บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เข้าใจผิดมาตลอด

ตอนที่ 4 เข้าใจผิดมาตลอด

วันต่อมา

เช้าวันใหม่ที่แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในห้อง หลี่ชิงเหยาลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วร่างกาย ความทรงจำจากคืนที่ผ่านมาแวบเข้ามาในหัวใจของนาง ทั้งความหวานล้ำและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกัน นางมองไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่หน้ากระจก เขากำลังแต่งตัวด้วยท่าทางสงบและเยือกเย็น

“เจ้านอนต่อเถิด ยังเช้าอยู่เลย” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นขณะที่หันมามองนางด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “พรุ่งนี้ข้าถึงจะพาเจ้าเข้าวังไปยกน้ำชาให้เสด็จแม่”

คำพูดของเขาทำให้นางรู้สึกสับสน ชาติที่แล้วนางเจอพระสนมหลันเฟยก็ตอนที่หมอหลวงมาตรวจว่านางตั้งครรภ์จริงไหม ความรู้สึกที่นางได้รับจากพระสนมกลับคลุมเครือ จะว่าชื่นชอบก็ไม่ใช่ จะว่าเกลียดชังก็ไม่เชิง เฉินอี้หมิงก็เดินออกไปจากห้องแล้ว ทิ้งให้นางจมอยู่กับความคิดของตนเอง

เมื่อท่านอ๋องออกไป อเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความร้อนรน “คุณหนู...เอ่อ! พระชายาเป็นยังไงบ้างเพคะ”

ซื่อเอ๋อร์มองร่องรอยบนลำคอระหงและไหปลาร้าของเจ้านายที่ผ้าห่มปิดไม่มิด ใบหน้าของนางแดงระเรื่อทันทีเมื่อเข้าใจถึงที่มาของร่องรอยเหล่านั้น แม้จะตกใจ แต่ในใจลึก ๆ ก็รู้สึกโล่งใจที่ท่านอ๋องดูเหมือนจะโปรดปรานเจ้านายของนางไม่น้อย

“ซือเอ๋อร์ ข้าอยากอาบน้ำ” หลี่ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เจ้าค่ะ” ซือเอ๋อร์รีบประคองเจ้านายไปยังหลังฉากกั้นเพื่อเตรียมอาบน้ำ

เมื่อสาวใช้คนอื่น ๆ จะเข้ามาเพื่อช่วย หลี่ชิงเหยากลับเอ่ยปากไล่พวกนางออกไป “พวกเจ้าไปเตรียมสำรับเถอะ ให้ซื่อเอ๋อร์อยู่กับข้าคนเดียวก็พอ”

“เพคะ พระชายา” สาวใช้ทั้งสามนางโค้งคำนับก่อนจะถอยออกไป หนึ่งในนั้นคือสาวใช้อุ่นเตียงของเฉินอี้หมิงที่แอบมองหลี่ชิงเหยาด้วยสายตาที่ซับซ้อน

ในอ่างน้ำอุ่น หลี่ชิงเหยาหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย น้ำอุ่นช่วยบรรเทาความปวดเมื่อยทางกาย แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความคิดที่ยุ่งเหยิง นางไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินอี้หมิงถึงแสดงออกเช่นนั้น เขาเป็นคนเย็นชาและห่างเหินมาตลอด แต่เมื่อคืนหลังจากเขาเคี่ยวกรำนางมาทั้งคืน เช้าวันนี้เขากลับอ่อนโยนจนทำให้นางรู้สึกหวั่นไหว

หลังจากอาบน้ำเสร็จ หลี่ชิงเหยาแต่งตัวเรียบง่ายและนั่งลงที่โต๊ะอาหาร นางมองอาหารบนโต๊ะที่มีเกือบสิบอย่าง ทุกอย่างล้วนเป็นอาหารที่มีราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหรืออาหารทะเล

“วันหลัง ถ้าข้าทานคนเดียวไม่มีท่านอ๋องร่วมโต๊ะ ให้กับข้าวแค่สองสามอย่างก็พอ แต่ขอให้มีผักทุกมื้อของหวานไม่ต้อง”

คำพูดของนางทำให้สาวใช้ต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ แต่พวกนางก็รีบตอบรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

“เพคะ”

ในตอนนั้นเอง หลี่ชิงเหยาหันไปมองสาวใช้คนหนึ่งที่นางจำได้ดีว่านางชื่ออะไร นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“เจ้าชื่ออะไรหรือ?”

“นู๋ปี้ มีนามว่าอันหลานเพคะ”

คำตอบของนางกำนัลทำให้นางพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึง

“ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องมารับใช้ข้าแล้ว เจ้าไปทำหน้าที่อื่นเถอะ”

อันหลานรีบคุกเข่าลงด้วยความลนลาน นางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“มิทราบว่านู๋ปี้ทำอะไรผิดเพคะ พระชายาได้โปรดชี้แนะด้วย”

แต่คำตอบของหลี่ชิงเหยากลับเรียบง่ายและตรงไปตรงมา

“เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าแค่ไม่ชอบเจ้าก็แค่เท่านั้น”

คำพูดนี้ทำให้สาวใช้คนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ พวกนางไม่คาดคิดเลยว่าพระชายาที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักได้เพียงวันเดียวจะกล้าแสดงอำนาจอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้

หลังจากกินข้าวเช้าอิ่มแล้ว ในยามสายหลี่ชิงเหยาก็มานั่งจิบชาอุ่นๆ อยู่ในศาลากลางสวนดอกไม้ กลิ่นหอมของดอกเหมยที่เบ่งบานลอยมากระทบจมูก สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่แล้วความสงบก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าของซูเหวิน พ่อบ้านผู้เคร่งขรึมและรอบคอบ เขาเดินเข้ามาพร้อมสมุดบัญชีหนาเตอะสามเล่มในมือ และกุญแจห้องเก็บสมบัติที่ห้อยอยู่บนเข็มขัด

“พระชายา” ซูเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ท่านอ๋องสั่งไว้ว่าให้ท่านเรียนรู้หน้าที่ดูแลบัญชีและทรัพย์สินของจวนจากข้าพะย่ะค่ะ”

หลี่ชิงเหยาเงยหน้าขึ้นจากถ้วยชาในมือ มองสมุดบัญชีเล่มหนาสามเล่มที่วางอยู่ตรงหน้า ดวงตาของนางฉายแววลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายออกมาใจเบาๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าโง่เขลา หน้าที่นี้ให้ท่านทำต่อไปเถอะ”

ซูเหวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เขาเข้าใจดีว่าการจัดการบัญชีและทรัพย์สินของจวนอ๋องไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เขาเองที่มีประสบการณ์ยังต้องใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้

หลี่ชิงเหยาหลุบตาลงมองถ้วยชาที่อยู่ในมือ ความทรงจำในชาติก่อนผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง นางเคยกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้หน้าที่นี้ เพราะคิดว่ามันจะทำให้นางมีคุณค่าในสายตาของเฉินอี้หมิง และนางก็อยากพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่านางเป็นพระชายาที่คู่ควร แต่เมื่อได้ลงมือจริงๆ นางกลับพบว่าการจัดการบัญชีและคำนวณรายรับรายจ่ายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้นางจะอ่านออกเขียนได้ แต่ความซับซ้อนของตัวเลขและรายละเอียดในบัญชีก็ทำให้นางสับสนและเหนื่อยล้า กว่าจะเข้าใจได้ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน

เฉินอี้หมิงร่ำรวยมหาศาลจนแทบไม่ต้องพึ่งพาความสามารถของนางเลย นางเคยเข้าใจผิด คิดว่าอาหารทะเลที่มีทุกมื้อบนโต๊ะอาหารนั้นเป็นเพราะเขาเอาใจใส่นาง แต่แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงผลพลอยได้จากความมั่งคั่งของเขา แม้แต่สุนัขที่เขาเลี้ยงไว้ยังได้กินกุ้งสด ส่วนบ่าวในจวนก็ล้วนแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดี ไม่มีใครต้องใส่เสื้อผ้าสีซีดหรือขาดสักคน

“แต่ว่า...เป็นคำสั่งของท่านอ๋องนะพะย่ะค่ะ” เสียงของซูเหวินดึงนางกลับมาสู่ความจริง

หลี่ชิงเหยามองหน้าพ่อบ้าน คิดกับตัวเองว่าเหตุใดนางจะต้องทำให้ตัวเองเหนื่อยยากลำบากอีก สุดท้ายนางก็จะต้องจากสถานที่แห่งนี้ไปอยู่ดี นางยิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง ก่อนจะกล่าวขึ้น “ข้าเชื่อว่าท่านทำได้ดีกว่าข้าแน่นอน”

ซูเหวินพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม “พะย่ะค่ะ หากพระชายาต้องการเรียนรู้เมื่อใด ก็ให้สาวใช้ไปตามข้าได้เสมอ” เขากล่าวก่อนจะเก็บสมุดบัญชีและกุญแจกลับไป

หลี่ชิงเหยาหันกลับมามองถ้วยชาของนางที่เริ่มเย็นลง นางยกมันขึ้นจิบเบาๆ รสชาติขมแต่กลับช่วยผ่อนคลาย แม้ชีวิตในจวนอ๋องเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่นางกลับอยากหลุดพ้นจากสถานที่แห่งนี้และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นางเลือกเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel