บทที่ 1 : กลิ่นข้าวไข่เจียวและเลขท้ายวัดใจ
บทที่ 1 : กลิ่นข้าวไข่เจียวและเลขท้ายวัดใจ
"รัน! ลงมาได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก รถรับส่งมารอแล้วนะลูก!"
เสียงตะโกนหวานๆ แตาทรงพลังของ "แม่จิน" ดังทะลุประตูไม้เข้ามาปลุกภวังค์ของคนเพิ่งตื่น ศรัณย์ หรือ รัน ในร่างเด็กหนุ่มวัย 17 ปี สะดุ้งเฮือก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เต็มปอด กลิ่นหอมของน้ำมันเจียวไข่ลอยคลุ้งขึ้นมาจากชั้นล่าง... กลิ่นที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานเกือบสิบปีหลังจากแม่เสียชีวิตไปในโลกอนาคต
น้ำตาของชายวัยกลางคนในร่างเด็กคลอหน่วยขึ้นมาทันที รันรีบปาดมันทิ้งก่อนจะรวบรวมสติ เขาคว้ากระเป๋านักเรียน Jacob ใบแบนลีบ (เทรนด์ยอดฮิตที่ต้องบีบกระเป๋าให้แบนที่สุดถึงจะเท่) เดินลงบันไดบ้านไม้กึ่งปูนด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
ภาพแรกที่เห็นคือแม่ในวัยสาว... หรืออย่างน้อยก็สาวกว่าภาพจำครั้งสุดท้าย แม่กำลังตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จาน สวมชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ รอยยิ้มที่ยังไม่มีความกังวลเรื่องหนี้สินระบายอยู่บนใบหน้า
"มัวแต่ยืนเหม่ออะไร รีบกินข้าวเร็วเข้า วันนี้มีไข่เจียวหมูสับของโปรดเรานะ"
รันเดินเข้าไปสวมกอดแม่จากด้านหลังแน่นจนคนเป็นแม่เซถลา "ว้าย! เจ้าลูกคนนี้ เป็นอะไรเนี่ย อ้อนแต่เช้าเชียว" แม่จินบ่นอุบแต่ก็ลูบหัวลูกชายเบาๆ "เปล่าครับ... แค่คิดถึงแม่" รันตอบเสียงอู้อี้ ซุกหน้าลงกับไหล่เล็กๆ ที่แบกรับภาระมาตลอดชีวิต
"เพ้อเจ้อ รีบกินเร็ว เดี๋ยวเจ้าก้องมันบีบแตรเรียกอีกรอบชาวบ้านจะด่าเอา"
รันนั่งลงกินข้าวไข่เจียวมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต รสชาติเค็มปะแล่มของน้ำปลาพริกและความกรอบนอกนุ่มในของไข่เจียวฝีมือแม่ มันคือรสชาติของ "บ้าน" ที่แท้จริง
ระหว่างกินข้าว สายตาของรันเหลือบไปเห็นปฏิทินแขวนผนังรูปดาราจีน วันที่ 16 พฤษภาคม 2542
ช้อนในมือชะงักกึก วันที่ 16... วันหวยออกนี่หว่า!
สมองระดับเกียรตินิยม (ที่เคยล้มเหลว) ของเขาเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในชาติก่อน รันจำได้แม่นว่าช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ ข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มักจะลงข่าวคนถูกหวยรางวัลที่ 1 เป็นว่าเล่นเพราะคนหวังพึ่งดวง เขาจำรางวัลที่ 1 ไม่ได้หรอก... ใครจะไปจำตัวเลขย้อนหลังได้ตั้ง 20 กว่าปี
แต่... เขามี "เลขฝังใจ" อยู่งวดหนึ่ง เลขท้าย 2 ตัวของงวดนี้!
จำได้เพราะในอดีต วันนี้เป็นวันที่เขาทำเงิน 500 บาทที่แม่ให้ไปจ่ายค่ากิจกรรมโรงเรียนหาย แล้วมารู้ทีหลังว่าถ้าเอาเงินนั้นไปซื้อหวยเลขท้ายวันเกิดตัวเอง เขาจะถูกรางวัลและมีเงินคืนแม่ เขาเจ็บใจจนจำฝังหัวมาตลอดชีวิตว่าเลขที่ออกคือ "54"
"แม่ครับ..." รันวางช้อนลง ทำใจดีสู้เสือ "ผมขอเงินเพิ่มสักร้อยนึงได้ไหมครับ พอดีต้อง... เอ้อ... ซื้ออุปกรณ์ทำบอร์ดวิทย์ครับ"
"หือ? เมื่อวานก็เพิ่งให้ไปไม่ใช่เหรอ" แม่จินขมวดคิ้ว แต่เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของลูกชายสุดที่รัก นางก็ใจอ่อน ควักธนบัตรใบละหนึ่งร้อยบาทสีแดงสดออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อน "เอ้า! ใช้ให้มันประหยัดๆ หน่อยนะ เศรษฐกิจมันไม่ค่อยดี"
"ขอบคุณครับแม่! รันรักแม่ที่สุดในโลกเลย!" รันไหว้แม่อย่างสวยงามก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากบ้าน
เป้าหมายแรกของเช้านี้ไม่ใช่โรงเรียน... แต่เป็นแผงขายลอตเตอรี่หน้าปากซอย!
บรรยากาศการเดินทางไปโรงเรียนในยุค 90 เต็มไปด้วยมนต์ขลัง รถสองแถวสีฟ้าคันใหญ่เปิดเพลงลูกทุ่งดังลั่นทุ่ง ลมโกรกหน้าต่างตีเข้าหน้าจนผมเสียทรง นักเรียนชายหญิงนั่งเบียดกันไหล่ชนไหล่ ไม่มีใครก้มหน้าเล่นมือถือ ทุกคนต่างพูดคุยหยอกล้อกันเสียงดังเซ็งแซ่
รันนั่งมองวิวข้างทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ ร้านเช่าวิดีโอ TSUTAYA, ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มีคนยืนต่อคิว, ร้านขายเทปคาสเซ็ทที่เปิดเพลง 'โธ่เอ๊ย' ของ Bazoo ดังกระหึ่ม ทุกอย่างคือความทรงจำที่มีชีวิต
เมื่อรถจอดหน้าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด รันรีบกระโดดลงรถแล้วพุ่งตรงไปที่แผงขายลอตเตอรี่ของคุณป้าตาบอดขาประจำ
"ป้าครับ มีเลข 54 ไหมครับ" "54 เหรอ... เดี๋ยวป้าดูให้" ป้าควานมือไปบนแผงไม้
รันยืนลุ้นตัวโก่ง ถ้าความทรงจำเขาไม่ผิดพลาด เลขนี้ต้องมาแน่ๆ เงิน 100 บาทในยุคนี้มีค่ามหาศาล ซื้อข้าวได้ 4-5 จาน ถ้าเขาเอามาละลายแม่น้ำ เขาคงต้องเขกกะโหลกตัวเอง
"มีจ้ะ เหลือชุดคู่พอดี ใบละ 80 นะลูก" สมัยนั้นลอตเตอรี่ยังขายคู่ละ 80 บาท (คู่ฉบับละ 40) รันรีบควักแบงก์ร้อยจ่ายทันที เงินทอน 20 บาทเก็บไว้กินข้าวเที่ยง
"ขอให้รวยนะพ่อหนุ่ม" สาธุครับป้า... ถ้าถูกงวดนี้ เดี๋ยวผมมาเหมาป้าอีกแน่ รันยิ้มกว้าง เก็บกระดาษแห่งความหวังใส่กระเป๋าเสื้อนักเรียนอย่างระมัดระวัง
ห้อง ม.5/2
เสียงจอแจดังลอดออกมาจากห้องเรียนชั้นสอง รันเดินมาหยุดที่หน้าประตู หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนเก่า... แต่เพราะเขากำลังจะได้เจอ "คนคนนั้น"
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง บรรยากาศคุ้นเคยก็ปะทะหน้า กลิ่นชอล์ก กระดานดำที่เต็มไปด้วยรอยลบเวรประจำวัน และกลุ่มนักเรียนชายที่จับกลุ่มเล่นดีดลูกแก้วหรือคุยเรื่องเกม Ragnarok ที่เพิ่งเริ่มฮิต (หรือ Counter Strike ในร้านเกม)
สายตาของรันกวาดมองไปที่ "หลังห้อง" โดยสัญชาตญาณ
ที่มุมห้องติดหน้าต่าง โต๊ะเรียนตัวสุดท้ายมีร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนฟุบอยู่กับโต๊ะ ขายาวๆ พาดเกะกะออกมานอกเก้าอี้ ผมสีดำสนิทซอยรากไทรนิดๆ ตามสมัยนิยม ผิวขาวจัดที่ดูขัดกับรอยฟกช้ำจางๆ ที่มุมปาก
คณิน อัศวเดชา หรือ คิง
รันกลืนน้ำลายลงคอ ภาพศพในข่าวเมื่อคืนซ้อนทับกับภาพเด็กหนุ่มที่กำลังหายใจเข้าออกสม่ำเสมอตรงหน้า ความรู้สึกผิดและความโหยหาตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก
เขาสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะของตัวเอง... ซึ่งโชคชะตาเล่นตลกให้มันคือ "โต๊ะข้างๆ" ของคิงนั่นเอง
ครืด... เสียงลากเก้าอี้ไม้ดังลั่นห้อง ทำให้คนที่กำลังนอนหลับสบายขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ คิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากวงแขน ดวงตาเรียวรีสีดำขลับตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาขวางโลก
"จะเสียงดังหาพ่องเหรอวะ" น้ำเสียงแหบพร่ายามตื่นนอนแต่แฝงความดุดันเอ่ยขึ้น
เป็นคนอื่นคงกลัวหัวหด แต่สำหรับรันในร่างผู้ใหญ่... เขากลับมองว่าท่าทางแบบนั้นมันเหมือน "ลูกหมาที่พยายามขู่ราชสีห์" มากกว่า
"โทษที..." รันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผิดวิสัยคนขี้กลัวในอดีต เขานั่งลง จัดกระเป๋า แล้วหันไปสบตากับคิงตรงๆ "เมื่อคืนหนักมาเหรอ สภาพดูไม่ได้เลยนะ"
คิงชะงัก เลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ปกติไอ้เด็กเรียนแว่นหนาหน้าจืดข้างโต๊ะนี่ไม่เคยกล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ แค่เขาหายใจแรงใส่มันก็ตัวสั่นแล้ว วันนี้มันกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน?
"เสือก" คิงสวนกลับสั้นๆ หวังจะตัดบทแล้วนอนต่อ
แต่รันไม่ยอมจบ เขายล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบ "พลาสเตอร์ยา" (ที่ติดกระเป๋ามาโดยบังเอิญ) ออกมา แล้ววางแปะลงบนโต๊ะของคิง ตรงหน้าเจ้าตัวพอดี
"มุมปากแตก เลือดซิบแล้ว แปะซะ เดี๋ยวเชื้อโรคเข้า"
คิงมองพลาสเตอร์ลายการ์ตูนปัญญาอ่อนสลับกับหน้าเพื่อนร่วมห้อง นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างจับผิด "มึงต้องการอะไร?"
รันเท้าคางมองหน้าอีกฝ่าย ยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าจืดชืดของเขากลับดูมีเสน่ห์ลึกลับขึ้นมาอย่างประหลาด "เปล่า... แค่เห็นว่าหน้าหล่อๆ แบบนาย ถ้ามีแผลเป็นมันน่าเสียดาย"
"..." คิงถึงกับไปไม่เป็น คำพูดที่เหมือนจะชมแต่ก็เหมือนจะกวนประสาทนั่นมันอะไรกัน?
"เก็บไว้เถอะ ไม่ต้องขอบใจ" รันตัดบท หันกลับมาสนใจหยิบหนังสือเรียนวิชาสังคมขึ้นมาวาง เตรียมตัวเรียนคาบแรก ทิ้งให้คิงนั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ข้างหลัง
รันแอบลอบยิ้ม ยกที่ 1... การเปิดตัวถือว่าผ่าน
เขาไม่ได้ต้องการเป็นเพื่อนที่แสนดีที่ยอมให้ข่มอีกต่อไป แต่เขาจะเป็น "คนเดียว" ที่กล้าเดินเข้าไปในพื้นที่อันตรายของคณิน อัศวเดชา และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย... ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น บอกเวลา 08.30 น. ชีวิตมัธยมปลายรอบที่สองของศรัณย์ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ พร้อมกับลอตเตอรี่ในกระเป๋าเสื้อ และภารกิจปั้นเด็กเปรตข้างโต๊ะให้กลายเป็นผู้เป็นคน!
