เกิดใหม่เป็นกุนซือหญิงและระบบร้านสะดวกซื้อ

67.0K · จบแล้ว
พันสิงห์
37
บท
490
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ถูกใส่ร้ายจนทั้งตระกูลต้องโทษเนรเทศไปยังดินแดนชายแดนที่แห้งแล้งที่สุดในแผ่นดิน กู้หลันซีต้องพาท่านยายที่ป่วยหนัก น้องชายตัวน้อย และคนแก่ไร้ทางสู้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ใน “หมู่บ้านหินเดี่ยว” สถานที่ซึ่งแม้แต่น้ำสักหยดยังหาได้ยาก ทว่าไม่มีผู้ใดรู้ว่า นางมี “ระบบร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง” ติดตัวมาด้วย ยามถูกทหารรังแก นางมีสเปรย์พริกไทยไว้สวนกลับ ยามผู้คนอดอยาก นางมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหอมกรุ่นไว้ซื้อใจ ยามโรคภัยคุกคาม นางมียาและเวชภัณฑ์ช่วยชีวิต ยามศัตรูยกทัพมา นางมีทั้งกลยุทธ์ อุปกรณ์ล้ำยุค และอดีตแม่ทัพไร้พ่ายคอยยืนอยู่เคียงข้าง จากหมู่บ้านโจรที่ไม่มีใครต้องการ นางจะสร้างถนน ขุดบ่อน้ำ เปิดตลาดราตรี ตั้งโรงพยาบาล และเปลี่ยนดินแดนร้างให้กลายเป็นเมืองท่าที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน ผู้ใดเคยเหยียบย่ำตระกูลกู้ นางจะให้มันคุกเข่าชดใช้ ผู้ใดคิดช่วงชิงเมืองของนาง นางจะทำให้มันกลับไปมือเปล่า ส่วนแม่ทัพตกอับที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ เหตุใดจึงเอาแต่ตามหลังนางไม่ห่าง ซ้ำยังประกาศต่อหน้าผู้คนทั้งเมืองว่า... “เจ้าสร้างเมือง ส่วนข้าจะปกป้องทั้งเมืองและตัวเจ้าเอง”

นิยายจีนโบราณนิยายย้อนยุค

1

สายลมคิมหันต์อันร้อนระอุพัดหอบฝุ่นแดงฟุ้งกระจายปกคลุมทั่วเส้นทางเกวียนอันคดเคี้ยว เสียงล้อไม้ครูดบดก้อนหินดัง กุก...กัก...กุก...กัก สลับกับเสียงไอแห้งและเสียงถอนหายใจอันอ่อนล้าของผู้คนบนขบวนเนรเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับไม่มีวันได้เห็นแสงแห่งวันพรุ่งนี้

ท้ายเกวียนเก่าโยกคลอนไปตามหลุมบ่อ กู้หลันซีในชุดผ้าป่านสีหม่นเนื้อหยาบนั่งตากแดดที่แผดเผาอย่างเงียบงัน มือเรียวที่แม้จะสั่นเพราะความเหนื่อยล้าแต่ยังคงอบอุ่น กอบกุมมือเหี่ยวย่นของหญิงชราผู้เป็นยายเอาไว้แน่น ราวกับหวังส่งผ่านกำลังใจให้อีกฝ่าย

ข้างกายนางคือกู้หมิง เด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบขดตัวซุกอยู่มุมเกวียน ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ริมฝีปากแห้งแตกเพราะทั้งหิว ทั้งกระหาย แม้แต่เสียงสะอื้นยังเบาราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ

"พี่ใหญ่ ข้าหิวจังเลยขอรับ" เสียงเล็กแผ่วเบาจนแทบปลิวหายไปกับสายลม ทำให้หัวใจของหลันซีบีบรัดอย่างรุนแรง

นางยกมือลูบศีรษะน้องชายอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วไล้ผ่านเส้นผมที่เต็มไปด้วยฝุ่นแดง ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ ให้เด็กน้อย แม้ภายในใจจะหนักอึ้งราวถูกหินพันชั่งกดทับ

ครั้งหนึ่ง ตระกูลกู้เคยเป็นตระกูลกุนซือผู้ทรงเกียรติ เคียงข้างราชบัลลังก์มาหลายชั่วอายุคน เป็นมันสมองของแผ่นดิน ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ

ทว่าเมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เสนาบดีเหวย ผู้ทะเยอทะยานกลับใส่ร้ายว่าตระกูลกู้คิดก่อกบฏ

เพียงชั่วข้ามคืน บุรุษทุกคนในตระกูลถูกจับประหารชีวิตอย่างไร้ความเมตตา เลือดสดย้อมลานประหารจนแดงฉาน ส่วนผู้ที่เหลือ ทั้งสตรี คนชรา และเด็ก ถูกถอดยศริบทรัพย์ ก่อนถูกสั่งเนรเทศไปยัง "หมู่บ้านหินเดี่ยว" ชายแดนทิศอุดร ดินแดนกันดารที่ขึ้นชื่อว่าแห้งแล้งที่สุดในใต้หล้า ไร้ทั้งแหล่งน้ำ อาหาร และเต็มไปด้วยโจรภูเขาผู้เหี้ยมโหด ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าคนที่ถูกส่งไปยังที่แห่งนั้นจะมีชีวิตรอดกลับมา

"อดทนอีกนิดนะหมิงเอ๋อร์ เดี๋ยวเกวียนหยุดพัก พี่จะหาอะไรให้เจ้ากิน" น้ำเสียงของหลันซีนุ่มนวล อบอุ่นดังเช่นเคย แต่เบื้องหลังแววตาสงบนั้นกลับซ่อนประกายเย็นเยียบและความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ไว้ลึกสุดหัวใจ

ต่อให้สวรรค์ผลักนางลงเหว นางก็จะปีนกลับขึ้นมาให้ได้

ทันใดนั้นเอง...

ครืด!

เกวียนทั้งเล่มกระตุกหยุดกะทันหันจนผู้คนบนเกวียนเสียหลักโยกไปข้างหน้า ท่านยายเกือบตกจากที่นั่ง โชคดีที่หลันซีรีบยื่นมือประคองไว้ได้ทัน

"หยุดเกวียน ตรวจค้น!" เสียงตวาดดุดันดังขึ้นจากด้านหน้า

ทหารคุมนักโทษร่างกำยำสามนายเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับเจ้าของชีวิตของทุกคนในขบวน

ชายที่เดินนำมีรอยแผลเป็นพาดยาวตั้งแต่หางคิ้วลงมาถึงแก้มซ้าย ใบหน้าดุดันเต็มไปด้วยความหยาบช้า เขายกด้ามหอกเคาะขอบเกวียนเสียงดัง ปัง! ปัง!

แรงกระแทกทำให้ท่านยายสะดุ้งเฮือก กู้หมิงรีบซุกตัวอยู่ด้านหลังพี่สาวด้วยความหวาดกลัว

หลันซีค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนก้าวออกมาบังท่านยายและน้องชายเอาไว้ด้านหลัง นางก้มศีรษะเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้ดูตื่นตระหนกและหวาดหวั่นได้อย่างแนบเนียน ราวกับเป็นสตรีอ่อนแอที่ไร้ทางสู้

"หัวหน้าทหาร มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ"

"มีเรื่องอันใดรึ" นายทหารคนนั้นแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน เขาเอื้อมมือคว้าถุงเสบียงใบเล็กของตระกูลกู้มาเปิดดู ก่อนโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วใช้ส้นเท้าขยี้ซ้ำจนอาหารแห้งด้านในแตกละเอียดปะปนกับฝุ่นดิน

"เส้นทางข้างหน้าแห้งแล้งนัก เสบียงของพวกเจ้ากินพื้นที่เกวียน ข้าจะ 'ช่วย' ลดภาระให้"

ดวงตาของกู้หมิงเบิกกว้าง ก่อนร้องไห้ออกมาทันที

"ท่าน! นั่นมันเสบียงก้อนสุดท้ายของพวกเรานะขอรับ" เด็กน้อยรีบกระโจนลงจากเกวียนหมายจะเก็บเศษอาหารที่กระจัดกระจาย

ทว่า นายทหารอีกคนกลับยกเท้าขึ้น เตรียมถีบเด็กน้อยอย่างไร้ปรานี

"หมิงเอ๋อร์ ถอยมา!" เสียงของหลันซีดังขึ้นอย่างเฉียบขาด

นางตวัดสายตามองนายทหารผู้นั้นเพียงครั้งเดียว แววตาเย็นเยียบที่แฝงด้วยรังสีอำมหิตทำให้อีกฝ่ายชะงักค้าง เท้าที่ยกขึ้นถึงกับแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ

อาศัยจังหวะนั้น หลันซีรีบดึงตัวน้องชายกลับมาไว้ด้านหลัง ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าทหารอย่างไม่หลบสายตา

"ใต้เท้า ตามกฎหมายราชสำนัก ผู้ถูกเนรเทศยังคงมีสิทธิ์ถือครองเสบียงสำหรับประทังชีวิตตามอัตราที่กำหนด การที่ท่านทำลายเสบียงของพวกเราเช่นนี้ หากพวกเราตายระหว่างทางก่อนถึงเมืองชายแดน นายอำเภอผู้รับมอบตัวย่อมต้องรายงานต่อกรมอาญา ท่านแน่ใจหรือว่าศีรษะของท่านจะคุ้มค่ากับความสะใจเพียงชั่วครู่นี้"

นายทหารคนนั้นชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องน่าขันที่สุดในชีวิต

"ฮ่า ๆ ๆ แม่นางกู้ เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลกุนซืออยู่อีกหรือ" เขาเชิดหน้าพูดอย่างเหยียดหยาม

"ที่นี่คือชายแดน ราชสำนักอยู่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว คนที่อดตายระหว่างทางเนรเทศมีทุกวัน ใครจะเสียเวลามาสอบสวนเรื่องของ 'ขยะ' อย่างพวกเจ้า"

กล่าวจบ สายตาสกปรกก็ไล่มองเรือนร่างของหลันซีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่คิดปิดบังความหมาย รอยยิ้มบนใบหน้าของมันชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกคลื่นเหียน

"แต่ก็ใช่ว่าข้าจะใจดำเสียทีเดียว" มันก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว กลิ่นเหล้าคละคลุ้งโชยออกมาจนชวนสำลัก

"หากเจ้าไม่อยากให้ยายแก่กับเด็กนี่อดตาย คืนนี้ก็มาที่กระโจมของข้า ถูหลัง ปรนนิบัติข้าให้พอใจ แล้วข้าจะแบ่งขนมปังแห้งให้สักชิ้นสองชิ้น เป็นอย่างไร"

ท่านยายที่นอนซมอยู่บนเกวียนพยายามฝืนยันกายขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

"เลว... พวกเจ้ามันเลวทรามสิ้นดี"

หลันซียกมือแตะไหล่ท่านยายเบา ๆ เป็นเชิงห้าม ก่อนส่งสายตาให้อีกฝ่ายวางใจ

จากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้างดงามยังคงสงบนิ่ง หากรอยยิ้มที่มุมปากกลับเย็นชาจนน่าหวาดหวั่น ดวงตาคู่นั้นไร้ซึ่งความหวาดกลัว เหลือเพียงความเยือกเย็นราวกับกำลังมองคนตาย

"ข้อเสนอของใต้เท้า น่าสนใจไม่น้อย" หลันซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนยิ้มอ่อน

"แต่ข้ามีของสิ่งหนึ่ง ที่ดีกว่าขนมปังแห้งของท่านเสียอีก ใต้เท้าอยากดูหรือไม่"

นายทหารคนนั้นเลิกคิ้วสูง ความโลภฉายชัดบนใบหน้า

"หืม ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกหรือ นำออกมาให้ข้าดูสิ"

หลันซีหยิบกล่องไม้ใบเล็กที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาบังสายตาของทุกคน มือขวาซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้อกว้าง

ในห้วงสำนึก นางเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น

ระบบร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง เปิดใช้งาน

ยืนยันตัวตนผู้ใช้คือกู้หลันซี

แต้มเริ่มต้น 100 แต้ม

โปรดเลือกสินค้าที่ต้องการแลกเปลี่ยน

เบื้องหน้าปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าซึ่งมีเพียงนางผู้เดียวที่มองเห็น รายการสินค้าปรากฏเรียงรายอย่างชัดเจน

สเปรย์พริกไทยสูตรเข้มข้นพิเศษ 20 แต้ม

มีดพกเซรามิคพกพา 30 แต้ม

"แลกทั้งสองชิ้น"

ยืนยันการแลกเปลี่ยนสำเร็จ หักแต้ม 50 แต้ม สินค้าถูกส่งเข้าสู่มือผู้ใช้เรียบร้อย

เพียงเสี้ยววินาที สัมผัสเย็นเฉียบของขวดโลหะขนาดเล็กและด้ามมีดเซรามิคก็ปรากฏขึ้นในมือของหลันซีใต้แขนเสื้ออย่างไร้ร่องรอย มุมปากของนางยกขึ้นน้อย ๆ ระบบ ใช้งานได้จริง

หลันซีเงยหน้ามองนายทหารคนนั้น ก่อนยื่นมือข้างที่ถือสเปรย์ออกไปใกล้ใบหน้าของมัน พลางยิ้มหวานจนดูไร้พิษภัย

"ของสิ่งนี้เรียกว่า 'น้ำมันหอมหยกสวรรค์' เจ้าค่ะ" นางขยับขวดเข้าไปใกล้อีกนิด

"ใต้เท้าลองดมดูสิ ว่าหอมหรือไม่"