4
เจียพ่านเดินตามลั่วเฟิงขึ้นไปบนชั้นสามของโรงเตี๊ยมหรูหราอันเงียบสงบ บรรยากาศรอบข้างเงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ การอารักขาแน่นหนาตั้งแต่ทางขึ้นบันไดตอกย้ำให้เห็นว่า บุรุษที่นอนอยู่หลังบานประตูนี้คือผู้ทรงอำนาจอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินจริงๆ
เมื่อประตูห้องพักเปิดออก กลิ่นคาวเลือดคละคลุกกับกลิ่นไหม้ของบาดแผลจากธนูพิษก็ลอยเตะจมูก เจียพ่านก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ก่อนจะชะงักกึกยามได้ทอดสายตามองบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก
ชาติก่อน... ในคืนเทศกาลชมดอกไม้ไฟ นางเพิ่งตื่นจากการจมน้ำ สายตาพร่ามัวเห็นเพียงโครงร่างสูงใหญ่ท่ามกลางแสงไฟสลัว ทว่าในชาตินี้ เมื่อได้พิศมองเขาในระยะใกล้และเงียบสงบเช่นนี้... หัวใจของนางกลับกระตุกไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เฉิงชินอ๋อง 'เซียวเยี่ยนเฉิง' บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้น บัดนี้อาภรณ์ท่อนบนถูกปลดออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างแน่นหนั่นและมัดกล้ามสมส่วนราวกับรูปสลัก ใบหน้าเรียวยาวคมคายดุจเทพบุตร สันดั้งโด่งเป็นเอกลักษณ์ คิ้วกระบี่เข้มเฉียบรับกับโครมหน้าอันสมบูรณ์แบบ แม้ผิวพรรณจะซีดเผือดเพราะพิษร้ายและมีหยาดเหงื่อซึมตามกรอบหน้า แต่ก็ไม่อาจลดทอนความหล่อเหลาทรงเสน่ห์และบารมีอันน่าเกรงขามลงได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งยามที่เขาหลับตาพริ้มและขมวดคิ้วแน่นด้วยความเจ็บปวด ยิ่งดูน่าปกป้องและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
เจียพ่านสูดหายใจเข้าลึก... ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสมาถึงตรงหน้า เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!
"พิษเริ่มลุกลามเข้าสู่เส้นเลือดแล้ว ช้ากว่านี้คงรักษาชีวิตไว้ไม่ทันแน่" เจียพ่านเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งลั่วเฟิงกับอาอี่ "พวกเจ้าออกไปรอข้างนอก ข้าต้องการความเงียบและสมาธิ"
ลั่วเฟิงลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นแววตาสงบนิ่งเด็ดเดี่ยวของคุณหนูใหญ่ จึงยอมพยักหน้าแล้วพาอาอี่ออกไปเฝ้าหน้าห้อง
เมื่ออยู่กันตามลำพังสองต่อสอง เจียพ่านขยับเข้าไปนั่งลงบนขอบเตียงอย่างนุ่มนวล มือบางเอื้อมไปซับเหงื่อบนหน้าผากกว้างของเซียวเยี่ยนเฉิงอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้บุรุษผู้สลบไสลปรือตาขึ้นมาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบสีหมึกจ้องมองสตรีแปลกหน้าใต้ผ้าม่านสีขาวด้วยความระแวงตามสัญชาตญาณ
"เจ้า... เป็นใคร..." เสียงทุ้มต่ำพร่าแห้งเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก
เจียพ่านไม่ตอบคำในทันที นางค่อยๆ ถอดหมวกสานที่มีผ้าม่านปิดหน้าออก เผยให้เห็นความงามที่ต่างจากสตรีทั่วไป... นางมิใช่สตรีที่งามเฉิดฉายข่มขวัญผู้คนตั้งแต่แรกเห็น หากยิ่งพิศมองกลับยิ่งสะกดสายตา วงหน้าเรียวรูปไข่รับกับดวงตาสุกใสดุจดวงดาว ทว่าลึกลงไปในแววตาคู่นั้นกลับเรียบสงบ เยือกเย็น และเฉียบแหลมจนยากจะคาดเดา ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดระเรื่อแย้มยิ้มบางเบาอยู่เป็นนิตย์ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความนึกคิดอันลึกล้ำยากที่ผู้ใดจะอ่านออก ผิวพรรณเรียบเนียนผุดผาดดุจหยกขาวเนื้อดี ไร้รอยมลทิน ยามแสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบ ผิวเนื้อละเอียดพลันทอประกายวาววับนุ่มนวล ดุจหิมะแรกฤดูสะท้อนแสงตะวันยามเช้า นางค่อยๆ โน้มกายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมกรุ่นของกายสาวลอยเตะจมูกของชินอ๋องหนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนของนางเป่ารดแก้มของเขาเบาๆ
"ข้าคือผู้มาช่วยชีวิตท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ..."
น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลเอ่ยกระซิบข้างหูเขาอย่างหยอกเย้า มือเรียวเกลี้ยงเกลาลูบไล้ผ่านแผงอกกว้างอย่างแผ่วเบา เคลื่อนไปยังบาดแผลที่ไหล่ซ้าย ความนุ่มนวลของผิวกายและสัมผัสชิดใกล้ทำให้เซียวเยี่ยนเฉิงที่เคยเยือกเย็นถึงกับหัวใจกระตุกเกร็ง ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด ยิ่งกว่าฤทธิ์ของพิษร้ายเสียอีก! เจียพ่านยกถ้วยยาขึ้นมาอมไว้ในปาก
รสขมตลบอบอวลไปทั่วทั้งช่องปาก ทว่าจ้าวเจียพ่านกลับไม่ลังเลเลยสักนิด นางยกถ้วยยาสมุนไพรเข้มข้นขึ้นจิบ แล้วประคองอมน้ำยาเอาไว้ในปาก
นางค่อยๆ โน้มกายลงไปชิดเรือนกายแกร่งของเซียวเยี่ยนเฉิง ใบหน้างดงามห่างกันเพียงแค่อากาศคั้น มือเรียวบางสอดประสานเข้ากับฝ่ามือหนาของเขาแน่น พลางบีบกระชับเบาๆ ราวกับจะสะกดจิตไม่ให้เขาขยับหนี
ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากอิ่มก็โน้มลงประทับประกบเข้ากับริมฝีปากหยักได้รูปอย่างนุ่มนวล!
เซียวเยี่ยนเฉิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง! สัมผัสอุ่นนุ่มและแนบชิดทำเอาหัวใจของเทพสงครามผู้เยือกเย็นกระตุกเกร็ง รสขมของยาสมุนไพรที่ค่อยๆ ถูกป้อนผ่านเข้ามาในลำคอ ผสมผสานกับรสหวานละมุนอันบริสุทธิ์ของกายสาวได้อย่างประหลาด ลมหายใจอุ่นผ่าวของนางเป่ารดแก้มเขาจนผิวหน้าของชินอ๋องหนุ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
มือหนาที่เคยทรงอำนาจพยายามจะยกขึ้นดันตัวนางออกตามสัญชาตญาณ ทว่าพิษร้ายที่แล่นวนอยู่ในสายเลือดกลับทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ได้แต่ยินยอมรับรสจูบและยาสมุนไพรที่นางป้อนให้อย่างเคลิบเคลิ้ม
เจียพ่านเอียงหน้าปรับองศารสจูบอย่างเย้ายวน ลิ้นเล็กๆ ช่วยต้อนน้ำยาให้ไหลลงคอเขาจนหมดหยดสุดท้าย ก่อนจะถอนริมฝีปากออกช้าๆ สายตาช้อนมองเขาพร้อมกับกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูที่แดงเถือกของเขา ด้วยน้ำเสียงฉ่ำหวานชวนให้ใจสั่น
"อยู่นิ่งๆ สิเจ้าคะ... ข้ากำลังถอนพิษให้ท่านอยู่นะ"
คำกระซิบนั้นทำเอาหัวใจของเขาปั่นป่วนวูบวาบอยู่ในช่องท้องจนต้องสูดหายใจลึก
เซียวเยี่ยนเฉิงมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาล้ำลึก แม้ร่างกายจะเจ็บปวดจากแผลพิษ แต่ดวงตาคมกริบกลับจดจำใบหน้างดงามและสัมผัสอันอ่อนหวานนี้ไว้จนสลักลึกเข้าสู่หัวใจ...เจียพ่านสบตากับชายหนุ่ม ดวงตากลมไม่มีความหวาดหวั่นใดๆ ทั้งๆที่เป็นสตรียังไม่ออกเรือน กลับกล้าใกล้ชิดบุรุษได้ขนาดนี้ ชาติก่อนนางโง่งม ชาตินี้เพื่อแก้แค้นจึงไม่มีอะไรต้องกลัว! ริมฝีปากบางยกยิ้มเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ โน้มกายประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากหยักได้รูปของเขาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว!
นัยน์ตาคมกริบของเฉิงชินอ๋องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง มือหนาที่แผลงฤทธิ์ปราบอริราชศัตรูมานับไม่ถ้วนพยายามขยับยกขึ้นเพื่อดันตัวสตรีอวดดีผู้นี้ออก ทว่าพิษร้ายที่แล่นวนอยู่ในสายเลือดกลับทำให้ร่างกายของเขารักษาเรี่ยวแรงไว้ไม่ได้เลยสักนิด มือเรียวบางของเจียพ่านสอดประสานเข้ากับฝ่ามือหนาของเขาอย่างนุ่มนวล แต่ทอดทับแน่นหนาจนยากจะสลัดหลุด
นางเอียงหน้าลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูที่บัดนี้แดงเถือกของเขา ด้วยน้ำเสียงฉ่ำหวานชวนให้ใจสั่น
"อย่าดื้อสิเจ้าคะ"
คำกระซิบนั้นทำเอาหัวใจของเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่กระตุกเกร็ง ใบหน้าคมคายร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ มวลความรู้สึกประหลาดปั่นป่วนวูบวาบอยู่ในช่องท้องจนเขาต้องสูดหายใจลึก
เจียพ่านค่อยๆโน้มกายลงไปมอบจุมพิตเขาอีกครั้ง ทว่ารสจูบของนางกลับหวานล้ำชวนให้หลงใหล
เซียวเยี่ยนเฉิงสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ที่ซ่อนอยู่ใต้กิริยาจ้าวมารยา ความรู้สึกประหลาดหวานล้ำค่อยๆ กัดกินหัวใจอันเย็นชา จากที่คิดจะขัดขืน... บัดนี้เขากลับปล่อยกายปล่อยใจให้สตรีตรงหน้าชี้นำแต่โดยดี ยินยอมตกเป็นเหยื่อในบ่วงเสน่หาของนางเพื่อรอดูการแสดงนี้ รสจูบที่เคยหวานเริ่มปรับเปลี่ยนเป็นความจงใจยั่วยวน นางละริมฝีปากออกเล็กน้อย ก่อนจะขบเม้มริมฝีปากล่างของเขาเบาๆ ลมหายใจอุ่นผ่าวรดรินชิดใกล้ มือเรียวเล็กข้างหนึ่งสอดประสานไว้กับฝ่ามือหนา ส่วนอีกข้างค่อยๆ ลูบไล้จากแผ่นอกกว้างลงมาตามแนวหน้าท้องเกร็งแน่น ไร้ซึ่งความลังเล
สัมผัสจงใจหว่านเสน่ห์อันปั่นป่วนทำให้เซียวเยี่ยนเฉิงสูดหายใจลึก นัยน์ตาคมกริบฉายแววลุ่มลึกและวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงเขาจะรู้ว่าสตรีผู้นี้กำลังเล่นละครและมีเป้าหมายบางอย่าง แต่การรุกหนักอย่างท้าทายเช่นนี้ก็ทำให้หัวใจของเทพสงครามปั่นป่วนจนยากจะควบคุม
นางโน้มกายลงมาแนบชิดยิ่งขึ้น ขยับขึ้นคร่อมร่างหนาอย่างใจกล้า สายตาช้อนมองเขาด้วยความเสน่หา ยั่วเย้าจนถึงขีดสุด...
ทว่า ในจังหวะที่มือบางกำลังจะปลดแถบผ้าผูกเอวของชายหนุ่มออก นางก็สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวรุนแรงจากเรือนกายของบุรุษเบื้องใต้ รับรู้ได้ว่าอารมณ์ของเขาคงใกล้ถึงขีดสุดแล้ว ถึงแม้ว่าว่าคนตรงหน้าจะเป็นเทพสงครามไร้พ่าย แต่ก็ต้องแพ้ให้กับมารยาของสตรี
มุมปากของนางยกยิ้มขึ้น ก่อนจะผละออกแล้วรีบคว้าหมวกสานที่มีผ้าม่านสีขาวขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าไว้ดังเดิม ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยปากถาม นางก็วางยาทาแผลไว้ข้างเตียง แล้วพูดว่า
"ท่านควรพักฟื้นให้เต็มที่ พรุ่งนี้พิษก็คงถูกขับออกจนหมด"
ชายหนุ่มมองนางพร้อมกับขมวดคิ้ว นางยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทีแปลกใจและความอัดอั้นที่ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อย นางจึงพูดต่อว่า "เมื่อครู่คิดเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่ข้าช่วยชีวิตท่าน ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ข้าขอตัวก่อน"
พูดจบ เจียพ่านก็หมุนตัวรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป ประตูห้องปิดลงเสียงดัง ปัง! ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมกรุ่นของกายสาวที่ยังอบอวลอยู่ในอากาศ
เซียวเยี่ยนเฉิงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ยันกายขึ้นนั่งช้าๆ มองประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยสายตานึกสนุกและลุ่มลึก มุมปากหยักยกยิ้มบางเบาเจ้าเล่ห์
"ไม่มีอะไรติดค้างงั้นหรือ หึ กวางน้อยกล้ามายั่วข้าแล้วคิดจะจากไปง่ายๆงั้นหรือ"
เขายกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากที่ยังคงหลงเหลือรสสัมผัสชวนใจสั่น สายตามองขวดยาสมุนไพรบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"เจ้าคิดผิดแล้ว"
