บท
ตั้งค่า

6

เจียพ่านเช็ดเลือดที่เปื้อนตรงฝ่ามือบางด้วยสายตาที่เย็นชา รัศมีความเลือดเย็นที่แพ่ซ่านออกมา ทำเอาอาอี่กลัวจนแทบร้องไห้

"เป็นอะไรไป?" เจียพ่านเอ่ยถามอาอี่เสียงเรียบ

อาอี่ยืนตัวสั่นเอ่ยตอบตะกุกตะกัก "เหตุใดคุณหนูถึงน่ากลัวขนาดนี้เจ้าคะ"

เจียพ่านยิ้ม แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเอ็นดู "จะคุมคนให้อยู่หมัด หากมัวแต่ทำตัวอ่อนแอเป็นลูกแกะ มีหรือที่พวกหมาป่าจะเกรงใจ?"

​เจียพ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว นางขยับเข้าไปใกล้ อาอี่ สาวใช้คนสนิทที่ภักดีกับนางและท่านแม่มาโดยตลอด มือบางที่เพิ่งเช็ดคราบเลือดจนสะอาดหมดจด เอื้อมไปลูบแก้มที่สั่นระริกของอาอี่อย่างเบามือ

​"ชาติก่อน... เอ่อ ไม่ใช่สิ ที่ผ่านมา ข้ายอมอ่อนข้อให้พวกมันมาตลอด ผลที่ได้คืออะไร? ท่านแม่ต้องนอนป่วยเจ็บออดๆ แอดๆ ส่วนข้าก็ถูกพวกมันเหยียบย่ำราวกับเศษขยะ... อาอี่ เจ้าอยากให้พวกเรากลับไปโดนรังแกเหมือนเมื่อก่อนอย่างนั้นหรือ?"

​อาอี่ส่ายหน้าพัลวันทันที น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งและหวาดหวั่นไปพร้อมกัน "ไม่อยากเจ้าค่ะ! อาอี่ไม่อยากให้ใครมารังแกคุณหนูกับฮูหยินใหญ่อีกแล้ว!"

​"ถ้าเช่นนั้นก็จำเอาไว้..." เจียพ่านยกลูกคลื่นยิ้มหวาน ทว่าแววตาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง "ความนุ่มนวลมีไว้ใช้กับคนที่รักเรา ส่วนความเหี้ยมโหด... มีไว้ใช้กับศัตรูเท่านั้น"

​เจียพ่านกวาดสายตามองเหล่าบ่าวไพร่ที่ยังคงคุกเข่าเอาหน้าแนบพื้น ตัวสั่นเทาอยู่รอบลานเรือน นางเอ่ยสั่งเสียงเรียบแต่ทรงพลังกังวาน

​"อาอี่... ไปสั่งหอครัวกลาง ให้จัดสำรับอาหารที่ดีที่สุด ของบำรุงที่ประณีตที่สุดมาให้ท่านแม่ของข้า หากพวกมันดื้อแพ่งหรือชักช้าแม้แต่ครึ่งก้านธูป... บอกพวกมันว่า ข้าจะลงไปคิดบัญชีถึงในหอครัวด้วยตัวเอง!"

​"จ้ะ... เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่!" อาอี่รีบขานรับด้วยความฮึกเหิม นัยน์ตาที่เคยหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น นางเช็ดน้ำตาแล้วรีบวิ่งมุ่งตรงไปทางหอครัวกลางทันที

​เจียพ่านทอดสายตามองแผ่นหลังของสาวใช้คนสนิท ก่อนจะหันกลับมามองสาวใช้คนสนิทของฮูหยินรองที่นอนสลบจมกองเลือดอยู่บนพื้น นางใช้ปลายเท้าสะกิดร่างมันเบาๆ แล้วเอ่ยกับบ่าวชายสองคนที่คุกเข่าอยู่ใกล้ๆ

​"พามันกลับไปคืนฮูหยินรอง... บอกนางด้วยว่า นี่คือ 'ของขวัญตอบแทน' จากข้า สำหรับอาหารมื้อเช้าอันแสนงดงามนี้!"

เมื่อบ่าวชายสองคนหามร่างที่บวมปูดเลือดโซมหน้าของสาวใช้คนสนิทกลับมาทิ้งไว้หน้าเรือนใหญ่ ฮูหยินรอง ที่กำลังนั่งจิบชาอย่างอารมณ์ดีถึงกับถ้วยชาหลุดมือแตกกระจาย!

"เกิดอะไรขึ้น! "

สาวใช้อีกคนรีบเอ่ยตอบ "เป็นฝีมือของคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ นางยังบอกอีกว่า นี่คือของขวัญตอบแทนสำหรับอาหารเช้าเจ้าค่ะ"

​ดวงตาของนางฉานแววโทสะรุนแรง ความอับอายและเคืองแค้นพุ่งสูงถึงขีดสุดเมื่อเห็นสภาพสาวใช้ของตนเองโดนตบจนหน้าบวมยับและยัดเศษอาหารใส่ปากจนแทบสิ้นใจ

​"นางกล้าอวดดีเช่นนี้ได้อย่างไร!" ฮูหยินรองตบโต๊ะดัง ปัง! กรีดร้องเสียงแหลม "ไปลากตัวนางมาหาข้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะสั่งเฆี่ยนนางให้รู้สำนึก เอาให้นางรู้ว่าในจวนแห่งนี้ใครกันแน่ที่เป็นใหญ่!"

​ทว่ายังไม่ทันที่บ่าวไพร่จะทันได้ออกไป เจียพ่านก็ก้าวเท้าผ่านประตูเรือนเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาสีหมึกเรียบเฉียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวแม้แต่น้อย อาอี่เดินตามหลังมาด้วยท่าทีผ่าเผย

​"ไม่ต้องลำบากคนของท่านหรอกเจ้าค่ะ... ข้าเดินมาหาท่านถึงที่แล้ว" เจียพ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มุมปากยกยิ้มพรายอย่างเย้ยหยัน

​"เจียพ่าน! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายคนของข้า!" ฮูหยินรองชี้นิ้วที่สั่นระริกด้วยความโมโหใส่หน้าเจียพ่าน "บ่าวผิดอะไรเจ้าถึงได้ทำร้ายนางจนมีสภาพเช่นนี้! ไร้กิริยามารยาท แม่ของเจ้าคงไม่เคยสั่งสอนสินะ พวกเจ้าไปเอาแส้มา! ข้าจะสั่งสอนกฎของจวนให้เจ้าเอง!"

​"กฎของจวนหรือเจ้าคะ?" เจียพ่านหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ใสกังวานแต่ฟังแล้วชวนให้ขนหัวลุก นางก้าวเข้าไปหาฮูหยินรองทีละก้าว นัยน์ตาทอดมองสตรีตรงหน้าดุจมองสิ่งของชั้นต่ำ

​"ข้าทำผิดอันใดงั้นหรือเจ้าคะ บ่าวไพร่ทำผิด คนเป็นนายก็ต้องสั่งสอน ข้าทำมิถูกหรอกหรือเจ้าคะ"

​ฮูหยินรองชะงักกึก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด

"แต่นางเป็นบ่าวของข้า เจ้ามีสิทธิ์อันใดสั่งสอนนาง อีกอย่างผู้ที่คุมตระกูลนี้คือข้า ไม่ใช่แม่ที่ติดเตียงรอวันตายของเจ้า"

เจียพ่านไม่โกธรแถมยังยิ้มเยาะ

​"ข้าคือ คุณหนูใหญ่ ของตระกูลจ้าว เป็นบุตรสาวสายตรงของฮูหยินใหญ่กับท่านพ่อ และแม่ของข้าก็ยังเป็นสตรีชั้นสูงที่ได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้!" เจียพ่านเชิดหน้าขึ้น เอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นจิกกัดทีละคำอย่างเจ็บแสบ "ส่วนท่าน... ก็เป็นเพียงหญิงที่ระเห็จเข้ามาหลังบ้าน ชูคอชูตาขึ้นมาได้เพราะท่านแม่ล้มป่วยเท่านั้น! บ่าวไพร่ชั้นต่ำที่กล้าเอาน้ำคลำเศษอาหารไปลบหลู่ฮูหยินใหญ่ ข้าไม่ตัดมือตัดลิ้นมันก็นับว่าเมตตาแล้ว!"

​"เจ้า... เจ้าปากกล้านัก ยังไงเสียข้าก็เป็นฮูหยินรองของจวนนี้ เจ้าไม่มีสิทธิ์มาดูหมิ่นข้า!" ฮูหยินรองตัวสั่นเทา หน้าดำหน้าแดงด้วยความแค้น "และตอนนี้แม่ของเจ้าก็ไม่สามารถดูแลเรือนนี้ได้ เช่นนั้นอำนาจปกครองเรือนหลังก็คือข้า! เจ้าเองก็ต้องก้มหัวให้ข้า! "

​เจียพ่านยิ้มหวานเย้ยหยัน สายตามองเครื่องประดับทองบนศีรษะของฮูหยินรองอย่างสมเพช

​"ตั้งแต่ที่ข้าจำความได้ ท่านก็ไม่เคยสั่งให้เจียเพ่ยก้มหัวคำนับให้ท่านแม่ของข้าเลยนี่เจ้าคะ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ถ้าให้อยากให้ข้าก้มหัว ท่านก็สั่งเจียเพ่ยให้โขกหัวคำนับท่านแม่ข้าสักร้อยทีเป็นอย่างไรเจ้าคะ"

ฮูหยินรองโกธรจัดจนเลือดขึ้นหน้า "เจียพ่าน! "

เจียพ่านโน้มใบหน้ามาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า " จำใส่หัวของท่านไว้ให้ดีนะเจ้าคะ... ตราบใดที่ท่านแม่ของข้ายังไม่สิ้นลม ท่านก็เป็นได้แค่ 'เมียน้อย' ที่ต้องคุกเข่าเคารพฮูหยินใหญ่ตามกฎจวน! หากบ่าวคนไหนของท่านกล้าลบหลู่ท่านแม่ของข้าอีก ข้าจะไม่เพียงแต่ถอนฟันมัน... แต่ข้าจะลากตัวท่านและบ่าวของท่าน ไปฟ้องต่อศาลให้คนทั้งเมืองหลวงหัวเราะเยาะ ว่าอนุภรรยาจวนจ้าวไร้การอบรม กล้าข่มเหงภรรยาหลวง!"

​"เจ้า!" ฮูหยินรองกรีดร้องอย่างหมดคราบกุลสตรี เงามือจะยกขึ้นตบหน้าเจียพ่านด้วยความคลั่ง

​ทว่า เจียพ่านกลับเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของฮูหยินรองไว้กลางอากาศ! บีบแน่นจนกระดูกข้อมือของสตรีวัยกลางคนร้องกวนด้วยความเจ็บปวด!

​เจียพ่านโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ใบหน้างดงามสะพรั่งทว่าสายตาอำมหิตดุจพญามัจจุราช กระซิบข้างหูฮูหยินรองด้วยน้ำเสียงเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ

​"อย่าเอาฝ่ามือต่ำๆ ของท่านมาแตะต้องข้า... เพราะชาตินี้ สิ่งใดที่พวกท่านเคยแย่งชิงไปจากข้าและท่านแม่ ข้าจะลากพวกท่านมาคุกเข่าถอนคืนทีละชิ้น... เริ่มจากตำแหน่งผู้นำเรือนหลังที่ท่านโปรดปราณก่อนเลยเป็นอย่างไร!"

​พูดจบ เจียพ่านก็สะบัดข้อมือของฮูหยินรองทิ้งอย่างแรง จนร่างของฮูหยินรองลอยไปกระแทกกับเก้าอี้ไม้เซถลาทรงตัวไม่อยู่!

​"ไปกันเถอะอาอี่... อยู่ตรงนี้นานๆแล้วข้ารู้สึกเวียนหัวจนอยากจะอาเจียน"

​เจียพ่านหมุนตัวเดินสะบัดชายผ้าออกจากเรือนใหญ่ไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ฮูหยินรองกรีดร้องด้วยความคลั่งและหวาดกลัวอยู่ลำพัง ท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่ที่ยืนตัวสั่นระริก ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากช่วยเจ้านายของตนเองแม้แต่คนเดียว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel