บท
ตั้งค่า

ขายไก่ทอดวันแรก

ในยุคภัยแล้งที่ผู้คนคุ้นเคยแต่กลิ่นดินแห้ง กลิ่นเปลือกไม้ต้ม หรือกลิ่นคาวเกลือป่า... กลิ่นไก่ทอดร้อน ๆ ของฉันมันไม่ต่างอะไรกับ สารหอมพิฆาตวิญญาณ! ​มันลอยโชยไปตามลมทิศใต้ ทะลุผ่านรั้วพุพังของบ้านดิน รอดผ่านม่านมู่ลี่ของเกวียนขุนนาง และพุ่งตรงเข้าเตะจมูกชาวบ้านที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่ริมถนนอย่างจัง!

​

​"กะ... กลิ่นอะไรน่ะ?!" ชายชาวบ้านร่างผอมแห้งคนหนึ่งสลัดความง่วงเหงาหาวนอน ลุกพรวดขึ้นมาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด "กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์... ไม่สิ! กลิ่นมันหอมมัน ยั่วน้ำลายสอขนาดนี้ เกิดมาข้าไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนเลย!"

​"มาจากทางบ้านยัยหนูเหมยสี่นั่นไง! ไปดูกันเร็ว!" ชาวบ้านนับสิบชีวิตที่หิวโซเริ่มเดินตามกลิ่นหอมประหลาดนั้นมารวมตัวกันหน้าบ้านของฉันเหมือนเหล่านักบุญตามแสงสว่าง

​แต่คนที่มาถึงคนแรกกลับไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา...

​ตึง! ตึง! ตึง!

​เสียงก้าวเท้าหนักแน่นของม้าพันธุ์ดีดังขึ้น พร้อมกับรถมารดาหรูหราตกแต่งด้วยไม้แกะสลักที่จอดลงหน้าบ้านโสมมของฉัน ม่านรถถูกสะบัดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของ "ท่านคหบดีโจว" เศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแถบนี้ ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องกินยากและกำลังเบื่ออาหารขั้นรุนแรงเพราะภัยแล้งทำให้อาหารบนโต๊ะมีแต่ของน่าซ้ำเจ๋ย

​คหบดีโจวชะโงกหน้าออกมาจากรถเกวียน จมูกของเขาขยับย่น สูดกลิ่นไก่ทอดเข้าจมูกเฮือกใหญ่ ดวงตาที่เคยง่วงซึมพลันสว่างวาบเหมือนเจอขุมทรัพย์!

​"กลิ่นสวรรค์อันใดกัน!... กลิ่นหอมกรอบยั่วน้ำลายเช่นนี้ ในเหลาอาหารที่เมืองหลวงยังมิอาจเทียบได้!" ท่านคหบดีก้าวลงจากรถเกวียนอย่างลืมกิริยา เดินตรงเปิ่งเข้ามาหาฉันที่กำลังยกไก่ทอดชิ้นใหม่ขึ้นจากกระทะ

​ฉันปาดเหงื่อบนหน้า ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะพลางมองหน้าคหบดีโจวสลับกับชาวบ้านที่ยืนน้ำลายสออยู่เต็มหน้าบ้าน

​ปลาใหญ่กินเหยื่อแล้วไงล่ะ! งานนี้เตรียมรับทรัพย์จนกระเป๋าฉีกได้เลย เหมยสี่!

​"แม่หนู... ไก่ในกระทะนั่น! ข้ารับซื้อทั้งหมด! เจ้าต้องการเงินกี่ตำลึง บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!" ท่านคหบดีโจวร้องตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น​

ฉันมองท่านคหบดีโจวที่เดินแกมวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เสื้อแพรเนื้อดีราคาแพงเปรอะฝุ่นดินไปครึ่งตัว แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นจ้องมาที่ตะแกรงไม้ไผ่ที่มีไก่ทอดเหลืองอร่าม กำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งและคายน้ำมันหยดสุดท้ายออกมา

​“แม่หนู! ข้าพูดจริง ๆ นะ! ไก่ในกระทะกับบนตะแกรงนั่น ข้ารับซื้อทั้งหมด!” คหบดีโจวยื่นมือที่สั่นเทาหมายจะหยิบชิ้นไก่

​โป๊ก!

​ฉันใช้ตะเกียบไม้ซุงเคาะลงบนขอบตะแกรงเบา ๆ เป็นเชิงเตือน รอยยิ้มการค้าประดับขึ้นบนใบหน้า แต่สายตาของฉันกลับนิ่งสงบและถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

​“ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะท่านคหบดีโจว...” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ พลางใช้ผ้าสะอาดคีบชิ้นไก่ทอดร้อน ๆ วางลงบนใบบัวแห้งที่เตรียมไว้ “ของอร่อยระดับสวรรค์สร้างแบบนี้ หากรีบร้อนกินตอนยังร้อนจัด เดี๋ยวลิ้นท่านจะพองเสียก่อน อีกอย่าง... ไก่ทอดสูตรลับจำกัดจำนวนของข้า มิได้มีไว้ขายยกเหมาให้ใครคนใดคนหนึ่งเจ้าค่ะ”

​“ว่าอย่างไรนะ?!” คหบดีโจวตาโต เบิ่งมองฉันอย่างไม่เชื่อสายตา “ข้าคือคหบดีโจวแห่งตระกูลโจว! เงินทองข้ามีเต็มหีบ เจ้าเป็นเพียงเด็กสาวบ้านไร่ยากจน คิดจะปฏิเสธเงินของข้าหรือ?”

​ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ บางคนกระซิบกระซาบว่าฉันกล้าดีอย่างไรไปขัดใจเศรษฐีใหญ่ประจำแถบนี้ เดี๋ยวก็โดนคนติดตามของเขาพังบ้านหรอก!

​แต่แม่ค้ามือเก๋าอย่างฉันมีหรือจะกลัว? ในโลกธุรกิจ... ยิ่งของมีน้อย และยิ่งคุณกล้าปฏิเสธ ค่าของมันจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว!

​“ท่านคหบดีเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ” ฉันยิ้มหวานพลางยกชิ้นไก่ทอดกรอบสีเหลืองทองขึ้นมาในระดับสายตาของเขา “ข้าไม่ได้ปฏิเสธเงินของท่าน แต่ไก่ทอดสะท้านภพนี้ แต่ละชิ้นต้องผ่านกรรมวิธีสกัดสมุนไพรป่าสิบแปดชนิด แป้งหมักสูตรพิเศษที่ต้องตากแดดสามวันสามคืน และทอดด้วยน้ำมันบริสุทธิ์ท่ามกลางความแห้งแล้ง... มันมิใช่อาหารไร้ราคาที่ใครมีเงินก้อนใหญ่แล้วจะเหมาไปกินทิ้งกินขว้างได้”

​ฉันจงใจหักชิ้นปีกไก่ทอดออกเป็นสองท่อนครึ่ง...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel