เกิดใหม่เป็นแม่ค้าไก่ทอดในยุคแห้งแล้ง

6.0K · ยังไม่จบ
เหมือนแพ
6
บท
49
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

​ให้ตายเถอะ... ถ้าชาติก่อนฉันรู้ว่าการยืนทอดไก่หน้าเตายังทรมานน้อยกว่าการมานั่งแทะเปลือกไม้ในร่างใครก็ไม่รู้ ฉันคงไม่คิดสั้นหรอก !

นิยายจีนโบราณนิยายรักแม่ทัพปลูกผักสมุนไพรพระชายาเกิดใหม่ในนิยายอัจฉริยะจากมิตรภาพสู่ความรักพึ่งพาตัวเอง

ร่างใหม่แสนรันทด

​ให้ตายเถอะ... ถ้าชาติก่อนฉันรู้ว่าการยืนทอดไก่หน้าเตายังทรมานน้อยกว่าการมานั่งแทะเปลือกไม้ในร่างใครก็ไม่รู้ ฉันคงไม่คิดสั้นแบบนี้หรอก!

​สวัสดี ฉันคือ เหมยสี่ อดีตเจ้าของแฟรนไชส์ "ไก่ทอดสะท้านฟ้าสูตรลับแป้งกรอบ" ที่มียอดขายวันละหลายหมื่น แต่คิดสั้นเพราะร้านล้มละลาย แต่ตอนนี้? ฉันกำลังนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นดินแห้งผากจนแตกเป็นลายงา ลมร้อน ๆ พัดโชยมาทีผิวหน้าก็แทบจะไหม้เกรียม แถมเสียงท้องร้องโครกครากของน้องชายตัวผอมแห้งเหมือนก้างปลา ก็กำลังประสานเสียงกับเสียงนกแสกแถวนี้พอดิบพอดี

​นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กสาวชาวบ้านยากจนข้นแค้น... แถมยังเป็นยุคที่บ้านเมืองกำลังเผชิญภัยแล้งขั้นสุดยอดอีกต่างหาก!

​มองไปทางไหนก็เจอแต่ดินสีเทา ต้นไม้ใบหญ้าแห้งเหี่ยวตายซาก ชาวบ้านต่างพากันอพยพหนีตาย หรือไม่ก็รอวันนอนรอความตายใต้ถุนบ้าน ข้าวก้นหม้อนะเหรอ? อย่าว่าแต่ข้าวเลย เมล็ดข้าวสารสักเม็ดยังหาไม่ได้ในบ้านหลังคามุงแฝกที่ฝนรั่วทุกฤดูหลังนี้

​“พี่ใหญ่... ข้าหิวเหลือเกิน” เสียงแหบแห้งของ เหมยจู น้องชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้น เจ้าตัวเล็กจ้องมองฉันด้วยดวงตากลมโตที่ลึกลงไปในเบ้าเพราะความอดอยาก

​ฉันเม้มริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นเลือดซึม สมองที่เคยคิดแต่เรื่องต้นทุนวัตถุดิบและกำไรต่อชิ้นหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว ​ภัยแล้งเหรอ? ข้าวยากหมากแพงเหรอ? คนอื่นอาจจะมองว่านี่คือวิกฤตที่ไร้ทางออก

​ในเมื่อป่าแล้งสัตว์ใหญ่หายาก แต่คนพวกนั้นกลับเป็นสิ่งเดียวที่พวกชาวบ้านมองข้ามเพราะคิดว่ากินไม่ได้และไม่มีเนื้อหนัง... หึ พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ของเหลือเดนพวกนั้นแหละ คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะเปลี่ยนครอบครัวยากจนข้นแค้นนี้ให้กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้น!

​ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตบก้นฝุ่นตลบแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

​"ลุกขึ้นเหมยจู! วันนี้พี่สาวเจ้าจะพาไปพลิกแผ่นดินหาเงินกัน!"

แสงแดดแผดเผายามบ่ายส่องทะลุผ่านผืนป่าที่แห้งแล้งจนใบไม้กรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนน่าใจหาย ไม่มีเสียงสัตว์ป่าวิ่งพลุกพล่านเหมือนในนิยายทะลุมิติเรื่องอื่น มีเพียงลมร้อนที่พัดพาเอาฝุ่นผงเข้าจมูกจนแสบไปหมด

​ฉันเดินกุมมือเจ้าน้องชายตัวน้อยลัดเลาะไปตามชายป่า เป้าหมายของเราไม่ใช่การล่าสัตว์ใหญ่ที่วิ่งหนีหายากในยามภัยแล้งแบบนี้ แต่คือ "กองขยะหลังหมู่บ้าน" และ "ซากเครื่องในที่ชาวบ้านทิ้งขว้าง"

​ในสายตาคนยุคนี้ เนื้อสัตว์ติดมัน หนังไก่ หรือเครื่องในป่าพวกนี้คือสิ่งอัปมงคลและไร้ค่า พวกเขาคิดว่ามันเหนียวเหมือนยางรถยนต์แถมยังมีกลิ่นสาบป่ารุนแรง กินเข้าไปรังแต่จะท้องเสียตายชาวบ้านจึงเลือกกินแต่เนื้อแดงแห้งๆ หรือแทะผักต้มไร้รสชาติ

​โง่เง่าสิ้นดี... ของดีราคาถูกแบบนี้แหละ คือขุมทรัพย์ทองคำชัด ๆ!

​ฉันหยุดยืนอยู่หน้าซากกองกระดูกและเศษเครื่องในไก่ป่าที่นายพรานชำแหละแล้วโยนทิ้งไว้ข้างลำธารแห้งขอด กลิ่นคาวคลุ้งตลบอบอวลจนเหมยจูต้องยกมือขึ้นปิดจมูก

​"พี่ใหญ่... กลิ่นมันเหม็นมากเลยขอรับ เราจะเอาพวกนี้ไปทำอะไร หรือว่าจะขุดหลุมฝัง?" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความซื่อ

​ฉันยิ้มมุมปากพลางใช้ผ้าเก่า ๆ ห่อเศษชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

​"ฝังอะไรกันเล่า เจ้าเด็กโง่ ของพวกนี้แหละที่จะทำให้เรามีข้าวกินอิ่มท้อง และมีเงินนับตำลึงทองในอีกไม่กี่วันข้างหน้า!"

​พอกลับมาถึงบ้านหลังน้อย ฉันไม่รอช้า รีบจัดการแปลงร่างเป็นเชฟมือหนึ่งทันที ในครัวมีแค่เตาดินเก่า ๆ กับหม้อดินร้าว ๆ ใบหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับอดีตแม่ค้าไก่ทอดผู้เจนจัดเรื่องการดับกลิ่นและหมักเนื้อ !