บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

หลังจากชินภพจัดแจงให้ลูน่าพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินลงมาชั้นล่างมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน

น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ที่รัก เธอก็รู้ว่าเดือนนี้ลูน่าไม่มีใครแล้ว

มีแค่ฉันคนเดียว เธออย่าโกรธเลยได้ไหม

งานบ้านเดือนนี้ฉันทำให้หมดเลยนะ”

พูดจบ เขาก็เอื้อมมือมาจะจับมือฉัน แต่ฉันเบี่ยงตัวหลบ ท่าทางของเขาค้างอยู่กลางอากาศ

ฉันเดิมทีอยากจะระเบิดใส่เขา

อยากถามว่า ทำไมถึงทำแบบนี้กับฉัน

ทำไมมีผู้หญิงอีกคนในใจอยู่แล้ว ยังต้องมาผูกฉันไว้ด้วยการแต่งงาน

แล้วทำไม…ถึงต้องฆ่าฉันในชาติที่แล้ว?

แต่บางคำตอบ ฉันรู้อยู่แก่ใจมานานแล้ว

ในเมื่อฉันตัดสินใจจะถอยออกมาแล้ว

ฉันก็อยากรักษาศักดิ์ศรีไว้บ้าง

ฉันจึงกดอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งขึ้น

และพูดอย่างเรียบเฉย

“ดูแลเพื่อนของคุณให้ดี แต่อย่ามารบกวนชีวิตฉันก็แล้วกัน”

คำว่า “เพื่อน” ฉันออกเสียงหนักเป็นพิเศษ

ชินภพไม่เคยรู้เลยว่าฉันรู้อยู่แล้วว่าลูน่าคือคนที่รักฝังใจของเขา

หรือบางทีเขาอาจรู้อยู่แก่ใจ แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น

เขายังอยากพูดอะไรต่อ แต่ฉันสวมเสื้อคลุมเสร็จแล้วกำลังจะเดินออกจากบ้าน

วันนี้ ฉันจะเอาเด็กออก ให้ลูกเกิดมาในบ้านที่เต็มไปด้วยการโกหก มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเลย

ฉันนอนบนเตียงผ่าตัด ความเย็นจากแผ่นโลหะด้านล่างไหลย้อนขึ้นมาตามหลัง

ทำให้ฉันนึกถึงวันที่ตายอย่างทรมานในชาติที่แล้ว ฉันก็นอนอยู่บนเตียงเย็นชืดแบบนี้

แสงไฟเหนือศีรษะจ้าจนลืมตาไม่ขึ้น

แต่ภาพดวงตาของชินภพที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมคู่นั้น ฉันกลับจำได้ขึ้นใจ

ฤทธิ์ยาชาเริ่มทำงาน สติฉันค่อย ๆ หายไป

ลูกจ๋า… แม่ขอโทษนะ

ชาติที่แล้ว แม่ก็ไม่ได้ให้ลูกลืมตาดูโลก

ชาตินี้ก็ยังเหมือนเดิม โปรดให้อภัยแม่ด้วย

แม่ไม่อยากให้ลูกเกิดมาในบ้านที่ไม่มีความรักของพ่อ แม่ก็ไม่กล้าหลอกตัวเองว่า

เด็กในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว จะมีความสุขได้เสมอไป

พอพยาบาลปลุกฉันให้ตื่น หัวฉันยังหมุน

ท้องที่ว่างเปล่าทำให้รู้สึกราวกับหัวใจโดนล้วงออกไปทั้งก้อน

ฉันกัดริมฝีปากซีด ๆ เดินกลับบ้าน

พอเปิดประตูเข้าไป กลิ่นอาหารก็ลอยออกมาต้อนรับทันที

ชินภพกำลังทำกับข้าวอย่างตั้งใจในครัว

ส่วนลูน่านั่งเท้าคางมองเขาอยู่ตรงเคาน์เตอร์กลาง

ถ้าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของฉันฉันคงคิดว่าพวกเขาเป็นสามี–ภรรยาที่รักกันดี

ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะทำอาหารให้ฉันคนเดียว ตอนนี้ก็สามารถลงมือทำให้ผู้หญิงอีกคนได้เหมือนกัน

ชินภพคงได้ยินเสียงเปิดประตู เลยหันมามอง

ฉันเหลือบเห็นขนไก่ในถังขยะ ถึงกับอาเจียนออกมาทันที

ฉันกลัวสัตว์ปีกจำพวกปากแหลม แค่เห็นขนก็ขึ้นผื่น ฉันไม่เคยกินเนื้อไก่เลยตลอดชีวิต ชินภพก็รู้ดี เราไม่เคยมีเนื้อไก่บนโต๊ะอาหารด้วยซ้ำ

แต่เพื่อลูน่า เขากลับทำได้ทุกอย่าง แม้จะเหยียบใจฉันจนแหลก

ชินภพมองตามสายตาฉัน เห็นขนไก่ที่ยังไม่ได้ทิ้ง จึงรีบแก้ตัวอย่างลนลาน

“ลูน่าตอนนี้ร่างกายอ่อน ต้องกินของบำรุง

ฉันจะเก็บให้เดี๋ยวนี้แหละ”

ฉันเบือนหน้าไป ตอบสั้น ๆ ว่า “อืม”

ตั้งใจจะขึ้นห้องไปพัก แต่ตอนเดินผ่านลูน่า

เธอกลับคว้ามือฉันไว้ แล้วทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างจงใจ

เสียงดังสนั่นจนชินภพหันขวับมา ลูน่าร้องไห้ทันที ทั้งอ่อนแรงทั้งน่าสงสารราวกับเหยื่อ

เธอมองฉัน แล้วสะอื้น

“พี่แพรวา ฉันรู้ว่าฉันทำให้พี่อึดอัด ถ้าพี่ไล่ฉันออก ฉันก็จะไป แต่พี่ไม่ต้องผลักฉันขนาดนี้ก็ได้…”

ชินภพไม่ทันเช็ดมือรีบวิ่งเข้ามา

แล้วผลักฉันอย่างแรง

ฉันล้มลงกับพื้น ทันใดนั้นรู้สึกถึงความอุ่นร้อนไหลออกมาจากหว่างขา

ก้มลงดู กางเกงสีขาวของฉันถูกเลือดสดย้อมจนแดงฉาน

“แพรวาเธอรู้ทั้งรู้ว่าลูน่าเพิ่งผ่าตัด

ร่างกายอ่อนขนาดนี้ ยังกล้าทำร้ายเธออีกเหรอ เธอยังเป็นคนอยู่ไหม ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันเคยคิดว่าเธอเป็นคนดี!”

ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา ความผิดหวังจริง ๆ

ไม่ใช่การทะเลาะเสียงดัง แต่เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครเหลียวแล

ลูน่าเพิ่งผ่าตัด แต่ฉันก็เช่นกัน

ถ้าชินภพมองฉันสักนิด เขาก็จะเห็นความผิดปกติของฉันทันที

แต่เขาไม่เคยมองเลย ช่างเถอะ…

ชินภพอุ้มลูน่าขึ้นอย่างทะนุถนอม

หันกลับมามองฉันด้วยสายตาเกลียดชัง

“กลับไปคิดทบทวนตัวเองซะ พอคิดได้แล้ว

ค่อยไปขอโทษลูน่าที่โรงพยาบาล! ลองคิดดูดี ๆว่าเพราะฉันตามใจเธอมากไปหรือเปล่า

ถึงได้ทำให้เธอไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่มีแม้แต่ความเห็นอกเห็นใจขั้นพื้นฐาน!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel