5
เจียพ่านก้าวลงจากรถม้าแล้วรีบมุ่งตรงไปยังเรือนหลังเล็กด้านในสุดของตระกูลทันที นางไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของเหล่าสาวใช้ตามทางเดิน หัวใจของนางดวงนี้ดิ่งวูบไปอยู่ที่เตียงนอนของมารดาเพียงผู้เดียว
เมื่อผลักประตูไม้เข้ามา กลิ่นยาสมุนไพรขมโชยอันคุ้นเคยที่นางเกลียดแสนเกลียดในชาติก่อนก็ลอยเตะจมูก บนเตียงสี่เสาเก่าแก่ ร่างของ 'หลินซื่อ' มารดาของนางนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า สตรีที่เคยเป็นอันดับหนึ่งบัดนี้กลับซูบผอมจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ร่างกายอ่อนแรงไร้กำลังแม้แต่จะขยับข้อนิ้ว ลมหายใจแผ่วเบารอยรินจนแผ่นอกแทบไม่ไหวติง ดวงตาที่เคยสุกสว่างบัดนี้ปรือเปิดเพียงครึ่งเดียวด้วยความยากลำบาก และไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ภาพความทรงจำในคืนที่ถูกเผาและคำเย้ยหยันของจ้าวเจียเพ่ยซ้อนทับเข้ามาในความคิดอย่างรุนแรง... ชาติก่อน ข้าปล่อยให้ท่านแม่ต้องค่อยๆ ถูกพิษร้ายกัดกินจนตายไปต่อหน้าต่อตา!
"ท่านแม่..."
น้ำเสียงสั่นเครือหลุดออกจากปาก เจียพ่านทรุดกายลงข้างเตียง แล้วโผเข้ากอดร่างอันผอมแห้งของมารดาไว้แน่น น้ำตาที่อดกลั้นมาตลอดทางไหลพรั่งพรูออกมาอย่างสุดจะกลั้น นางซบหน้าลงกับอกที่อุ่นเพียงน้อยนิด สะอื้นไห้ด้วยความรัก ความคิดถึง และความเจ็บแค้นที่อัดอแน่นอยู่ในอก
"ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะท่านแม่... ชาตินี้ลูกจะไม่ยอมให้ใครรังแกท่านอีก..."
หลินซื่อทำได้เพียงสั่นนัยน์ตาเบาๆ ด้วยความรักและห่วงใย มืออันสั่นเทาพยายามจะยกขึ้นแตะศีรษะลูกสาว แต่กลับไร้เรี่ยวแรงจนทำได้เพียงขยับปลายนิ้ว
เจียพ่านสูดหายใจลึก ปัดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางรู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งสิ้นหวัง! มือบางรีบหยิบกล่องไม้ นำ 'หญ้าปราณมังกร' ครึ่งต้นที่เหลือมาบดผสมกับน้ำอุ่นอย่างระมัดระวัง สรรพคุณล้างพิษขั้นสูงกระจายกลิ่นหอมเย็นอบอวลไปทั่วห้อง
นางประคองร่างอันไร้เรี่ยวแรงของมารดาขึ้นมาตัก ค่อยๆ ใช้ช้อนคันเล็กตักยาสมุนไพรป้อนเข้าปากหลินซื่ออย่างทะนุถนอมทีละหยด ด้วยกลัวว่ามารดาจะสำลัก คอยใช้ผ้าเช็ดมุมปากให้ด้วยความนุ่มนวลที่สุดเท่าที่สตรีคนหนึ่งจะทำได้
เมื่อยาถ้วยนั้นหมดลง เจียพ่านก็กุมมือที่ทั้งเย็นและแห้งกร้านของมารดาไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง นางสบสายตาที่เริ่มมีความสดใสกลับคืนมาทีละน้อยของหลินซื่อ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและมั่นคงจนถึงที่สุด
"ท่านแม่ฟังลูกนะเจ้าคะ... ยานี้คือยารักษาวิเศษ อีกไม่นานพิษร้ายในร่างกายของท่านจะถูกล้างจนหมดสิ้น ท่านแม่จะกลับมาแข็งแรง จะยิ้มและหัวเราะกับลูกได้เหมือนเดิม..."
เจียพ่านแนบแก้มลงกับหลังมือของมารดา น้ำตาหยดหนึ่งไหลหยดลงบนหลังมือของหลินซื่อ นัยน์ตาของเจียพ่านทอประกายความแค้นอันล้ำลึกและเยือกเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนยามมองหน้ามารดาอีกครั้ง
"ต่อไปนี้... ลูกจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านได้อีกเลยแม้แต่คนเดียว!"
เมื่อเจียพ่านก้าวพ้นประตูห้องพักของมารดา ความนุ่มนวลอ่อนโยนในดวงตาก็ตบพลันหายวูบ เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบล้ำลึกดุจสระน้ำยามฤดูหนาว
นางเดินออกมายังลานเรือนหลังเล็ก จังหวะเดียวกับที่สาวใช้สองคนแต่งกายฉูดฉาดกำลังเดินถือถาดไม้เข้ามาอย่างกะเร่อกะร่า เสียงหัวเราะคิกคักไร้มารยาทดังสนั่นลานเรือน
เจียพ่านหยุดก้าวสะกดสายตามองอาหารบนถาดไม้ในมือของสาวใช้... มันคือชามซุปที่มีคราบไขมันเย็นชืดเกาะเป็นดวง เศษผักวิญญาณเนื้อที่เหลือจากการกัดกิน และก้างปลาแหลมคมที่ถุกคายทิ้งไว้! นี่คือเศษอาหารเหลือทิ้งจากมื้อเช้าของฮูหยินรองชัดๆ!
"นี่คือน้ำใจของฮูหยินรองที่ให้เอามาส่งให้ฮูหยินใหญ่หรือ?" เจียพ่านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง เรียบราบจนน่ากลัว
สาวใช้คนหน้าซึ่งเป็นคนสนิทของฮูหยินรอง ยักไหล่ด้วยท่าทียโส นางเบ้ปากมองเจียพ่านด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะกระแทกถาดลงบนโต๊ะหินอ่อนข้างลานอย่างแรงจนซุปเย็นชืดกระฉอก
"เหอะ! คุณหนูใหญ่ถามแปลก คนป่วยติดเตียงลมหายใจรวยรินอย่างฮูหยินใหญ่ ได้กินเศษเนื้อเศษซุปของฮูหยินรองก็นับเป็นบุญหัวเท่าใดแล้วเจ้าคะ? คนไม่มีประโยชน์ในบ้าน... จะเอากินของดีๆ ไปทำไมให้เปลืองสำรับจวน!" สาวใช้คนนั้นพูดพลางลอยหน้าลอยตา "อีกอย่าง ฮูหยินรองเมตตาสั่งให้เอามาให้ หากคุณหนูใหญ่ไม่พอใจ จะเอาไปเทให้หมาข้างถนนกินก็แล้วแต่ท่านเถิดเจ้าค่ะ!"
สาวใช้ทั้งสองคนหัวเราะเยาะใส่หน้าเจียพ่านอย่างไม่เกรงกลัว เพราะที่ผ่านมาสองแม่ลูกคู่นี้เอาแต่ยินยอมถูกรังแกจนบ่าวไพร่ในจวนแทบไม่เห็นอยู่ในสายตา
ทว่า... นั่นมันเรื่องในชาติก่อน!
เพี๊ยะ!!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งลานเรือน! แรงตบมหาศาลส่งผลให้สาวใช้ปากดีลอยกระเด็นไปกองกับพื้นอย่างแรง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปาก!
"กรี้ดดดด!" สาวใช้ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด กุมใบหน้าที่บวมปูดขึ้นมาทันตาเห็น
สาวใช้คนที่สองตกใจจนถอยหลังกิ๊ก ใบหน้าซีดเผือด แต่เจียพ่านไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว นางก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดึงจุกผมของสาวใช้ปากดีขึ้นมาจากพื้นอย่างแรงจนหนังศีรษะแทบหลุดหลอน กระชากร่างมันให้ลอยขึ้นมาประสานสายตาอำมหิตดุจปีศาจจากอเวจี!
"ปากต่ำๆ ของเจ้า... คู่ควรกับอาหารต่ำช้าพวกนี้ที่สุด!"
พูดจบ เจียพ่านก็ใช้มืออีกข้างคว้าชามซุปเย็นชืดที่มีเศษก้างปลาและคราบไขมันหนาเตอะ ยัดประเคนเข้าปากของสาวใช้ผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยม! นางกดชามยัดเข้าไปในลำคอของมันจนสาวใช้ดิ้นรนทุรนทุราย เสียงอึกอักดังอยู่ในคอ ก้างปลาครูดบาดริมฝีปากและลำคอจนเลือดไหลโซมหน้า!
"อื้อออ! อัก... คุณหนู... ปล่อย..."
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เจียพ่านรัวฝ่ามือตบซ้ำเข้าที่ใบหน้าของมันอีกนับสิบครั้งอย่างไม่ปรานี เสียงตบดัง ตับ ตับ สลับกับเสียงกระดูกแก้มบิดเบี้ยว จนกระทั่งใบหน้าของสาวใช้ผู้นั้นบวมปูดเหมือนนกตกน้ำ เลือดผสมเศษอาหารไหลทะลักออกมาตามไรฟันอย่างน่าสยดสยอง!
สาวใช้คนที่สองกลัวจนฉี่ราดรดกางเกง ทรุดลงไปคุกเข่ากราบตัวสั่นสะท้านอยู่กับพื้น "คุณหนูใหญ่เว้นชีวิตด้วย! คุณหนูใหญ่ได้โปรดละเว้นด้วยเจ้าค่ะ!"
เสียงกรีดร้องและความวุ่นวายทำให้บ่าวไพร่และสาวใช้ในเรือนใกล้เคียงทยอยกันแอบโผล่หน้ามาดู ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ทุกคนถึงกับขวัญผวาจนเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ! คุณหนูใหญ่ผู้เคยมอบกายถ่อมตนและหัวอ่อน บัดนี้ยืนเหยียบอกของสาวใช้คนสนิทฮูหยินรองไว้ใต้ฝ่าเท้า นัยน์ตาสีหมึกเย็นชาทอดมองพวกมันราวกับมองซากศพ!
"ฟังข้าให้ดีพวกบ่าวชั้นต่ำทั้งหลาย!" เจียพ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็น กังวานไปทั่วลานเรือน "ในจวนแห่งนี้... ตราบใดที่ท่านแม่ของข้ายังทรงตำแหน่งฮูหยินใหญ่ และข้าคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูล! บ่าวไพร่หน้าไหนที่กล้าลบหลู่ หรือคิดนำอาหารสุนัขมาให้ท่านแม่ของข้าอีก..."
เจียพ่านใช้นิ้วเท้าบดลงบนบาดแผลที่ใบหน้าของสาวใช้ใต้เท้าอย่างแรง จนมันกรีดร้องเสียงแหลมสูงก่อนจะสลบไสลไปทั้งอย่างนั้น
"...จุดจบของมัน จะไม่ใช่อยู่แค่นี้! ข้าจะตัดลิ้น เลาะฟัน และส่งพวกเจ้าไปขายยังร้านหอนางโลมชั้นต่ำที่สุดในเมืองหลวง!"
ทั่วทั้งลานเรือนเงียบสงัดดุจป่าช้า ไม่มีบ่าวคนไหนกล้าแม้แต่จะส่งเสียงลมหายใจ! ทุกคนพร้อมใจกันคุกเข่าลงกับพื้น ค้อมศีรษะแนบดินด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ร่างกายสั่นสะท้านดุจลูกนกตื่นลม บัดนี้พวกมันตระหนักแล้วว่า... ปีศาจตนใหม่แห่งจวนได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
