บท
ตั้งค่า

7

​ยามสู่ ตรอกลึกด้านหลังหอสุราจิ้งอินอันเงียบสงบ ไร้ผู้คนสัญจร มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องกระทบกำแพงอิฐเก่า

​ร่างของ 'จ้าวเจียเพ่ย' ในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนยืนสลับเท้าด้วยความกระวนกระวาย ใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้รับจดหมายนัดพบจาก 'ฉินสวิน' คุณชายแห่งจวนอู่ชางโหวที่นางแอบรักและพยายามแย่งชิงมาจากเจียพ่าน

​ไม่นานนัก ร่างสูงโปร่งของฉินสวินก็ปรากฏขึ้น เขาเข้ามารวบร่างของเจียเพ่ยเข้าไปโอบกอดไว้แน่นด้วยความรักใคร่ลุ่มหลง

​"เพ่ยเอ๋อร์... ข้าคิดถึงเจ้านัก" เสียงทุ้มเปรยกระซิบข้างหู

​"ท่านพี่สวิน..." เจียเพ่ยเอ่ยเสียงหวานซบหน้าลงกับอกกว้าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะประคองใบหน้างดงามของนางขึ้นมาแล้ว โน้มริมฝีปากลงประทับจูบอย่างหวานซึ้งและดูดดื่ม ท่ามกลางความเงียบสงัด ทั้งสองโอบกอดแนบชิด พะนอเอาใจกันอย่างไม่อับอายต่อฟ้าดิน โดยไม่รู้เลยว่าจดหมายที่เรียกพวกตนมาในคืนนี้... ไม่ใช่ลายมือของอีกฝ่าย แต่เป็นผลงานการเลียนลายมืออันเนียนกริบของจ้าวเจียพ่าน!

​บนชั้นสองของอาคารร้างฝั่งตรงข้าม...

​จ้าวเจียพ่านยืนกอดอก มองภาพชายชั่วหญิงชั่วที่กำลังนัวเนียกันด้วยสายตาเย็นชาเรียบราบ ข้างกายของนางคือ 'นักวาดภาพฝีมือดี' ที่นางจ้างวาดด้วยทองคำตลับใหญ่ มือของนักวาดสะบัดพู่กันบนกระดาษซวนจื่ออย่างรวดเร็วและพริ้วไหว

​พู่กันกินน้ำหมึกถ่ายทอดเรือนร่าง โครงหน้า ใบหน้าหลงใหลของฉินสวิน และเรือนร่างที่กำลังซบเคลิบเคลิ้มของจ้าวเจียเพ่ย ขณะกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม... งดงาม สมจริง และชัดเจนจนจำได้ทันทีว่าเป็นใคร! เจียพ่านยืนมองชายหญิงที่กำลังอิงแอบกัน ด้วยแววตาที่เย็นชาแฝงสะใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่จากอีกฝั่งของหอคอย

​"เสร็จแล้วขอรับคุณหนู... วาดตามที่เห็นทุกรายละเอียด ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย" นักวาดส่งยิ้มให้

​เจียพ่านทอดสายตามองรูปวาด มุมปากยกลูกคลื่นยิ้มอำมหิต "ดีมาก...นำรูปนี้ไปติดไว้ที่หน้าประตูจวนอู่ชางโหวให้ทันก่อนรุ่งสาง!"

จ้าวเจียพ่านเดินกลับจวนไปตามตรอกขนานยาว ท่ามกลางความเงียบสงัดและลมราตรีที่พัดผ่าน ไร้ซึ่งร่องรอยของผู้คน มีเพียงแสงจันทร์ส่องกระทบเงาร่างบางของนางที่ย่างก้าวอย่างเงียบเชียบ

​ทว่าจู่ๆ เสียงก้าวเท้าโซเซของชายขี้เมาสองคนก็ดังขึ้นจากมุมมืด ทันทีที่พวกมันเห็นนาง ยมทูตขี้เมาทั้งคู่ก็รีบก้าวเข้ามาล้อมขวางทางไว้ นัยน์ตาทะเล้นจ้องมองเรือนร่างหงส์งามอย่างถือดี

​"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้... หญิงงามมาเดินมืดๆ คนเดียวมันอันตรายนักนะจ๊ะ ให้พี่ชายไปส่งดีกว่าไหม?" ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยาบโลน

​แม้ว่าจิตใจของเจียพ่านจะสุขุมเด็ดเดี่ยวสักเพียงใด แต่ยามนี้ในคราบสตรีตัวคนเดียว ไร้ซึ่งบ่าวไพร่ติดตาม นางย่อมไม่ประมาท เจียพ่านไม่คิดพูดพร่ำไร้สาระ รีบถอยหลังเพื่อหาทางเลี่ยงทันที!

​หมับ!

​ทว่าแผ่นหลังบางกลับถอยไปชนเข้ากับ แผงอกกว้างแข็งแกร่ง ของใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างจัง! กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ผสมกลิ่นชาล้ำค่าลอยมาปะทะจมูก

​เจียพ่านชะงักกึก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ... นัยน์ตาเรียวสวยสบประสานเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของ เซียวเยี่ยนเฉิง บุรุษสูงศักดิ์ที่นางเพิ่งใช้แผนการยั่วยวนไปเมื่อไม่กี่วันก่อน! เขาจ้องมองนางลงมาเงียบๆ นัยน์ตาล้ำลึกยากจะคาดเดาความรู้สึก

​ยังไม่ทันที่เจียพ่านจะเอ่ยสิ่งใด ชายขี้เมาที่เห็นร่างสูงใหญ่ก็ตวาดเอ่ยขัดจังหวะอย่างไม่กลัวตาย "เจ้าเป็นใครกัน! อย่ามายุ่งเรื่องของ..."

​ยังไม่ทันที่ชายอีกคนจะได้เอ่ยเสริม เซียวเยี่ยนเฉิงก็ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาคมกริบฉาย รังสีอำมหิตอันเข้มข้น พุ่งพล่านออกมาส่องกระทบแสงจันทร์ยามค่ำคืน บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงราวกับน้ำแข็งเคี่ยว รังสีฆ่าฟันกดทับจนชายขี้เมาทั้งสองถึงกับ สร่างเมาในทันที!

​ใบหน้าหยาบโลนซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ทั้งคู่ทรุดกายลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นดัง ปัก!

​"ชะ... ชินอ๋อง!"

​เซียวเยี่ยนเฉิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากลับดังก้องและหนักแน่นปานพญายมราช "รู้แล้วหรือว่าข้าเป็นใคร... เช่นนั้นยามนี้ทำเป็นกลัว เหตุใดเมื่อครู่ยามกล้ายุ่งกับ 'ผู้หญิงของข้า' ถึงไม่รู้จักกลัวตาย?!"

เจียพ่านอึ้งตะลึงในคำพูดของเขาและยังจ้องเขาไม่วางตา

​ชายขี้เมาโขกศีรษะละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "กระหม่อมตาบอด! กระหม่อมไม่ทราบจริงๆ พะย่ะค่ะ! ท่านอ๋องได้โปรดเมตตา อภัยให้ผู้น้อยด้วยเถิดพะย่ะค่ะ!"

​เซียวเยี่ยนเฉิงตวาดคำเดียวด้วยน้ำเสียงกร้าวทรงอำนาจ

​"ไสหัวไปซะ!"

​สิ้นคำสั่ง ชายขี้เมาทั้งสองก็รีบลุกขึ้นตะเกียกตะกายล้มลุกคลุกคลาน วิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต... เหลือไว้เพียงความเงียบสงัด เจียพ่านรีบผละตัวออก "ขอบคุณท่านอ๋องที่ช่วยเหลือ ไม่คิดว่าจะเจอท่านในเวลานี้"

เซียวเยี่ยนเฉิงเอ่ย "ข้าเป็นบุรุษออกมาเดินตรวจตราเป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าเป็นสตรีออกมาเดินข้างนอกกลางดึกเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจกว่าหรอกหรือ"

เจียพ่านตอบ "ข้าเพียงออกมาเดินสูดอากาศเพียงเพราะนอนไม่หลับก็เท่านั้น"

ชายหนุ่มเชยคางของนางขึ้นมาให้สบตากับเขาตรงๆ "รู้หรือไม่ว่าคนที่กล้าโกหกข้าจะมีโทษเช่นไร"

เจียพ่านยิ้ม "เช่นไรหรือเจ้าคะ" น้ำเสียงของนางแฝงความท้าทายและยั่วยวน

ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม "ข้าไม่เคยพบเห็นสตรีเช่นเจ้ามาก่อน ภายนอกดูใสซื่อ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยแผนการ"

เจียพ่านยิ้ม "ท่านดูคนออกได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ หรือว่าท่านเองก็เป็นเหมือนกัน"

เซียวเยี่ยนเฉิงกระตุกยิ้มก่อนจะรวบเอวบางของนางไว้แล้วกระชับอ้อมแขนจนผิวเนื้อแนบชิดกัน จนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงอยู่ภายในอกของนาง

" เหตุใดเจ้าถึงใจเต้นแรงเพียงนี้เล่า"

เขาเอ่ยแกมหยอกเย้าเมื่อเห็นว่านางทำหน้าตกใจเมื่อครู่ นางไม่ขัดขืนและยังยิ้ม "นี่ก็ดึกมากแล้ว อีกอย่างข้าก็เป็นสตรีที่มีคู่หมั้นแล้ว ถ้าใครมาเห็นเข้า ท่านจะดูไม่ดีนะเจ้าคะ"

ชายหนุ่มยิ้ม "แล้ววันก่อนที่เจ้ายั่วยวนข้า ใยเจ้าถึงไม่คิดเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าเจ้าทำให้ข้าทรมานเพียงใด"

เจียพ่านจูบเขาเบาๆหนึ่งที "นี่คือค่าตอบแทนที่ท่านช่วยข้าไว้เมื่อครู่ การตอบแทนก็ส่วนตอบแทน ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นเจ้าค่ะ"

ชายหนุ่มขมวดคิ้วสนใจ "ตอนเจ้าช่วยข้า เจ้าก็ขอค่าตอบแทนเช่นนี้ และพอข้าช่วยเจ้า ใยค่าตอบแทนของข้าถึงเหมือนกัน เจ้าไม่ถามข้าหน่อยหรอว่าต้องการสิ่งใด"

นางยิ้มกว้าง "ใยต้องถาม เพราะท่านก็ดูพอใจนี่เจ้าคะ"

นางยืดตัวขึ้นไปกระซิบข้างหูของเขาเบาๆว่า "ข้าว่าความชอบของข้า น่าจะตรงกับความชอบในใจท่านอยู่หลายส่วน ข้าพูดถูกหรือไม่เจ้าคะ" ลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหูจนใบหูร้อนผ่าว เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำ ชายหนุ่มเริ่มทนไม่ไหว เมื่อกวางน้อยตรงหน้ายั่วเขาถึงเพียงนี้ เขาโน้มใบหน้าลงมา แต่นางดันตัวออกเสียก่อน "นี่ก็ดึกมากแล้ว หากคนที่จวนรู้ ข้าต้องถูกทำโทษแน่ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ" พูดจบนางก็ทำความเคารพและเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมที่ติดกายของเขาจนแทบคลั่ง เซียวเยี่ยนเฉิงจ้องมองแผ่นหลังของนางพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นตรงมุมปาก แววตาราวกับหมาป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ

"กวางน้อยละครของเจ้าเริ่มสนุกขึ้นทุกทีแล้วสิ"

เจียพ่านเดินจากมาแต่ในใจกลับมีคำว่า ผู้หญิงของข้า ติดมาด้วย พอนึกถึงใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด

​รุ่งเช้าวันถัดมา...

​เมืองหลวงสะเทือนขวัญ! เสียงฮือฮาดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วทุกตรอกซอกซอย บรรดาชาวบ้าน และบ่าวไพร่ต่างมายืนมุงดูแผ่นกระดาษที่ติดหราอยู่บนหน้าประตูจวนอู่ชางโหว ​ภาพวาดสีน้ำหมึกอย่างประณีต ปรากฏภาพ ซื่อจื่ออู่ชางโหว กำลังกอดจูบอย่างลึกซึ้งกับจ้าวเจียเพ่ย คุณหนูรองแห่งจวนตระกูลจ้าว ในตรอกลับยามวิกาล!

​"โอ้โห! นี่มันคุณหนูรองจ้าวเจียเพ่ยไม่ใช่หรือนั่น! หน้าตาหมดจดแต่งกายเรียบร้อย ที่แท้หลังฉากกลับกล้าไร้ยางอาย แอบนัดพบซื่อจื่อจวนอู่ชางโหวในตรอกร้าง!"

"น่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก! ซื่อจื่อก็เหลือเกิน มีสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่จ้าวอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับมาลักลอบสมสู่กับน้องสาวภรรยา!"

"หญิงแอบกินชาย ชายลักลอบกินหญิง! ตระกูลจ้าวและจวนอู่ชางโหวสั่งสอนลูกหลานอย่างไรกัน ถึงได้มีพฤติกรรมต่ำช้า ไร้ยางอาย ไร้ศีลธรรมถึงเพียงนี้!"

​เสียงวิพากษ์วิจารณ์และคำด่าทอแผ่ขยายไปราวน้ำพุแตก ชื่อเสียงของจ้าวเจียเพ่ยและฉินสวินป่นปี้ไร้ชิ้นดีภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน!

เมื่อภาพวาดฉาวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง กระทั่งตระกูลใหญ่และชาวบ้านร้านตลาดต่างเอาไปพูดกันสนุกปาก ความหัวเสียของ 'อู่ชางโหว' ผู้เป็นบิดาของฉินสวินก็พุ่งสูงถึงขีดสุด!

​ภายในห้องหนังสืออันกว้างขวางของจวนอู่ชางโหว ถ้วยชาลายกะเบื้องเคลือบราคาแพงถูกขว้างอัดใส่กำแพงจนแตกกระจายดัง เพล้ง! เศษกระเบื้องคมกริบกระเด็นไปบาดแก้มของฉินสวินจนเป็นรอยเลือด ทว่าชายหนุ่มกลับทำได้เพียงยืนคุกเข่า ก้มหน้าตัวสั่นด้วยความหวาดเกรง

​"เจ้าลูกบ้า! เจ้าลูกไร้ยางอาย!" อู่ชางโหวเดินวนไปวนมาด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ อารมณ์เดือดดาลจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาเพื่อให้เจ้าสร้างชื่อเสียงให้จวนโหว หรือให้เจ้ามาทำลายเกียรติยศตระกูลบรรพบุรุษจนป่นปี้เช่นนี้!"

​"ท่านพ่อ... ข้าผิดไปแล้วขอรับ" ฉินสวินเอ่ยเสียงพร่า ก้มศีรษะลงจรดพื้น "ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ายามวิกาลเช่นนั้นจะมีคนมาแอบดู แถมยัง... ถึงขั้นจ้างนักวาดภาพมาแฉเช่นนี้!"

​อู่ชางโหวสูดหายใจลึก พยายามกดโทสะลงไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาของคนผ่านโลกมามากทอแววเจ้าเล่ห์และล้ำลึก เขาเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าลูกชาย แล้วเอ่ยเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดกมเอ็นดูในฐานะพ่อ

​"สิ่งที่ข้าโมโห ไม่ใช่เพราะเจ้าไปยุ่งกับนางเด็กจ้าวเจียเพ่ย!" อู่ชางโหวแค่นหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม "หญิงสาวโง่เขลาเช่นนั้น อยากได้กี่คนก็แค่รับมาเป็นอนุ! แต่สิ่งที่ข้าโมโหคือ เหตุใดเจ้าถึงทำงานไร้ความรอบคอบถึงเพียงนี้!"

​ฉินสวินเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยความประหลาดใจ

​"ลักลอบนัดพบสตรีทั้งที กลับปล่อยให้มีคนแอบสืบรู้ข่าว นัดเจอในตรอกร้างแต่ไร้คนอารักขา ไร้การคุ้มกันรอบด้าน! เจ้าปล่อยให้ไส้ศึกของใครก็ไม่รู้เอาตัวนักวาดภาพมานั่งวาดรูปพวกเจ้าจนเสร็จสรรพได้อย่างไร!" อู่ชางโหวตบโต๊ะดัง ปัง! ด้วยความขัดใจ

​"เจ้าเป็นถึงซื่อจื่อแห่งจวนอู่ชางโหว จะทำสิ่งใดเหตุใดจึงไม่รู้จักคิดให้ถี่ถ้วน! หากเจ้าฉลาดกว่านี้สักนิด นัดเจอนางในเรือนส่วนตัวหรือใช้วิธีลับตาคน มีหรือที่เรื่องต่ำช้าพวกนี้จะหลุดออกมาให้คนทั้งเมืองหลวงประณามจวนโหวของเราได้!"

ฉินสวินเอ่ย "แต่ก่อนก็นัดพบกันที่เรือนลับ แต่จู่ๆข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดนางถึงได้นัดเจอข้าที่นั่น"

​อู่ชางโหวปัดแขนเสื้ออย่างหัวเสีย ก่อนจะถอนหายใจยาว "เรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังดักทางเจ้าแน่นอน คงไม่ใช่ว่านังลูกอนุนั่นคิดจะจับเจ้าหรอกนะ"

ฉินสวินเอ่ย "เช่นนั้นข้าจะทำเช่นไรดีล่ะท่านพ่อ"

​อู่ชางโหวหมุนตัวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก นัยน์ตาฉายแววเหี้ยมเกรียม

​"ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้... เจ้าก็ใช้โอกาสนี้ล้างหน้าตัวเองเสีย! บอกว่าคนในภาพนั้นไม่ใช่เจ้า ก็แค่ภาพวาดใบเดียว ใครที่อยากใส่ร้ายเจ้า ต่างก็วาดขึ้นมาได้ทั้งนั้น"

มุมปากของฉินสวินยกยิ้มขึ้นทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel