บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 พบสหายรักอีกครา

ความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และความสิ้นหวัง ความรู้สึกหลากหลายเริ่มประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน ดวงวิญญาณโปร่งแสงหลับตาลงช้าๆ

ความอบอุ่นสายหนึ่งพลันห่อหุ้มร่างกาย มันทั้งอบอุ่นและให้ความสงบ กระทั่งได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วเข้ามาในหู ดวงตาสองข้างพลันเปิดขึ้น

“นี่...เราจะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ หากว่านางเกิดจมน้ำขึ้นมาจริงๆ พวกเราคงไม่สามารถแบกรับความผิดเหล่านี้ได้หรอกนะ” นั่นเป็นประโยคพูดคุยที่คุ้นหูมาก คล้ายกับนางเคยได้ยินที่ใดมาก่อน

เซี่ยหรงเหยาหันขวับไปยังสตรีที่กำลังกระซิบข้างหู

“ว่านหนิงอวิ๋น!!...” หญิงสาวอุทานอย่างตกใจ

เพราะสหายร่วมสำนักศึกษาผู้นี้ของนาง ได้ตายไปแล้วเมื่อปีก่อน จากอุบัติเหตุรถม้าตกลงไปในหน้าผา แม้แต่ร่างของนางก็หาไม่พบ

อุบัติเหตุครั้งนั้น ทำเซี่ยหรงเหยาเสียใจจนล้มป่วยไปหลายวัน เพราะว่านหนิงอวิ๋น เป็นสหายที่สนิทกับนางที่สุดในสำนักศึกษา และครอบครัวของทั้งสองเอง ก็มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน

“หลังเจ้าตายไปแล้ว ก็มาอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรือ”

หญิงสาวจับมืออีกฝ่ายด้วยความดีใจ แม้จะต้องพบกับผิดหวังในรักจากโลกแห่งความจริง ทว่าโลกหลังความตายได้พบสหายเก่า จากนี้...ตนเองก็คงไม่เหงามากนัก

“เจ้าพูดอันใดฟังแปลกพิลึก” ว่านหนิงอวิ๋นใช้หลังมือแตะที่หน้าผากของเซี่ยหรงเหยาเพื่อวัดอุณหภูมิ

“ก็ไม่ได้ป่วยนี่นา แล้วเหตุใดถึงได้เพ้อออกมากลางวันแสกๆ”

ท่าทีของสหายทำนางตกใจ หรือว่าจริงๆ แล้ว ว่านหนิงอวิ๋นยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเสียชีวิต หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่นั่นยังพบสหายร่วมเรียนอีกหลายคน รวมถึง...หลินเสวี่ยถง

“นางเองก็ตายด้วยหรือ!!”

ร่างบางลุกพรวดขึ้น พลางชี้นิ้วไปยังอีกฝ่าย

“เจ้าพูดบ้าบออันใด! ใครตาย! ไม่สบายก็ไปหาหมอ หรือให้ข้าเชิญหมอหลวงมาตรวจให้เจ้า” หญิงสาวรีบดึงสหายรักนั่งลง ท่าทีจริงจังของว่านหนิงอวิ๋น มิได้ดูเหมือนกำลังล้อเล่น ถ้าหากทุกคนยังไม่ตาย เช่นนั้นก็หมายความว่า...

ตัวนางเองได้ย้อนกลับมาแล้ว กลับมายังช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหลายเกิดขึ้น

“มะ...ไม่เป็นไร! ข้าสบายดี เพียงแต่ฝันร้ายเท่านั้น ช่างเถอะ ท่านอาจารย์กลับมาแล้ว” เซี่ยหรงเหยาปาดเหงื่อบนหน้าผาก โชคดีที่อาจารย์อวี๋เข้ามาเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ว่าตนเองจะอธิบายสิ่งที่เอ่ยก่อนหน้านี้อย่างไร

“เอาล่ะทุกคน สิ่งที่อาจารย์สอนไปเมื่อครั้งก่อน วันนี้จะทำการทดสอบ หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง” ได้ยินอาจารย์อวี๋เอ่ยเช่นนั้น เหล่าศิษย์หญิงต่างก้มหน้างุด เพราะกลัวว่าตนจะถูกเรียกไปทดสอบเป็นคนแรก

เพราะในยามปกติ หญิงสาวที่ถูกยกย่องว่าโดดเด่นที่สุดในรุ่นของนางก็คือหลินเสวี่ยถง บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการหลิน

คู่ปรับตลอดกาลของเซี่ยหรงเหยา และการทดสอบของอาจารย์อวี๋ ทุกครั้งนางจะได้รับคำชมเสมอ จึงทำให้ถูกเหล่าบุตรสาวขุนนางหมั่นไส้ ทว่าครั้งนี้กลับเปลี่ยนไป เพราะคนที่ลุกขึ้นยืนเป็นคนแรกก็คือ...เซี่ยหรงเหยา

“นี่! ทำบ้าอันใด นั่งลงเร็ว!...เจ้าคงไม่อยากถูกท่านอาจารย์อวี๋หวดเป็นคนแรกหรอกนะ” ว่านหนิงอวิ๋นดึงเซี่ยหรงเหยาให้นั่งลง

“น่าอายจะตาย”

“ไม่เป็นไร เจ้าไม่เชื่อฝีมือของข้าหรือ” ท่าทางมั่นอกมั่นใจของนาง ทำอีกฝ่ายงุนงง เพราะที่ผ่านมาต่างก็รู้ฝีมือของกันและกันดี

“เชื่อก็บ้าแล้ว! เจ้าไปเอาความมั่นใจนี้มาจากที่ใด ใครที่นี่ไม่รู้บ้างว่า ฝีมือการเล่นกู่ฉินของเจ้าห่วยเพียงใด” วานหนิงอวิ๋นกระตุกชายแขนเสื้อของสหายรักเบาๆ

“เจ้ายังเป็นสหายของข้าอยู่หรือไม่” เซี่ยหรงเหยาสะบัดออก พร้อมกอดอกด้วยท่าทีน้อยใจ

หลายปีที่นางเพียรฝึกปรือศิลปะทุกแขนง เพื่อให้เป็นที่พอใจของตวนอ๋อง และเพื่อเอาชนะหลินเสวี่ยถง ทว่ากลับถูกมองว่าเป็นเพียงเงาของนาง

ยามนี้ได้เกิดใหม่แล้ว ตนเองจะถอยห่างจากตัวหายนะทั้งสอง และใช้ชีวิตให้ดี...จะไม่ยอมถูกตีตายเหมือนชาติที่แล้วอีก

“กระซิบกระซาบอันใดกัน เซี่ยหรงเหยา! เจ้าออกมาที่นี่”

อาจารย์อวี๋ซิน สตรีผู้ถูกขนานนามว่า...เป็นปรมาจารย์ในด้านกู่ฉิน ชี้ไม้มาที่หญิงสาว สายตาคมกริบของสตรีวัยกลางคนจ้องมองพวกนาง ทำเซี่ยหรงเหยาและว่านหนิงอวิ๋นสะดุ้งพร้อมกัน

ผ่านไปสองชาติ ข้าก็ยังหวาดกลัวนางไม่เปลี่ยน แต่ก็ต้องขอบคุณท่านอาจารย์อวี๋ในชาติที่แล้ว จึงทำให้ตนเองได้เรียนรู้กู่ฉินได้เข้าใจอย่างถ่องแท้

เซี่ยหรงเหยาคิดในใจ ระหว่างที่กำลังวางนิ้วมือลงบนสายกู่ฉิน

เมื่อยามที่บทเพลงถูกบรรเลง ทุกคนที่อยู่ภายในห้องเรียน รวมถึงอาจารย์อวี๋ ต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง คนที่เรียนได้อันดับรั้งท้ายในทุกด้านอย่างเซี่ยหรงเหยา กลับมีฝีมือดีดกู่ฉินได้ไพเราะถึงเพียงนี้

“นี่มันบทเพลงอะไร! เหตุใดพวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อน ช่างไพเราะยิ่งนัก” ทุกคนต่างหันหน้ามองกัน พร้อมกระซิบกระซาบ

เซี่ยหรงเหยาแอบยิ้มในใจ

นี่เป็นเพลงที่ข้าแต่งให้มู่หรงจ้านเมื่อชาติก่อน พวกเจ้าเคยได้ยินก็แปลกแล้ว

หลังบรรเลงจนจบบทเพลง อาจารย์อวี๋เป็นคนแรกที่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับปรบมือให้นาง

“ดี! ไพเราะยิ่งนัก! เจ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังเลยสักนิด ทุกคนดูเซี่ยหรงเหยาเป็นตัวอย่าง ต้องพัฒนาตนเองให้ได้อย่างนาง หมั่นเพียรฝึกฝนฝีมือ สุดท้ายชื่อเสียงและความสำเร็จจะเป็นของทุกคน”

อาจารย์อวี๋เอ่ยชื่นชมจากใจจริง

“ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นเพราะท่านที่สั่งสอนและเข้มงวด แต่ฝีมืออ่อนด้อยของศิษย์ ยังต้องเรียนรู้จากท่านอาจารย์อีกมาก ไหนเลยจะกล้ารับคำชม”

หญิงสาวยอบกายลงอย่างอ่อนน้อม ท่าทีถ่อมตนของนาง ทำอาจารย์อวี๋ซินนึกชื่นชมในใจ

“นี่! เจ้ายังเป็นเซี่ยหรงเหยาอยู่หรือไม่ เหตุใดเล่นกู่ฉินได้ไพเราะเพียงนั้น” ว่านหนิงอวิ๋นเขย่าร่างเซี่ยหรงเหยาไปมาด้วยความตื่นเต้น

“เจ้าโง่...คนที่เคยคลั่งรักราวกับคนบ้า เมื่อใดที่ตาสว่างก็มักเก่งกาจขึ้นเสมอ” หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยท่าทีโอ้อวด ทว่าว่านหนิงอวิ๋นกลับมองมาด้วยสีหน้างุนงง

“เจ้าพูดอันใด! ข้าฟังไม่รู้เรื่อง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel