บท
ตั้งค่า

3

ชาติก่อนนางเป็นเพียงผู้จัดการร้านสะดวกซื้อที่ทำงานหนักจนหมดสติ รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาในร่างคุณหนูตระกูลกู้ผู้อาภัพคนนี้เสียแล้ว ซ้ำยังมีระบบร้านสะดวกซื้อติดตัวมาอีก เอาเถอะ! ในเมื่อสวรรค์ส่งนางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางก็จะใช้สิ่งที่มี พลิกชะตากรรมครั้งนี้ให้ดีที่สุด

สายลมยามพลบค่ำพัดหอบไอร้อนและฝุ่นทรายเข้าปะทะใบหน้า ขบวนเกวียนเนรเทศค่อย ๆ หยุดลงเบื้องหน้าทางเข้า "หมู่บ้านหินเดี่ยว"

ป้ายไม้เก่าผุพังเอียงกะเท่เร่จนแทบหลุดจากเสา ตัวอักษรบนป้ายเลือนรางตามกาลเวลา รอบด้านมีเพียงผืนดินแตกระแหง ซากบ้านดินพังทลาย และความเงียบงันชวนวังเวง มองไปทางใดก็แทบไม่เห็นร่องรอยของพื้นที่เพาะปลูกหรือแหล่งน้ำ

ทหารคุมขบวนไม่กล้าแม้แต่จะสบตากู้หลันซี หลังเหตุการณ์ระหว่างทาง พวกเขารีบช่วยกันยกสัมภาระของตระกูลกู้ลงจากเกวียนอย่างลุกลี้ลุกลน

"ของพวกเจ้าอยู่ครบแล้ว พวกข้ามีหน้าที่ส่งถึงหมู่บ้านเท่านั้น จากนี้ก็เอาตัวรอดกันเอาเอง"

พูดจบก็แทบไม่รอคำตอบ รีบหันหัวเกวียนแล้วเร่งจากไปทันที ราวกับกลัวว่าหากชักช้าอีกเพียงครู่เดียว สตรีผู้นั้นอาจเปลี่ยนใจหยิบ 'ยาพิษสลายกระดูก' ออกมาจัดการพวกเขาจริง ๆ

"พี่ใหญ่ ที่นี่น่ากลัวจังขอรับ"

กู้หมิงกอดแขนเสื้อของหลันซีแน่น ดวงตากลมโตมองซากปรักหักพังรอบตัวด้วยความหวาดหวั่น

"ไม่ต้องกลัว มีพี่ใหญ่อยู่"

หลันซีลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ ก่อนประคองท่านยายที่เหนื่อยล้าจนแทบหมดแรงไปนั่งพักบนขอนไม้ใต้เพิงเก่า ซึ่งอย่างน้อยก็ยังพอมีหลังคาเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งสำหรับกันลม

นางกวาดสายตามองรอบหมู่บ้านอย่างพิจารณา

บ้านเรือนพังเสียกว่าครึ่ง ถนนไม่มี ผืนดินแห้งจนแตกระแหง ผู้คนก็แทบไม่เห็นแม้แต่เงา หากเป็นผู้อื่นคงคิดว่านี่คือนรกบนดินที่ถูกสวรรค์ทอดทิ้ง แต่สำหรับกู้หลันซี ที่นี่กลับเป็นกระดาษเปล่าผืนใหญ่

ในเมื่อไม่มีอะไรเหลืออยู่ นางก็จะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ด้วยมือของตนเอง

โครก... เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

กู้หมิงรีบใช้สองมือกุมท้อง ใบหน้าเล็กแดงขึ้นด้วยความอับอาย ก่อนเงยหน้ามองพี่สาวอย่างเกรงใจ

"หิวมากแล้วใช่หรือไม่" หลันซียิ้มอ่อนโยน ย่อตัวลงลูบศีรษะน้องชาย

"หิวขอรับ แต่หมิงเอ๋อร์ทนได้ พี่ใหญ่เองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

"เด็กโง่ หิวก็บอกว่าหิว จะฝืนไปทำไม"

หลันซีบีบแก้มตอบของน้องชายเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังกำแพงดินที่พังทลายเพื่อหลบสายตาท่านยายกับกู้หมิง

ทันทีที่แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดมองเห็น นางก็เรียกใช้ระบบในใจ

ระบบร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงเปิดใช้งาน

แต้มคงเหลือปัจจุบัน 200 แต้ม

หมวดหมู่ที่เปิดใช้งาน อาหารกึ่งสำเร็จรูป

รายการสินค้าปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทันที

บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับต้มยำน้ำข้น 15 แต้ม

กระติกเก็บความร้อนพร้อมน้ำร้อน 10 แต้ม

ไส้กรอกรมควันหนังกรอบ 10 แต้ม

น้ำดื่มสะอาด 5 แต้ม

หลันซีกวาดตามองรายการเพียงครู่เดียว ก่อนตัดสินใจ

"แลกทั้งหมด"

ยืนยันการแลกเปลี่ยน

หักแต้มรวม 40 แต้ม

แต้มคงเหลือ 160 แต้ม

ส่งมอบสินค้าเรียบร้อย

เพียงพริบตา สิ่งของทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง

หลันซีไม่เสียเวลา นางแกะฝาถ้วยบะหมี่ ฉีกซองเครื่องปรุงเทลงไป จากนั้นจึงรินน้ำร้อนลงจนถึงขีดแล้วปิดฝาไว้

ไม่นานนัก กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำซุปหมูสับต้มยำก็ลอยออกมาจากถ้วย ทั้งกลิ่นพริกเผา เครื่องเทศ และรสเปรี้ยวหอมอันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกันจนชวนให้น้ำลายสอ ก่อนถูกสายลมพัดกระจายไปทั่วบริเวณ

กลิ่นอาหารซึ่งไม่เคยปรากฏในโลกยุคนี้ลอยไปถึงเพิงพัก กู้หมิงสูดจมูกฟุดฟิดทันที

"หอมเหลือเกินพี่ใหญ่ นั่นกลิ่นอันใดหรือขอรับ" เด็กน้อยชะเง้อคอมองตามกลิ่นจนแทบตกจากขอนไม้

"นั่งดี ๆ ก่อน เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว"

หลันซีเดินกลับออกมาพร้อมถ้วยบะหมี่ร้อนและไส้กรอกรมควัน ก่อนแบ่งอาหารให้ท่านยายกับน้องชาย

"กินเถิดเจ้าค่ะท่านยาย นี่เป็นบะหมี่น้ำซุปสมุนไพร กินร้อน ๆ จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและมีเรี่ยวแรง"

กู้หมิงรับตะเกียบจากพี่สาวอย่างตื่นเต้น คีบเส้นบะหมี่สีเหลืองทองขึ้นมาเป่าเสียหลายครั้ง ก่อนรีบส่งเข้าปาก

ทันทีที่เส้นเหนียวนุ่มกับน้ำซุปรสเข้มข้นสัมผัสลิ้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง

"อร่อย อร่อยมากเลยขอรับพี่ใหญ่ เส้นทั้งนุ่มทั้งเหนียว น้ำซุปก็เปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม ข้าไม่เคยกินอะไรอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย" พูดจบก็รีบคีบอีกคำเข้าปาก แล้วก้มหน้าซดน้ำซุปอย่างเอร็ดอร่อยจนหลันซีอดหัวเราะไม่ได้

"ค่อย ๆ กิน ไม่มีใครแย่งเจ้า"

"ก็ข้าหิวนี่ขอรับ" เด็กน้อยตอบทั้งที่แก้มยังตุ่ย ทำเอาท่านยายหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากเมืองหลวง

หญิงชราลองจิบน้ำซุปร้อนเข้าไปสองสามคำ สีหน้าที่เหนื่อยล้าค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ก่อนมองถ้วยแปลกประหลาดในมือด้วยความสงสัย

"หลันซี ของประหลาดเช่นนี้ เจ้าได้มาจากที่ใดกัน"

หลันซีรู้ดีว่าคำถามนี้ต้องมาถึง นางจึงตอบอย่างใจเย็น

"สหายลับของหลานมอบให้มาเจ้าค่ะ เขาเคยเดินทางไปค้าขายยังดินแดนห่างไกลและมีของแปลกอยู่ไม่น้อย ท่านยายไม่ต้องกังวล ของเหล่านี้กินได้อย่างปลอดภัย ท่านกินให้อิ่มก่อนเถิด"

ท่านยายมองหลานสาวอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะยังสงสัย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซักถามต่อ

"ได้ ยายเชื่อเจ้า"

ทว่าอาหารมื้อนี้ไม่ได้ดึงดูดเพียงคนในตระกูลกู้

สวบ... สวบ...

เสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ดังขึ้นจากหลังซากบ้าน

หลันซีชะงักมือเล็กน้อย

ไม่ช้า ชายฉกรรจ์ร่างผอมโซเกือบสิบคนก็ทยอยออกมาจากเงามืด บ้างถือมีดพร้า บ้างถือท่อนไม้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่แววตากลับดุดัน พวกเขากระจายตัวล้อมเพิงพักของตระกูลกู้ไว้อย่างรวดเร็ว

ชายร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำ หนวดเครารุงรังเดินนำออกมา สายตาจับจ้องถ้วยบะหมี่ในมือกู้หมิงแทบไม่กะพริบ

"กลิ่นอาหารอันใดกัน เหตุใดจึงหอมถึงเพียงนี้" ชายหนวดเครากลืนน้ำลาย ก่อนตะคอกถามเสียงดัง

"พวกเจ้ามาจากที่ใด มีเสบียงดีซ่อนอยู่ใช่หรือไม่ ส่งออกมาให้พวกข้าเสียดี ๆ หากไม่อยากกลายเป็นศพเฝ้าหมู่บ้าน"

กู้หมิงสะดุ้งจนถ้วยบะหมี่แทบหลุดจากมือ รีบถอยไปกอดท่านยายแน่น

"พี่ใหญ่..."

"ไม่ต้องกลัว กินต่อเถิด" หลันซีเอ่ยโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

จากนั้นนางจึงยกกระติกขึ้นจิบน้ำช้า ๆ ก่อนเงยหน้าสบตาชายตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉยจนอีกฝ่ายเป็นฝ่ายรู้สึกผิดสังเกตเสียเอง

"อยากกินหรือ"

ชายคนนั้นขมวดคิ้ว

"รู้แล้วยังจะถามอีก พวกข้าอดอยากมาหลายวัน หากเจ้าส่งอาหารรสเลิศนั่นมาแต่โดยดี พวกข้าอาจไว้ชีวิตยายแก่กับเด็กนั่น"

"ปากบอกว่าอดอยาก แต่ยังมีแรงถืออาวุธมาปล้นคนอื่น ดูท่าพวกเจ้าคงยังไม่หิวเท่าไร" หลันซีแค่นยิ้ม

"เจ้า..." ชายหลายคนเริ่มขยับอาวุธ

หลันซีจึงลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่ามกลางวงล้อม

"อาหารข้ามี และมีมากพอจะทำให้พวกเจ้าทุกคนอิ่มท้อง" ทันทีที่ได้ยินคำว่าอาหาร ดวงตาของชายฉกรรจ์หลายคนก็เปลี่ยนไป

หลันซีเห็นทุกอย่างชัดเจนจึงกล่าวต่อ

"แต่ข้าเป็นคนตระกูลกู้ ตระกูลกู้ไม่เคยทำการค้าที่ขาดทุน หากอยากกินอาหารรสเลิศที่พวกเจ้าอาจไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองอีกทั้งชีวิต ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel