2
นายทหารคนนั้นหัวเราะหยัน
"น้ำมันหอมรึ ไหน เอามาสิ"
มันก้มหน้าเข้ามาอย่างไม่ระวังตัว
"อ๊ากกกกกกก!"
เสียงร้องดังสนั่นไปทั่วขบวนเกวียน ละอองสเปรย์พริกไทยสูตรเข้มข้นพุ่งเข้าดวงตาและจมูกของนายทหารเต็ม ๆ
เพียงชั่วพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างของมันก็แสบร้อนราวถูกไฟเผา น้ำตาไหลพราก หายใจติดขัดจนแทบขาดใจ
"ตาข้า ตาข้า แสบ แสบจะตายแล้ว!" ชายร่างใหญ่ล้มกลิ้งลงกับพื้น กุมใบหน้าเอาไว้แน่น ร้องโหยหวนพลางดิ้นทุรนทุรายไม่ต่างจากสัตว์ที่กำลังถูกเชือด
"หัวหน้า" ทหารอีกสองนายตกใจจนหน้าถอดสี รีบชักดาบออกจากฝักทันที
"นังเด็กนี่ทำอะไรหัวหน้า!" แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ขยับตัว หลันซีก็ก้าวข้ามร่างของนายทหารแผลเป็นอย่างรวดเร็ว
ฟึ่บ!
ร่างบางพุ่งเข้าไปประชิดทหารคนที่สองด้วยความเร็วเหนือความคาดหมาย
คมมีดเซรามิคสีขาวบริสุทธิ์ไร้ประกายสะท้อนแสง แตะลงบนหลอดลมของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
เพียงสัมผัสเบา ๆ ก็ทำให้ชายผู้นั้นตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของเขาชะงักทันที
"อย่าขยับ..." หลันซีกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของอีกฝ่าย หากน้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง
"มีดเล่มนี้ทำจากหินเกล็ดหิมะหมื่นปี ไร้เงา ไร้สนิม คมกริบจนตัดเส้นเลือดใหญ่ของเจ้าได้ภายในครึ่งจังหวะหัวใจ" นางกดปลายมีดลงอีกเพียงเล็กน้อย
"หากเจ้าก้าวมาอีกแม้แต่ก้าวเดียว" ดวงตาของหลันซีเย็นชาราวกับไร้อารมณ์
"พรุ่งนี้ตรงนี้จะมีศพเพิ่มอีกหนึ่งศพ"
ทหารคนที่สามซึ่งกำลังจะพุ่งเข้ามาถึงกับหยุดกึก เขามองหัวหน้าที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น สลับกับเพื่อนที่ถูกมีดประหลาดจ่อคอหอย
เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก
"เจ้า เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่" เสียงของเขาสั่นจนแทบไม่เป็นคำ
"ตระกูลกู้เป็นเพียงตระกูลกุนซือ เหตุใดเจ้าถึงมีทั้งวิชาและอาวุธพิสดารเช่นนี้"
หลันซียิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นงดงาม แต่มืดมนเสียจนทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก
"ใช่ ตระกูลกู้เป็นเพียงตระกูลกุนซือ" นางหยุดเล็กน้อย ก่อนกดปลายมีดจนเลือดซึมออกมาบาง ๆ
"แต่ข้าคือกุนซือผู้ใช้วิชาจากต่างแดน" หลันซียังคงกดปลายมีดไว้ที่ลำคอของทหารผู้นั้น สีหน้าสงบนิ่งราวกับทุกสิ่งอยู่ในการคำนวณของนางตั้งแต่แรก
ดวงตาเย็นเยียบกวาดมองทหารทั้งสามทีละคน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หากแฝงอำนาจกดดันจนผู้ฟังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ฟังข้าให้ดี..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนกล่าวช้า ๆ ทีละคำ
"ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เกวียนเล่มนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของข้า เสบียง น้ำดื่ม และการเดินทาง พวกข้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง" คมมีดกดลึกลงอีกเพียงเสี้ยว เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาตามลำคอของทหารผู้นั้น
"หน้าที่ของพวกเจ้ามีเพียงอย่างเดียว ส่งพวกข้าไปถึงหมู่บ้านหินเดี่ยวอย่างปลอดภัย" เสียงของหลันซีเรียบนิ่งจนแทบไร้อารมณ์ ทว่ายิ่งเป็นเช่นนั้นกลับยิ่งน่าหวาดหวั่น
"หากระหว่างทางมีผู้ใดคิดเล่นแง่ คิดแตะต้องคนของข้า หรือคิดหาเรื่องอีก" นางเหลือบมองหัวหน้าทหารที่ยังนอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้น ใบหน้าแดงก่ำ น้ำตาและน้ำมูกไหลอาบแก้ม ร้องโหยหวนไม่หยุด
มุมปากของหลันซียกขึ้นเพียงเล็กน้อย
"ครั้งหน้าข้าจะไม่ใช้น้ำมันหอม" นางสบตาทหารทั้งสองตรง ๆ
"แต่จะใช้ 'ยาพิษสลายกระดูก' หยดลงในถุงน้ำของพวกเจ้าทีละหยดทุกคืน"
"เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เทพเซียนลงมาก็ช่วยชีวิตพวกเจ้าไม่ได้" สิ้นเสียง บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบงัน
ทหารทั้งสองหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อยาพิษชนิดนี้มาก่อน แต่เมื่อเห็นสหายผู้เป็นหัวหน้าถูกทรมานจนแทบคลั่ง ก็ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัยคำพูดของนางแม้แต่น้อย
ในสายตาของพวกเขา สตรีผู้นี้หาใช่คุณหนูตระกูลขุนนางที่อ่อนแอไม่ แต่เป็นปีศาจในคราบหญิงงาม
ทหารคนที่สามรีบวางดาบลงกับพื้นทันที เสียงโลหะกระทบดินดัง เคล้ง!
"ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว!" เขารีบคุกเข่าลงอย่างไม่ลังเล
"ได้โปรดปล่อยเพื่อนข้าเถิด พวกเราจะไม่กล้าล่วงเกินพวกท่านอีกแล้ว" ทหารที่ถูกมีดจ่อคอเองก็ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
หลันซีมองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนมีดกลับอย่างไม่รีบร้อน
นางสะบัดคราบเลือดออกจากคมมีดเบา ๆ แล้วซ่อนมันกลับเข้าไปในแขนเสื้อกว้างอย่างแนบเนียน ราวกับเมื่อครู่ไม่เคยมีอาวุธอยู่ในมือเลย
ภาพนั้นยิ่งทำให้ทหารทั้งสามหวาดหวั่นมากกว่าเดิม
หญิงสาวที่เก็บอาวุธได้รวดเร็วและสงบนิ่งเช่นนี้ ไม่มีทางเป็นเพียงคุณหนูผู้เติบโตในห้องหอแน่นอน
หลันซีไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมันอีก นางหันกลับไปยังเกวียน ก่อนย่อตัวลงลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ
"หมิงเอ๋อร์"
"ขะ... ขอรับ พี่ใหญ่"
เด็กน้อยรีบขานรับทันที ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตา บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยความเลื่อมใสและชื่นชมไม่ต่างจากการมองวีรบุรุษ
"ไปเก็บถุงเสบียงขึ้นมา"
"ขอรับ" กู้หมิงรีบวิ่งไปเก็บถุงเสบียงที่ถูกเหยียบจนเปื้อนฝุ่นขึ้นมากอดแน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า แม้อาหารด้านในจะเสียหายไปไม่น้อย แต่ยังดีกว่าปล่อยให้สูญเปล่า
หลันซีช่วยประคองท่านยายให้เอนกายพิงข้างเกวียนอย่างสบายขึ้น พลางจัดชายผ้าห่มคลุมให้อีกฝ่าย
ท่านยายจับมือหลานสาวไว้แน่น ดวงตาแดงเรื่อด้วยความตื้นตัน
"หลันซี เจ้า..."
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" หลันซียิ้มอ่อน ก่อนบีบมือท่านยายเบา ๆ
"ตั้งแต่นี้ไป จะไม่มีผู้ใดรังแกพวกเราได้อีก" คำพูดนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับหนักแน่นเสียจนทุกคนบนเกวียนรู้สึกเหมือนมองเห็นความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่นานนัก หัวหน้าทหารที่ยังแสบตาจนลืมไม่ขึ้นก็ถูกลูกน้องพยุงขึ้นอย่างทุลักทุเล ไม่มีผู้ใดกล้าพูดจาโอหังอีก ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเกวียนของตระกูลกู้อีกแม้แต่น้อย
ขบวนเนรเทศเคลื่อนตัวต่ออย่างเชื่องช้าภายใต้ความเงียบงัน
ขณะเดียวกัน ภายในห้วงสำนึกของหลันซี เสียงอันเย็นเยียบของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ได้รับ "แต้มความศรัทธาและความหวาดเกรง" จากกลุ่มทหาร จำนวนบวก 150 แต้ม แต้มคงเหลือปัจจุบันคือ 200 แต้ม
ปลดล็อกหมวดสินค้าใหม่คืออาหารกึ่งสำเร็จรูป
ทันทีที่สิ้นเสียงแจ้งเตือน รายการสินค้าชุดใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก ไข่ต้มใบชา น้ำดื่มบรรจุขวด แม้จะเป็นเพียงอาหารธรรมดาในโลกเดิมของนาง แต่สำหรับโลกแห่งนี้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่สามารถเปลี่ยนชะตาของผู้คนได้
หลันซีทอดสายตามองเส้นทางอันยาวไกลเบื้องหน้า มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมั่นใจ
เสนาบดีเหวย พวกเจ้าคิดว่าส่งข้ามาตายในดินแดนกันดารแห่งนี้แล้วทุกอย่างจะจบอย่างนั้นหรือ
ผิดแล้ว พวกเจ้ามอบสถานที่ที่ดีที่สุดให้ข้าต่างหาก
อีกไม่นาน หมู่บ้านหินเดี่ยวอันแห้งแล้งจะถือกำเนิดใหม่ กลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน
และเมื่อถึงวันนั้น ผู้ที่เคยเหยียบย่ำตระกูลกู้ทุกคน จะต้องก้มศีรษะต่อหน้าข้าอย่างไม่มีข้อยกเว้น
