บทที่ 2 : คลื่นวิทยุแห่งความหวัง และนักเลงหน้าโรงเรียน
บทที่ 2 : คลื่นวิทยุแห่งความหวัง และนักเลงหน้าโรงเรียน
โรงอาหาร อาคาร 3 เวลา 12.15 น.
บรรยากาศโรงอาหารในยุค 90 นั้นมีความโกลาหลที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงจานชามเมลามีนกระทบกันดัง เกร็งกราง กลิ่นกะเพราไก่ฉุนกึกผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลของนักเรียนหลายร้อยชีวิตที่เบียดเสียดกันแย่งซื้อข้าว
"ป้าครับ เส้นเล็กต้มยำพิเศษ ไม่งอก!"
รันตะโกนสั่งแข่งกับเสียงรอบข้าง รับชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ มาถือไว้ในมือ ราคา 20 บาท... ใช่ อ่านไม่ผิด 20 บาท ได้ลูกชิ้นหมูอย่างดี 5 ลูก กับหมูสับลอยฟ่องเต็มชาม รันมองชามก๋วยเตี๋ยวด้วยสายตาเป็นประกาย ถ้าเป็นยุค 2026 เงิน 20 บาทคงซื้อได้แต่น้ำเปล่าขวดเดียว
เขามองหาที่ว่าง จนไปเจอโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางที่มีกลุ่มเพื่อนเก่ากลุ่มเดิมนั่งอยู่ เพื่อนกลุ่มนี้คือกลุ่มเด็กเรียนที่แสนจืดชางั้นๆ ที่ในอนาคตต่างคนต่างแยกย้ายจนแทบจำหน้าไม่ได้
"เฮ้ยรัน! ทางนี้เว้ย" 'ไอ้แว่น' (จำชื่อจริงไม่ได้แล้ว เพื่อนเรียกแต่แว่น) กวักมือเรียก
รันเดินไปนั่งลง บทสนทนาในวงข้าวหนีไม่พ้นเรื่องเกมและการบ้าน "เมื่อเช้าเห็นมึงคุยกับไอ้คิงเหรอวะ?" เพื่อนคนหนึ่งถามเสียงเบา ทำหน้าเหมือนเห็นผี "กล้าฉิบหาย กูเห็นมันมองหน้าครูฝ่ายปกครองเมื่อเช้า นึกว่าจะลุกไปต่อยครูแล้ว"
"มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นมั้ง" รันตอบพลางซดน้ำซุปร้อนๆ "แค่ขวางโลกไปหน่อย"
"หน่อยบ้านป้าแกสิ! เดือนก่อนมันเพิ่งเอาเก้าอี้ฟาดหัวเด็กช่างโรงเรียนข้างๆ เย็บไปแปดเข็ม ได้ข่าวว่าพ่อมันยัดเงินปิดเรื่องให้ ไม่งั้นโดนไล่ออกไปแล้ว"
รันฟังแล้วก็นิ่งคิด... ใช่ ข่าวลือพวกนี้มีทั้งจริงและไม่จริง คิงในสายตาคนอื่นคือขยะสังคมที่ใช้เงินพ่อแก้ปัญหา แต่รันในวัย 42 ปีที่เคยเห็นจุดจบของคิงรู้ดีกว่านั้น ลึกๆ แล้วเด็กคนนี้แค่ต้องการใครสักคนที่ "เอาอยู่" และ "เข้าใจ"
แต่ก่อนจะไปกู้ชีพคิง... เขาต้องกู้ชีพกระเป๋าตังค์ตัวเองก่อน!
เวลา 15.45 น. คาบว่างท้ายวัน
หัวใจของรันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกเสื้อนักเรียน ขณะที่เพื่อนคนอื่นกำลังจับกลุ่มดีดลูกแก้วหรือแอบอ่านการ์ตูนขายหัวเราะ รันกลับแอบเดินเลี่ยงลงมาที่ห้องภารโรงใต้อาคารเรียน
เขารู้ว่า 'ลุงสมหมาย' ภารโรงขาใหญ่ประจำโรงเรียน จะต้องเปิดวิทยุฟังผลสลากกินแบ่งรัฐบาลเวลานี้เสมอ
เสียงวิทยุ AM คลื่นแทรกซ่าๆ ดังลอดออกมาจากห้องพักครู "...รางวัลที่ 1 เลขที่ออก... 6-0-8-5-9-3..."
ไม่ใช่... รันไม่ได้สนรางวัลที่ 1 เขาสนรางวัลที่เขาจำได้แม่นต่างหาก รันยืนพิงกำแพงตึก กอดอกแน่น เหงื่อกาฬไหลซึมขมับทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนขนาดนั้น
"ต่อไปเป็นรางวัลเลขท้าย 2 ตัว..." เสียงโฆษกประกาศก้อง รันกลั้นหายใจ มือล้วงเข้าไปจับลอตเตอรี่คู่ใบนั้นในกระเป๋าเสื้อแน่น
"เลขที่ออก..." ตึกตัก... ตึกตัก... "...ห้า... สี่ (54) "
"เยส!!" รันเผลอตะโกนออกมาสุดเสียงพร้อมชูกำปั้นขึ้นฟ้า จนลุงสมหมายที่นั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องสะดุ้งโหยงโผล่หน้าออกมาดู "เป็นบ้าอะไรของเอ็งวะไอ้หนู?"
"เปล่าครับลุง! แค่... แค่ดีใจที่ทำการบ้านเสร็จ!" รันแถสีข้างถลอก ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นตึกเรียนไปด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น
ถูกแล้ว! ลอตเตอรี่คู่ละ 80 บาท รางวัลเลขท้าย 2 ตัว ได้บาทละ 1,000 (ในยุคนั้นจ่ายประมาณนี้) หรือถ้าขึ้นเงินตามแผงอาจจะโดนหักเปอร์เซ็นต์นิดหน่อย แต่รวมๆ แล้วเขาจะมีเงินสดในมือประมาณ 2,000 บาท!
สำหรับเด็กมัธยมปี 2542 เงิน 2,000 บาท คือเงินก้อนโตที่ทำอะไรได้มหาศาล ค่าข้าวทั้งเดือน... หรือเงินลงทุนก้อนแรกสำหรับแผนการใหญ่
รันยิ้มกว้างจนแก้มปริ ความมั่นใจของ "ผู้ชนะ" เริ่มเปล่งประกายออกมาจากตัวเขา นี่คือก้าวแรก... ต่อจากนี้ เขาจะไม่ใช่แค่เด็กเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาอีกต่อไป
เวลา 16.30 น. ประตูหลังโรงเรียน
รันเดินอารมณ์ดีออกมาจากตึก ตั้งใจจะแวะไปร้านหนังสือการ์ตูนหน้าโรงเรียนเพื่อหาลู่ทางธุรกิจ (รับหิ้วการ์ตูนออกใหม่) แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นความผิดปกติที่ตรอกซอยข้างโรงเรียนเสียก่อน
กลุ่มนักเรียนช่างกลสีกากี 3-4 คน กำลังยืนล้อมกรอบเด็กหนุ่มมัธยมปลายเสื้อขาวคนหนึ่งอยู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร... คิง
ปกติรันคงรีบจ้ำอ้าวหนีไปแล้ว แต่วันนี้เขามี "ออร่าคนรวย (หมาดๆ) " และ "วุฒิภาวะผู้ใหญ่" คุ้มครองอยู่ รันขยับแว่นสายตา แล้วค่อยๆ เดินย่องเข้าไปใกล้พอที่จะได้ยินบทสนทนา
"ไหนมึงบอกว่าวันนี้จะมีดอกเบี้ยมาจ่ายไงวะไอ้คิง" ชายร่างท้วมหัวโจกฝั่งตรงข้ามผลักไหล่คิง "กูบอกว่าพรุ่งนี้ วันนี้พ่อกูยังไม่โอนมา" คิงตอบเสียงแข็ง ปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างไม่เกรงกลัว ทั้งที่ตัวเองเสียเปรียบเห็นๆ
"ปากดีนักนะมึง คิดว่าเป็นลูกคนรวยแล้วกูไม่กล้ากระทืบเหรอวะ!"
ง้างหมัดเตรียมจะซัด รันประเมินสถานการณ์เร็วปรื๋อ... คิงสู้ได้แน่ แต่ถ้ามีเรื่องตรงนี้ คิงจะโดนทัณฑ์บน และอาจจะโดนไล่ออก ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบในชีวิตคิง
เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!
"เฮ้ย! พี่ชาย! มารับผมแล้วเหรอครับ!"
เสียงตะโกนใสแจ๋วของรันดังแทรกความตึงเครียด ทุกสายตาหันขวับมามองทางต้นเสียง รันวิ่งเหยาะๆ เข้ามาด้วยท่าทางดีใจโอเวอร์แอคติ้ง ทำเหมือนมองไม่เห็นบรรยากาศมาคุ เขาพุ่งเข้าไปคว้าแขนคิง (ที่กำลังยืนงง) แล้วเขย่าเบาๆ
"รอกลับบ้านตั้งนาน นึกว่าพี่ชายลืมมารับซะแล้ว... อ้าว แล้วนี่พี่ๆ เพื่อนพี่ชายเหรอครับ?" รันหันไปยิ้มตาหยีให้กลุ่มนักเรียนช่างกล "สวัสดีครับ!"
"พี่ชายห่าอะไรของมึง เพื่อนมึงเหรอไอ้คิง?" หัวโจกถามเสียงเหี้ยม
คิงกำลังจะอ้าปากด่า แต่รันบีบแขนคิงแน่นจนเจ็บ เป็นสัญญาณเตือนว่า 'หุบปากแล้วตามน้ำไป' "เอ่อ... เออ... ญาติกูเอง" คิงตอบแบบขอไปที
"ญาติแล้วไงวะ กูจะคุยธุระกับมัน มึงอย่ามาเสือก!" หัวโจกชี้หน้ารัน
รันแสร้งทำหน้าตกใจตาโต ก่อนจะยกนาฬิกา G-Shock (ของปลอมเกรดเอ) ขึ้นมาดู "แย่แล้วพี่! ป่านนี้ 'จ่าดำ' พ่อพี่คงขับรถสายตรวจมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วมั้งครับ เมื่อกี้ท่านโทรเข้าเพจเจอร์ผม บอกว่าวันนี้ท่านจะมารับเอง เห็นว่าท่านพกปืนมาด้วย... เอ้ย! ไม่ใช่สิ ท่านเอาของราชการมาตรวจงานแถวนี้พอดี"
คำว่า "จ่าดำ" และ "ปืน" และ "รถสายตรวจ" ทำให้กลุ่มนักเรียนช่างกลชะงัก ในยุค 90 อิทธิพลของตำรวจท้องที่นั้นน่ากลัวกว่ากฎหมาย นักเลงวัยรุ่นต่อให้เก๋าแค่ไหน ก็ไม่อยากมีเรื่องกับลูกตำรวจ
"พ่อมึงเป็นตำรวจเหรอวะ?" หัวโจกถามหน้าเลิ่กลั่ก หันไปมองคิง
คิงเองก็งง พ่อเขาเป็นนักธุรกิจสีเทา ไม่ใช่ตำรวจ แต่พอเห็นสายตามั่นใจของไอ้แว่นข้างตัว เขาก็เลยเออออ "เออ... พ่อกูจะมาแล้ว พวกมึงจะอยู่รอสวัสดีพ่อกูไหมล่ะ?"
นักเรียนช่างกลมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บรรยากาศเริ่มไม่ดี เสียงไซเรนรถพยาบาลดังแว่วๆ มาจากถนนใหญ่ (ซึ่งประจวบเหมาะพอดี) ยิ่งทำให้พวกมันจิตตก
"ฝากไว้ก่อนนะมึง! พรุ่งนี้มึงต้องเอาเงินมา ถ้าเบี้ยวอีกกูเอาตาย!" หัวโจกชี้หน้าคาดโทษ ก่อนจะพากันรีบเดินหนีออกไปทางปากซอยอย่างรวดเร็ว
เมื่อลับหลังพวกนักเลง รันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยมือจากแขนคิงจนแทบจะทรุด ขาสั่นพั่บๆ ... แมนแค่ไหนก็กลัวตีนเหมือนกันโว้ย!
คิงหันมามองไอ้เพื่อนร่วมห้องตัวแสบด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาดูถูกเหมือนเมื่อเช้า แต่เป็นสายตาของความ "สงสัย" และ "ทึ่ง"
"มึงรู้ได้ไงว่าพ่อกูไม่ใช่ตำรวจ?" คิงถามเสียงห้วน "ไม่รู้" รันยักไหล่ ปรับท่าทีกลับมานิ่งสุขุม "ก็แค่โม้ ถ้าพวกมันไม่เชื่อ ฉันก็แค่วิ่ง นายก็แค่โดนตีน... ก็แฟร์ดีออก"
"ไอ้..." คิงกัดฟันกรอด อยากจะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก เพราะไอ้บ้านี่เพิ่งช่วยเขาไว้ "แล้วมึงมาช่วยกูทำไม?"
รันขยับแว่นสายตา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของคิง "เพราะนายติดหนี้ฉันอยู่"
"กูไปติดหนี้มึงตอนไหน!?"
"ติดหนี้ 'ค่าพลาสเตอร์' เมื่อเช้าไง..." รันยิ้มกวนประสาท "แล้วก็... ฉันไม่ชอบเห็นใครโดนรังแกต่อหน้า มันเสียบรรยากาศตอนเดินกลับบ้าน"
พูดจบ รันก็กระชับกระเป๋านักเรียนแล้วเดินผิวปากจากไป ทิ้งให้คิงยืนอ้าปากค้างอยู่กลางซอย ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจของอันธพาลหนุ่ม... ความรู้สึกที่ว่า "ไอ้แว่นนี่... มันน่าค้นหาชะมัด"
แต่สิ่งที่คิงไม่รู้ คือภายใต้ท่าทางเท่ๆ นั้น รันกำลังเดินกำมือแน่น เหงื่อท่วมมือ รอดแล้วโว้ย! เกือบไปแล้วไอ้รัน เอาน่ะ... อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ใจว่าที่ CEO ไปเปราะนึงแล้ววะ!
