บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 กล่าวหา

“เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกัน” อาจารย์หวงยกมือขึ้นห้าม

“ใครผิดใครถูก เดี๋ยวข้าจะสอบสวนเอง”

หลินเสวี่ยถงที่ยืนอยู่ด้านหลัง หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดหวั่น กังวลว่าสิ่งที่ตนปิดบังเอาไว้จะถูกเปิดโปง

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ พวกเราเพียงแค่ล้อเล่นกันเท่านั้น” หญิงสาวรีบเอ่ยแก้ตัว เพราะไม่ต้องการให้อาจารย์หวงสืบสาวเรื่องที่เกิดขึ้น

“ถงเอ๋อ! เจ้าถูกพวกนางรังแกถึงเพียงนี้ แต่กลับจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ หรือ หากไม่ถูกลงโทษ ต่อไปวันหน้าพวกนางจะต้องเหิมเกริมยิ่งกว่านี้แน่” น้ำเสียงของลู่หลานหลิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

เซี่ยหรงเหยามองหลินเสวี่ยถงด้วยสายตาเย็นชา นางเห็นชัดถึงความหวาดหวั่นในแววตาของอีกฝ่าย แต่ยังคงนิ่งเฉย เพราะรู้ดีว่ายังไม่ถึงเวลาเหมาะสมที่จะเปิดโปงความจริง

“บอกอาจารย์มาให้ชัด เกิดอะไรขึ้นกันแน่” อาจารย์หวงเคาะไม้เท้ากับพื้นเสียงดัง เพื่อเรียกสติทุกคนให้สงบลง

ไป๋เสี่ยวอิงเป็นฝ่ายเล่าเรื่องราวทั้งหมดด้วยท่าทีมั่นใจ ราวกับตนอยู่ในเหตุการณ์ คำพูดของนางเต็มไปด้วยการแต่งเติมและอารมณ์ที่ชี้นำให้ผู้ฟังเชื่อถือว่าเป็นความจริง

“ทั้งหมดก็มีเท่านี้เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ต้องให้ความยุติธรรมแก่ถงเอ๋อของเรานะเจ้าคะ” ลู่หลานหลิงกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก ราวกับตนเองเป็นผู้ที่ถูกกระทำ

อาจารย์หวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาใต้คิ้วขาวขมวดแน่น ชายชรามองนักศึกษาหญิงทีละคน ความเงียบที่ตามมาหนักอึ้ง เพราะไม่รู้ว่าชายชราผู้นี้จะตัดสินเช่นไร

“ในเมื่อฝ่ายของหลินเสวี่ยถงเล่าเรื่องแล้ว เช่นนั้น...เซี่ยหรงเหยา เจ้าเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น” เสียงของอาจารย์หวงดังขึ้นอย่างสงบ ดวงตาใต้คิ้วขาวมองตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้อง

“ท่านอาจารย์ ท่านก็ได้ยินที่ศิษย์เล่าแล้วนี่เจ้าคะ ยังจะถามนางอีกทำไม” ไป๋เสี่ยวอิงรีบเอ่ยขัด น้ำเสียงแฝงความไม่พอใจ

“เงียบเสียงหน่อย!!” ชายชราตวาดเสียงเข้ม

“การตัดสินความผิด มิใช่การฟังความเพียงข้างเดียว นักเรียนทุกคนจงจดจำคำนี้ของอาจารย์เอาไว้ ฟังให้มาก พูดให้น้อย แล้วค่อยตัดสินใจ”

คำพูดนั้นราวกับตบหน้าของไป๋เสี่ยวอิง หญิงสาวหน้าชาทันทีรีบก้มหน้าหลบสายตา และไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก

เมื่อบรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบ เซี่ยหรงเหยาจึงเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่หน้าสำนักศึกษา น้ำเสียงของนางมั่นคงและชัดเจน รายละเอียดที่กล่าวออกมานั้นแตกต่างจากสิ่งที่ไป๋เสี่ยวอิงเล่าโดยสิ้นเชิง ราวกับเป็นเหตุการณ์คนละเรื่อง

“ไท่จื่อหรือ...ก่อนพักเที่ยง พระองค์ได้มาเยือนที่นี่จริง”

อาจารย์หวงลูบเคราขาวพลางพึมพำอย่างครุ่นคิด ลู่หลานหลิงก้มตัวกระซิบกับหลินเสวี่ยถงเสียงเบา

“ถงเอ๋อ เหตุใดเจ้ามิได้เล่าว่ามีไท่จื่ออยู่ที่นั่นด้วย”

“ข้า...ข้าก็ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตเช่นนี้ อีกอย่างไท่จื่อก็มิได้กล่าวสิ่งใดในตอนที่พวกเราทะเลาะกัน ข้าจึงคิดว่ามันไม่เกี่ยวข้อง”

หลินเสวี่ยถงตอบเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ

อาจารย์หวงแม้จะชรา แต่สายตายังคงลึกล้ำ ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน มีหรือจะมองไม่ออกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นวายนี้คือหลินเสวี่ยถง และสิ่งที่นางต้องการ หาใช่ความยุติธรรม หากแต่เป็นการใช้โอกาสนี้ทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น

“ท่านอาจารย์เจ้าคะ” ลู่หลานหลิงเอ่ยขึ้น หลังจากเงียบอยู่นาน

“แม้ตอนนั้นไท่จื่อจะอยู่ด้วย แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างหลินเสวี่ยถงกับเซี่ยหรงเหยา ศิษย์ร้องขอให้นางคืนบทเพลงที่นางขโมยจากถงเอ๋อคืนมา และลงโทษให้นางล้างห้องน้ำในสำนักศึกษาเป็นเวลาหนึ่งเดือน”

หญิงสาวกล่าววาจาราวกับได้ตัดสินผู้ผิดแล้ว ทั้งที่อาจารย์หวงยังมิได้เอ่ยคำตัดสินใดๆ

บรรยากาศภายในห้องเรียนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เสียงไม้เท้าของอาจารย์หวงเคาะพื้นดังเป็นจังหวะ เตือนให้ทุกคนรู้ว่า การพิจารณายังไม่สิ้นสุด และตัวเขานั้น...ยังมิได้ตัดสินใจว่าใครคือผู้ผิด

“เจ้าบอกว่าเพลงที่ข้าเล่นเมื่อเช้าเป็นของนาง...” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบ มิได้มีท่าทีหวาดกลัวความผิดใดใด

“นี่สินะที่เจ้าต้องการ หลินเสวี่ยถง ร้องแรกแหกกระเชิงว่าข้ารังแกเจ้า แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็คือบทเพลงกู่ฉินที่ข้าเล่นเมื่อเช้า”

“ข้า...เปล่า” หลินเสวี่ยถงหลุบตาลงพร้อมตอบเสียงสั่น มือสองข้างของนางกำชายกระโปรงแน่นอย่างไม่มั่นใจ

“แต่เรื่องที่ลู่หลานหลิงเอ่ยเป็นเรื่องจริง เจ้าเป็นคนที่เล่นกู่ฉินได้แย่ที่สุดในบรรดาสหายในชั้นเรียน จะมีความสามารถใด แต่งบทเพลงไพเราะเช่นนั้นออกมาได้”

น้ำเสียงของหลินเสวี่ยถงบางเบาและสั่นเครือ คล้ายผู้ถูกกระทำที่พยายามปกป้องตนเอง ทว่ากลับไม่สามารถสั่นคลอนความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามได้ ทำให้ยามนี้นางรู้สึกเป็นกังวลในใจ

“หน้าไม่อายก็ต้องมีขอบเขต” เซี่ยหรงเหยาหัวเราะในลำคอ

“ต่อให้เพลงกู่ฉินบทนี้มิใช่ข้าที่แต่ง แล้วเจ้าเอาความมั่นใจมาจากที่ใดว่ามันคือของเจ้า หากความจริงถูกเปิดโปง ระวังใต้เท้าหลินไม่มีหน้าอยู่ในราชสำนักนะ”

“เจ้า!...ข้า!...” หลินเสวี่ยถงพูดไม่ออก เสียงของนางแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน ไป๋เสี่ยวอิงเห็นสหายรักถูกรังแก นางจึงรีบก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อปกป้องทันที

“ถงเอ๋อคือคนที่ชำนาญในทุกด้าน ในเมืองหลวงแห่งนี้นางนับเป็นสตรีมีความสามารถอันดับหนึ่ง จะแต่งเพลงออกมาสักเพลงสองเพลงจะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ”

“ต่างกับเจ้า...เซี่ยหรงเหยาจอมอันธพาล คนที่เอาแต่ทำตัวไร้แก่นสารไปวันวัน ทำให้ครอบครัวต้องอับอาย!” ไป๋เสี่ยวอิงกล่าวหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวว่าตนจะถูกเอาคืน ทั้งที่เรื่องนี้หาใช่เรื่องของนางไม่

“ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่ตระกูลไป๋มีหน้าที่สั่งสอนคนจากตระกูลอื่น”

เสียงหวานของสตรีดังขึ้นที่หน้าประตู ทุกคนหันขวับไปมองพร้อมกัน เป็นอาจารย์อวี๋ สตรีวัยกลางคนในชุดครามเข้มยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบของนางกวาดมองทั่วห้อง ก่อนจะหยุดที่หลินเสวี่ยถง

“แม้แต่ตัวข้าที่ฝึกกู่ฉินมายี่สิบปี ยังไม่กล้าอวดอ้างตนเองว่าเป็นอันดับหนึ่ง แต่เจ้ากลับกล้ายกนางขึ้นเหนือเหล่าอาจารย์ทั้งหลาย ช่างโอหังยิ่งนัก!”

“อะ...อาจารย์อวี๋” ไป๋เสี่ยวอิงเอ่ยเสียงสั่น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel