บทที่ 3
เมื่อฉันเรียกแท็กซี่กลับมาด้วยตัวเอง
มองดูบ้านที่เราอยู่ด้วยกันมาหลายปี
ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยร่องรอยของชินภพ
หัวใจฉันก็พลันหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ภาพความหวานในอดีตผุดขึ้นมาไม่หยุด
ชินภพเคยลงมือทำอาหารให้ฉันเอง ซักชุดชั้นในให้ฉัน ฉันเผลอบ่นว่าอยากกินอะไรสักอย่าง
แม้จะเป็นตอนกลางดึก เขาก็จะขับรถทั่วเมืองเพื่อไปหามาให้ฉัน
แต่ทั้งหมดนั้น กลับกลายเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งสิ้น
บางที คำพูดของเขาในตอนที่ฉันกำลังจะตาย อาจจะเป็นของจริงเพียงครั้งเดียวก็ได้
ฉันโทรหาทนาย ให้เขาร่างข้อตกลงหย่า
จากนั้นก็จองคิวผ่าตัดเอาเด็กออก
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ก้อนหินในใจฉันเหมือนหล่นวูบ ฉันนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนโซฟาทั้งคืน
คืนนั้น ชินภพไม่กลับบ้าน
ไม่น่าแปลกใจเลย แต่ก็นอกความคาดหมายเล็กน้อย
ฉันยังนึกว่าเขาจะเสแสร้งอีกสักพักเสียอีก
อย่างน้อย
ในชาตินี้ ลูน่ายังไม่ตาย
ตีห้าตรง ประตูถูกเปิดออก
ฉันได้ยินเสียงจึงค่อย ๆ หันหน้าไป
พอสบตากัน ชินภพมีแววประหลาดใจวูบหนึ่ง “ทำไมไม่ไปนอนดี ๆ ล่ะ”
น้ำเสียงเหมือนห่วงใยธรรมดา เหมือนอย่างทุกวัน แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความรักใด ๆ อีกแล้ว
ก็แน่ล่ะ หัวใจคนเรามีแค่ดวงเดียว
เมื่อรักใครสักคน ก็ไม่มีที่เหลือสำหรับอีกคน
ฉันยังไม่ทันตอบ ลูน่าก็เดินออกมาจากด้านหลังเขา ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย
“พี่แพรวา ชินภพบอกให้ฉันมาขออาศัยอยู่ด้วย บอกว่าตอนนี้ฉันไม่มีใครดูแล พี่คงไม่ว่าใช่ไหม”
ฉันขมวดคิ้วทันที สายตาหันไปมองชินภพ
แต่เขากลับเบือนหน้าหนี ไม่ยอมมองฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
ถึงโง่แค่ไหน ฉันก็ฟังออกว่าลูน่าต้องการสื่ออะไร เธอกำลังอวด ว่าชินภพยอมให้เธอทำอะไรก็ได้
แม้ฉันจะไม่พอใจ ก็จะถูกตราหน้าว่าไร้เหตุผล
สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน ไม่ใช่ภาพหวานชื่นของพวกเขา
แต่เป็นเพราะบ้านหลังนี้เป็นของฉัน
ชินภพไม่มีสิทธิพา “คนอื่น” เข้ามาอยู่
โดยไม่ถามฉันสักคำ
ฉันหัวเราะเย็น ๆ แล้วถามเขากลับ “คุณไม่ควรบอกฉันก่อนเหรอ”
เหมือนเหยียบหางแมว ชินภพเดือดดาลขึ้นมาทันที
“แพรวา เธออย่าใจร้ายแบบนี้ได้ไหม
ตอนนี้ลูน่าไม่มีใคร เกือบตายในโรงพยาบาล ในฐานะเพื่อน ฉันไม่ควรช่วยเหลือเหรอ”
“เธอเป็นภรรยาของฉัน ก็ควรทำดีกับเพื่อนฉันหน่อยสิ”
แค่ประโยคสั้น ๆ ของชินภพ เขาก็ทำตัวเหมือนเป็นคนมีศีลธรรมสูงกว่าใครไปแล้ว
หากเป็นในอดีต ฉันคงยอมให้ เพราะฉันรักเขามาก และทำทุกอย่างเพื่อเขา
แต่ฉันตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แถมยังถูกคนที่ฉันรักที่สุดฆ่าตายกับมือ
ชีวิตนี้ ฉันไม่มีวันยอมฝืนใจตัวเองอีกต่อไป
ฉันหัวเราะอย่างเย็นชา “คุณดูเหมือนจะลืมนะ ว่าบ้านนี้เป็นของฉัน ทุกอย่างของคุณก็มาจากฉัน ฉันเป็นคนรักความสะอาดมาก ขนาดนั้นจะให้คนอื่นมาพักในบ้านฉันได้ยังไง”
รวมถึงฉันก็ไม่ยอมให้ผู้ชายที่ฉันรักมีใครอีกในใจเหมือนกัน
ชินภพชะงักไป เหมือนไม่คิดว่าฉันจะปฏิเสธเขาอย่างหนักแน่น
เขายืนมองฉันนิ่งไปชั่วขณะ
ลูน่ารีบหลั่งน้ำตา จับแขนเขาแน่น
“ฉันรู้ว่าฉันเป็นส่วนเกิน สามีติดคุก พ่อแม่ก็ทอดทิ้งฉัน ฉันไม่ควรทำให้คุณลำบาก ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ พวกเธออย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะ”
ใบหน้าของชินภพอ่อนลงทันที เขามองลูน่าด้วยความสงสาร
แล้วพาเธอเดินเข้าไปในห้อง เหมือนตั้งใจพูดให้ฉันได้ยินชัด ๆ
“อยู่ไปเถอะ บ้านนี้ฉันก็มีส่วนอยู่ครึ่งหนึ่ง
ไม่ต้องกลัว ถึงทั่วโลกจะทอดทิ้งเธอ แต่ฉันจะไม่มีวันทำแบบนั้น”
ทั้งคู่เดินจับมือผ่านหน้าฉัน ลูน่าแสยะยิ้ม
เลิกคิ้วท้าทาย ก่อนจะขยับริมฝีปากพูดแบบไร้เสียงว่า—
“โง่สิ้นดี คนที่ฟ้าส่งมาก็ไม่มีวันสู้คนที่อยู่ในใจเขามาตลอดได้หรอก”
ฉันเพียงยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
เรื่องแบบนี้ ไม่ต้องให้ลูน่ามาสอน…ฉันรู้มานานแล้ว
