง เฉินจิ้งเซินสบตาเธอ

“ออกไปคุยกับฉันข้างนอก”

โจวซิ่วหรานชะงักเล็กน้อย จากนั้นพยักหน้า

“ได้”

แต่หลี่เว่ยกั๋วกลับก้าวเข้ามาขวาง

“ไม่ได้!”

คราวนี้โจวซิ่วหรานยังไม่ทันพูดอะไร เฉินจิ้งเซินก็ขยับมายืนด้านหน้าเธอเสียก่อน ชายหนุ่มสูงกว่าหลี่เว่ยกั๋วเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะยังซีดเพราะฤทธิ์ยาหรือฤทธิ์สุราที่ยังไม่หมดไป แต่เมื่อเขายืดหลังตรงและมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปทันที

“เธอบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน”

เฉินจิ้งเซินพูดช้า ๆ

“ฉันจะคุยกับคนที่บอกว่าจะแต่งงานกับฉัน เกี่ยวอะไรกับนาย”

หลี่เว่ยกั๋วหน้าเขียวคล้ำ

“แก!”

เฉินจิ้งเซินไม่สนใจเขา เขาเดินออกจากห้อง โจวซิ่วหรานตามออกไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel